การประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตรเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2550 โดยมี ท่านรองเกรียงไกร เป็นประธาน มีสาระสำคัญดังนี้
- การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน
- แผนปฎิบัติงาน 5 ปี กรมฯได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปี 51-55
- กรอบอัตรากำลังของกรมฯปี 2549-2553 มีข้อมูลเกี่ยวกับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ การเกษียณอายุในรอบ 5 ปี
จากข้อมูลนี้ท่านรองไพโรจน์ได้กล่าวว่าควรจะมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสำนักงานก.พ.ว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะมีแต่ข้าราชการระดับสูงแต่ข้างล่างไม่มีเจ้าหน้าที่เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรอย่างใกล้ชิด
- สถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก ขณะนี้มีทุเรียนเหลือร้อยละ 10 เงาะเหลือร้อยละ 15 มังคุดเหลือร้อยละ 5
ท่านรองไพโรจน์กล่าวว่าตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงมากแต่เราไม่สามารถส่งออกได้ เพราะยังขาดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สสจ.ควรมีการศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป
- กรมฯจะจัดงานชุมนุมยุวเกษตรกรทั่วประเทศ โดยมาจากทุกจังหวัดในระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2550 ที่จังหวัดนครนายก ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนฯจะเสด็จทรงเปิดงานวันที่ 3 ก.ค.2550 เนื้อหาการสัมมนามีทั้งเนื้อหาวิชาการ จัดนิทรรศการ 80 อาชีพที่พ่อให้ ตลอดจนมีการสาธิตของจริงจังหวัดละ 1 อย่าง ทั้งนี้ให้จังหวัดเสนอมา 5 อย่างเพื่อนำมาคัดเลือกไม่ให้ซ้ำกันส่งภายในวันที่ 8 มิ.ย 2550 โดยให้เขตประสานงาน
- กรมฯจัดงานตลาดนัดโครงการสายใยรัก ที่ตลาด อตก.วันที่ 30 พ.ค. 2550 - 3 มิ.ย. 2550 ซึ่งจะมีการจัดทุกเดือนพุธสุดท้าย-วันอาทิตย์ของเดือน จึงขอเชิญชวนให้เยี่ยมชมและซื้อสินค้าราคาประหยัดและคุณภาพดี
- การดูงานที่ยุโรป ท่านรองไพโรจน์เล่าว่าตลาดยุโรปมีความต้องการสินค้าคุณภาพและมีความปลอดภัยโดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์จะมีราคาสูงกว่าสินค้าอื่นร้อยละ 36 และจะขายดีมากกว่าสินค้าอื่น ชาวยุโรปให้ความสำคัญด้านการป้องกันมากกว่ารักษาเพราะเป็นที่ทราบกันว่าสารเคมีเป็นสาเหตุใหญ่ของโรคมะเร็ง ดังนั้นเราต้องพัฒนาคุณภาพดินและน้ำซึ่งเป็นพื้นฐานการผลิตทางการเกษตร โดยการทำบัญชีธาตุอาหารและองค์ประกอบการผลิตไว้
อนึ่งเรายังมีปัญหาด้านการผลิตสินค้าที่ได้แสดงต่างประเทศที่มีคุณภาพสูง เมื่อมีการสั่งซื้อก็ผลิตได้ปริมาณน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ดังนั้นควรมีการวางแผนและประสานการทำงานร่วมกับสำนักที่ปรึกษาพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการส่งออก โดยการใช้หลักการ ดินดี น้ำถึง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทำแผน 5 ปีต้องร่วมมือกับกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนว่าเราจะเพิ่มรายได้ภาคการเกษตรต่อคนต่อปีเท่าไร คิดเป็นมูลค่ารวมของประเทศเท่าไรต่อปี จึงจะเป็นกระบวนการพัฒนาการเกษตรที่ถูกต้อง ผู้รับผิดชอบในพื้นที่จะได้ทราบเป้าหมายที่ชัดเจน
- ที่ประชุมมีมติให้แต่ละเขตนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรและการพัฒนาเพื่อปรับปรุงงานในทีประชุมผู้บริหารครั้งต่อไปเรียงลำดับ ดังนี้
เขตภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องแนวทางการพัฒนาลิ้นจี่ให้มีคุณภาพและไม่ล้นตลาด
เขตภาคใต้ จังหวัดสงขลา เรื่องแนวทางการพัฒนาลอกองในภาคใต้ รวมทั้งการประมาณผลผลิตที่จะออกมาในฤดูกาลนี้
เขตภาคตะวันออก จังหวัดระยอง เรื่องแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตการเกษตรภาคตะวันออก
เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น เรื่องการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังและอ้อยภายใน 5 ปี
เขตภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี เรื่องการผลิตพืชปลอดภัย โดยเฉพาะกระเจี๊ยบเขียว กล้วยหอมทอง และพืชอื่น ๆ แนวทางแก้ไขกรณีถูกยกเลิกการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
เขตภาคกลาง จังหวัดชัยนาท เรื่องโครงการฟื้นฟูเพื่อสายใยรักแห่งครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติ ให้มีการวางแผนล่วงหน้าหากมีน้ำท่วมจะทำอย่างไร สำหรับการตั้งครัวสายใยรักนั้น กระทรวงการคลังอนุมัติให้สามารถเบิกจ่ายได้แล้ว
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คะ
ธุวยนันท์ พานิชโยทัย
30 พ.ค.2550
วันนี้แวะมาเยี่ยม ความจริงแล้ว ผมติดตามผลงานของคุณมาตลอด ต้องขอชื่นชมจริงฯ ที่ได้เล่าถึงเมาเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อนักส่งเสริม ที่อยู่ในภาคสนามมากเลยครับ โดยเฉพาะการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยเราจะทำอย่างไรที่จะใช้ระบบส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจังแก่เกษตรกรครับ
ขอบพระคุณมากครับที่บันทึกมาแบ่งปัน
วันนี้เลิกงานแล้วกลับไปถึงบ้านพัก ก็ต้องรีบเปิดบล๊อกดูทันที เพราะใจจดจ่อว่าวันนี้คุณจะเล่าเรื่องอะไรที่เป็นประโยชน์แก่นวส.ผู้ที่ทำงานอยู่ภาคสนามนะครับ
ผมลองติดตามดูการส่เสริมพืชปลอดภัยที่ใช้หลัก GAP นั้นมันยังไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่ ที่ผ่านมามันเริ่มต้นที่ดีเอามากเลย แต่ก็พบอุปสรรคมีไม่น้อย ถ้าหากมีเวทีKM กรมฯเมื่อใดหากมีโอกาสไปร่วม จะได้ลปรร. กันน่ะครับ