ทางก็มีแล้ว ผู้ชี้ทางก็มีอยู่นี่แล้ว ผู้ใดปรารถนาจะถึงปลายทาง ก็จงเพียรดำเนินไปสู่หนทางนั้น ด้วยตัวของท่านเอง

งานเรียบเรียงชุดนี้นะครับ ผมได้ศึกษามาจากพระไตรปิฎกที่ผมพอหามาศึกษาได้ ประกอบกับหนังสือเชิงธรรมมะของท่าน ว.วชิรเมธี ที่มีขายอยู่ตามแผงทั่วไป เรียนเชิญทุกท่านศึกษาเพื่อความปกติสุขของตัวท่านเอง

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ในศาสนาพราหมณ์ คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าการอาบน้ำชำระกายในแม่น้ำคงคาซึ่งเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จะทำให้สามารถชำระล้างบาปได้ ในเมืองไทยชาวพุทธจำนวนไม่น้อยก็เชื่อต่อกันมาว่า การอาบน้ำพระพุทธมนต์จะช่วยชำระล้างเคราะห์กรรมของตนได้ ความเชื่อเช่นนี้มีความเป็นมาอย่างไร...</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ในกาลหนึ่ง พราหมณ์ชื่อสุนทริกภารทวาชะนั่งอยู่ไม่ไกลจากสมเด็จพระพุทธเจ้า พราหมณ์ได้ทูลถาม
พระพุทธเจ้าว่า
ท่านพระโคดมจะเสด็จไปยังแม่น้ำพาหุกาเพื่อสรงน้ำหรือ</p>   <ul>

  • พระผู้มีประภาคตรัสตอบว่า พราหมณ์ แม่น้ำพาหุกาจะมีประโยชน์อันใด แม่น้ำพาหุกาจักทำอะไรได้
  •  พราหมณ์ก็กราบทูลว่า ท่านพระโคดม คนจำนวนมากถือกันว่าแม่น้ำพาหุกาให้ความบริสุทธิ์ได้
    คนจำนวนมากถือกันว่าแม่น้ำพาหุกาเป็นบุญสถาน อนึ่ง คนจำนวนมากลอยบาปกรรมที่ตนทำไว้แล้วในแม่น้ำพาหุกา
  • </ul>

    ครั้งนั้น พระผู้มีประภาคได้ตรัสกับสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ด้วยพระคาถาว่า

    คนพาลมีกรรมชั่ว แม้จะไปยังแม่น้ำพาหุกา ท่าน้ำอธิกักกะ
    ท่าน้ำคยาแม่น้ำสุนทรกา แม่น้ำสรัสสวดี ท่าน้ำปยาคะ
    และแม่น้ำพาหุมตีเป็นประจำ ก็ยังบริสุทธิ์ไม่ได้
    แม่น้ำสุนทริกา ท่าน้ำปคายะ แม่น้ำพาหุกา
    จักทำอะไรได้
    จะพึงชำระคนผู้มีเวร
    ผู้ทำกรรมหยาบช้า ผู้มีกรรมชั่วให้บริสุทธิ์นั้น ไม่ได้เลย

    ....

    ถ้าท่านไม่พูดเท็จ ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ มีศรัทธา ไม่ตระหนี่
    ท่านจะไปยังท่าน้ำคยาทำไม
    แม้การดื่มน้ำจากท่าน้ำคยา
    จักมีประโยชน์อะไรแก่ท่าน
    ....
     

     

    </span></span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ยังมีอีกกรณีหนึ่งให้ศึกษาครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชาวพุทธ : ท่านพราหมณ์ ท่านกลัวอะไรนะ จึงลงอาบน้ำเป็นประจำ ทั้งมีตัวสั่นเทา
    ดังประสบความหนาวอย่างหนัก
    </p><p>พราหมณ์ : แม่ปุณณาผู้เจริญ ท่านก็รู้อยู่ว่า ฉันกำลังทำกุศลกรรม อันจะปิดกั้นบาปกรรมที่ตัวได้ก่อไว้
    ยังจะสอบถามอีก
     
    </p>ชาวพุทธ : ใครหนอช่างไม่รู้ หากการอาบน้ำจะช่วยให้พ้นจากบาปกรรมได้จริงแล้ว พวกกบ เต่า งู จระเข้ และสัตว์เหล่าอื่นที่เที่ยวหากินอยู่ในน้ำทั้งหมดก็คงพากันไปสวรรค์เป็นแน่ ท่านพราหมณ์ท่านกลัวบาปอันใด ท่านก็อย่าได้ทำบาปอันนั้น ถ้าท่านกลัวทุกข์ความทุกข์ไม่น่ารักสำหรับท่าน ท่านก็อย่าได้ก่อกรรมชั่ว ถึงท่านจะเหาะหนีไป ก็ไม่พ้นจากทุกข์ไปได้เลย ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์ไม่น่ารักสำหรับท่าน ท่านจงนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ผู้คงที่ ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกเถิด จงสมาทานศีล ข้อนั้นแหละจะเป็นความพ้นทุกข์แก่ท่าน  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">……….</p>

               ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านที่ตั้งใจรับน้ำพระพุทธมนต์ คงประสงค์เพื่อเป็นสิริมงคลเท่านั้น คงมิได้หมายความที่จะล้างบาปที่ตนเองก่อ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง เรียนเชิญทุกท่านใช้ชีวิตด้วยความมีสติ รู้ดี รู้ชั่ว แลเป็นพุทธศาสนิกชนที่พร้อมไปด้วยความดีทั้งกาย วาจา ใจ เพราะสังคมไทยทุกวันนี้วุ่นวายมากพอแล้ว ทำความดีเพื่อเป็นพื้นฐานของสังคมไทยกันดีกว่าครับ                

     ผู้อ่านท่านใดมีเหตุสงสัยประการใด จะติชมหรือเสนอแนะ เรียนเชิญครับ ... 

    </span><p></p><p align="center">..........</p>