เพราะผมมีภารกิจต้อง “คอยส่งคุณแม่เดินทางไกล”......

ผู้บันทึกไม่อยากเขียนสิ่งต่อไปนี้เท่าใดนัก แต่คิดว่าเออ เป็นการแสดงความรู้สึกต่อสถานการณ์หนึ่งในชีวิตก็แล้วกัน ซึ่งหลายๆท่านคงเผชิญสิ่งนี้มาบ้างแล้ว  แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ได้เผชิญสิ่งนี้ บันทึกนี้อาจจะบอกบรรยากาศส่วนหนึ่งให้ท่านทราบ 

ความจริงผู้บันทึกยังเหลือเรื่องขึ้นดอยอีกสัก 2-3 ตอน แต่ขอแวะมาเขียนเรื่องนี้ก่อน เพราะกำลังเผชิญอยู่ ความรู้สึกยังสดอยู่ครับ  

ที่ผู้บันทึกหายหน้าไป 2-3 วันเพราะต้อง คอยส่งคนเดินทางไกล ครับจึงไม่มีเวลามากพอที่จะมาเขียนบันทึก  

เมื่อวันที่ 22-24 ที่ผ่านมา ผู้บันทึกเป็นหัวเรือทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่โครงการในเรื่องการจัดทำการเก็บข้อมูลชุมชนแบบมีส่วนร่วม หรือ Participatory Rapid Appraisal หรือที่เรารู้จักกันดีทั่วโลกว่า PRA เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมการฝึกเคยผ่านมาบ้างแล้วจึงเน้นการทบทวนมากกว่า แล้วก็ลงพื้นที่ฝึกทำจริงๆ  ก็พบประเด็นน่าสนใจหลายประการทีเดียว ทั้งในสาระของข้อมูลที่ได้ และกระบวนการจัดเก็บข้อมูล และคุณลักษณะทีมงานที่ไปจัดเก็บ ทำให้ผู้บันทึกเพิ่มการเรียนรู้มากขึ้น แล้วจะเล่าให้ฟังครับ 

เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมในวันเสาร์ผู้บันทึกและครอบครัวต้องพาคุณแม่ซึ่งมีอายุ 97 ปีไปให้หมอดูแผลอันเนื่องมาจากการกดทับเพราะท่านนอนมานานนับเกือย 10 ปี  แล้วหมอขอพบญาติเจ้าของคนไข้ หมอเสนอให้ตัดขาออกเพราะแผลเน่าและเสียหายมาก อาจเกิดการติดเชื้อลามเข้าไปถึงระบบภายในทั้งหมดได้ ครอบครัวปรึกษากันนานกว่าจะลงมติว่าไม่ตัด เพราะหากตัดก็จะต้องดมยาสลบ คนอายุสูงขนาดนี้ดมยาก็ไม่ฟื้น หมอจึงตัดเนื้อร้ายที่เน่าออกจำนวนมาก แล้วทำแผลและแนะนำวิธีการดูแลแผล 4 เวลาต่อวัน ขณะตัดเนื้อร้ายออกนั้นคุณแม่ก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว  

คุณหมอท่านที่สองซึ่งเป็นหมอประจำมามากกว่า 10 ปีมาถึงก็ดูอาการ ตรวจสอบข้อมูลที่พยาบาลเช็คเตรียมไว้ให้ก่อนล่วงหน้าแล้วก็สั่งตรวจวัดการเต้นของหัวใจอีก ตรวจความดัน แล้วหมอก็บอกว่า คุณยายไม่น่าจะเกินคืนนี้ท่านก็คงจากไปอย่างสงบ???  ทุกระบบ Down ลงหมดแล้ว  แม้ว่าหมอจะให้ยาก็จะไม่สามารถดึงชีพกลับมาดีได้  ปล่อยให้คุณยายไปอย่างสงบดีกว่า ???? หากท่านได้ยินคำเหล่านี้ท่านจะรู้สึกอย่างไรครับ...  

ผู้บันทึกน่ะเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องได้ยินคุณหมดกล่าวอย่างนี้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  แล้ววันนี้ก็มาได้ยินคำนี้แล้ว....คุณหมอเป็นรุ่นน้องที่ มช. และรู้จักกันดีตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือที่นั่น จนมาเป็นคนไข้คุณหมอสามีภรรยาคู่นี้อีก 20 กว่าปี คุณหมอทำดีที่สุด และช่วยเหลือครอบครัวเรามาในทางการแพทย์ดีตลอดมา การเข้าโรงพยาบาลทุกครั้งคุณหมอจะมาดูเองและสั่งยาที่ดีแต่ประหยัดที่สุด คุณแม่ต้องนอนห้อง ICU หลายต่อหลายครั้งชีวิตท่านกลับคืนมาเพราะคุณหมอท่านนี้ สิ่งที่หมอกล่าวเรารู้ดีว่าท่านกล่าวมาด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา และเป็นที่สุดของคำวินิจฉัยแล้ว 

เราเอาคุณแม่กลับมาบ้าน คอนส่งท่านเดินทางไกลที่บ้าน เสียโทรศัพท์ดังขึ้นไม่ขาดสายที่เราต้องส่งข่าวให้ลูกๆของท่านทุกคนทราบไม่ว่าจะอยู่ที่ส่วนไหนของประเทศ ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงทุกคนทราบเรื่องและบางคนก็รีบขับรถตรงมาที่บ้านเราทันที เพื่อร่วมกันส่งท่านเดินทางไกลครั้งสำคัญนี้  

เรานอนไม่หลับคอยส่งท่าน วนเวียนเดินเข้าเดินออกระหว่างห้องของท่าน เราเตรียมสิ่งที่ควรเตรียมให้ท่านเดินทางไกล  แต่ก็ขลุกขลัก เพราะไม่มีประสบการณ์ตรง หยิบโน้นหยิบนี่ สาละวนในสิ่งที่ควรทำ ผิดบ้างถูกบ้าง แต่สิ่งที่ทำแรกสุดคือ การนำพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้ประจำไปวางไว้หัวเตียงท่านพร้อมกระถางธูป จัดห้องให้เหมาะสมกับการเดินทางไกล ..... เสียงร้องให้สะอึกสะอื้นเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวจากลูกสาวคนสุดท้องท่านซึ่งเป็นคนข้างเคียงผู้บันทึก ผมพยายามจะไม่แสดงอาการอะไรมากกว่าการเก็บไว้ข้างใน เพราะตอนนี้มีเพียงเรา 5 คนเท่านั้น คือ ท่านแม่ ลูกสาวท่าน ผู้บันทึก และคนดูแลท่านอีกสองคนที่เราจ้างมาดูแลตลอด 24 ชั่วโมงมานานเป็นสิบปีแล้ว 

ท่านหายใจติดขัดเป็นครั้งคราว หลับตาและไม่รู้สึกตัวตลอด หลังเที่ยงคืนนิดเดียวบุตรชายคนหนึ่งจากกรุงเทพฯก็มาถึง  พอสว่างมัวๆบุตรชายอีกคนก็มาถึง สายนิดหนึ่งบุตรชายอีก 2 คนก็มาถึงและอีกหลายคนกำลังเดินทางมา ท่านยังคงสภาพเดิมคือหายใจติดขัด  

ตกกลางวันอาการธาตุแตกเริ่มแสดงคืออุจาระเอง 2-3 ครั้งทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย  ขณะบันทึกนี้ท่านยังคงสภาพ โคม่า  พวกลูกๆท่านมากันเกือบหมดแล้วต่างก็พร้อมใจกันมาร่วมส่งท่าน เดินทางไกลแบบไม่กลับมาอีก ครั้งนี้ 

แต่ก็แปลก ตอนค่ำเมื่อวานที่เรานำคุณแม่ท่านกลับมาบ้านนั้น มีลูกหมาตัวหนึ่งเข้ามาในบริเวณบ้านโดยไม่มีใครรู้ว่ามาได้อย่างไร ซึ่งปกติบ้านจะปิดประตูรั้วบ้านตลอดกันหมาเพื่อนบ้านเข้ามาถ่าย แต่ลูกหมาตัวนี้เราไม่เคยเห็น เขานอนซึมๆเหมือนป่วย เอาอาหารให้กินก็ไม่กิน เจ้าคุกกี้ หมาเลี้ยงของผมไปเล่นด้วยเขาก็ไม่เล่นแถมขู่จะกัดเอา เจ้าคุกกี้ต้องถอยกลับและไม่เล่นกับเขาอีก เขาป่วยแน่นอนเพราะถ่ายเหลวออกมา และนอนซมตลอด..  

ผมคิดในใจว่าหากมีเวลาจะเอาเขาไปหาหมอ แต่ไม่ใช่ตอนนี้.... เพราะผมมีภารกิจต้อง คอยส่งคุณแม่เดินทางไกล......