ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขียนถึงการไปปฏิบัติธรรมที่วัดผาลาด ทำให้อดหวนระลึกถึงครั้งเรียนที่ ม.ช. ทุกครั้งที่มีโอกาสจะต้องมุดรั้วหลังมหาวิทยาลัย แล้วเดินลัดเลาะลำธาร ซึ่งรุ่นพี่ได้ทำเครื่องหมายไว้จนกระทั่งขึ้นมาถึงวัดผาลาด เพื่ออยู่ปฏิบัติธรรมกับพี่ๆชมรมพุทธศิลป์
มองจากวัดผาลาดลงมา..
แต่ถ้าใครขี้เกียจเดินก็สามารถขี่มอเตอร์ไซด์ขึ้นมาตามถนนขึ้นดอยสุเทพได้ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่กว่า 400 ปีตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางขึ้นดอยสุเทพค่ะ
ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ...
“ นั่งสมาธิอยู่ริมน้ำตก หน้าเรือนกระจก ดูต้นไม้ สายน้ำ เสียงนกร้อง ธรรมชาติสวยงามยิ่งนัก บริสุทธิ์ สดชื่นให้ความปลอดโปร่งโล่งใจ นั่งมองเห็นสายน้ำไหลผ่าน
จงทำตัวให้เป็นเช่นสายน้ำที่ซึมซับได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลว ล้วนมีน้ำเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น
จงทำตัวให้อ่อนโยนเช่นสายน้ำที่ไม่เคยแข็งกับใคร ไม่ว่าจะไหลผ่านหิน ดิน ทราย กรวด ที่มีความแข็งต่างๆกัน สายน้ำก็ไม่เคยทิ้งความอ่อนโยน
จงทำใจให้แข็งเช่นหิน ที่แม้ถูกน้ำกัดเซาะเท่าไหร่ หินก็ยังคงความแข็งแกร่งเช่นเดิม ใจเราก็เช่นกันขอให้เข้มแข็งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะถูกกิเลส สิ่งยั่วยวนต่างๆ มา หลอกล่อ ก็ขออย่าได้ตามกิเลส อย่าให้กิเลสกัดกร่อนจนผุหรือรั่วได้ ”
วันพระที่ 9 พ.ค. นี้หวนคิดถึงความหลังในวันวานบ้างคงจะไม่เป็นอะไรนะคะ
พอเห็นคำว่า วัดผาลาด ก็เข้ามาเยี่ยม....
เจริญพร
วัดผาลาด ลาด อะไรลงผาครับ??? <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>
สวัสดีค่ะ
อ.ลูกหว้า
เป็นบันทึกความหลังในวันวานที่งดงามมากค่ะ ขอบคุณที่นำมาฝากนะคะ..
ธรรมะสวัสดีครับ
ป.ล. คนที่ชอบระลึกถึงความหลังนี่หมายความว่าไงน้า......และตอนนั่งสมาธิที่น้ำตกจนเกือบตกน้ำตกเนี่ย เป็นความโชคดีของน้ำตกนะครับ โล่งอกแทนน้ำตกครับ