ท่านติช นัท ฮันห์
และงานเขียนของท่าน
เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกที่มุ่งทำงานด้วยปรารถนาเห็นการขับเคลื่อนสังคมสู่ความจริง ความดี และความงาม เกิดการตื่นตัวที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงเส้นทางแห่ง “การปฏิบัติธรรม” โดยใช้เครื่องมือคือ “การเจริญสติ” เพื่อให้ความรู้สึกแห่งความรัก ความเมตตา ความอดทนและความเข้มแข็ง ได้บังเกิดขึ้นในดวงใจ
ตัวเองได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของท่านหลายเล่ม นับแต่ “ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” ที่ได้อ่านตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่หนึ่ง มาบัดนี้…ที่วันเวลาล่วงเลยยาวนานนับสามสิบปี งานเขียนชิ้นนี้ของท่านยังคงให้อรรถรสและความรู้สึกแห่ง “ปิติสุข” ทุกครั้งที่ได้สัมผัสถึงถ้อยคำและเนื้อหาที่งดงาม อีกทั้งทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของ “พลังสมาธิ” ที่ได้จากการ “เจริญสติ” ในชีวิตทุกขณะ
งานเขียนของท่านเรื่อง “กุญแจเซน” ที่แปลโดยพจนา จันทรสันติ ที่ทำให้เราต้องไปหาหนังสือว่าด้วย “เซน” มานั่งอ่านนอนอ่านมิรู้เบื่อ และทำให้ตามอ่านผลงานของ “พจนา” จนกล่าวได้ว่า “พจนา” เป็นอีกคนหนึ่งของ “นักเขียนในดวงใจ” และถึงกับแอบแต่งบทกวี “ไฮกุ” เอาอย่างบ้างไว้หลายบท
“ปลูกรัก” งานเขียนที่ถ่ายทอด “ภาษาใจ” ด้วยตัวอักษรที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความหมายและนัยยะที่แท้จริงของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” ความบริสุทธิ์และความลึกซึ้งของความรู้สึกแห่งรักนี้นับเป็น “คุณค่า” แห่งชีวิตที่ผู้คนล้วนแสวงหา ...แต่ทว่าสำหรับบางคน…แม้ชั่วชีวิต…กลับมิอาจพานพบ
ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนและบทกวีของท่านติช นัท ฮันห์ เล่มใด…คือเมฆสีขาว ทางก้าวเก่าแก่…เดิน :วิถีแห่งสติ…ด้วยปัญญาและความรัก…ทางกลับคือการเดินทางต่อ…เธอคือศานติ : ลำนำแห่งลมหายใจและรอยยิ้ม…เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง... ดวงตะวันดวงใจฉัน…ฯลฯ ...ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอด "ความรู้" และ “ความรู้สึกนึกคิด” ที่เป็นทั้ง ความจริง ความดี และความงาม ...ให้เราได้ซึมซับถึงจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ด้วยความรักและความเมตตา บางถ้อยคำและหลายข้อความที่ “กระตุกใจ” ทำให้เราได้ทบทวนชีวิตและน้อมรับ “บทฝึก” ที่ว่าด้วย “วิถีทางแห่งสติ” ที่เป็นทั้ง “มรรค” และ “ผล” ในเวลาเดียวกัน
<p>“มีสติรู้เวทนาในเวทนา มีสติรู้จิตในจิต”</p><p>เมื่อใดก็ตามที่ได้ให้โอกาสและเวลาในการ “ฝึก” เราย่อมเกิดการเรียนรู้และได้รับ “ผล” ของการเรียนรู้นั้น เป็นสิ่งที่สัมผัสและรับรู้ได้ด้วยตนเองเป็นเรื่อง "เฉพาะตน" หรือ "ปัจจัตตัง" ซึ่งความรู้และความเข้าใจจากบทฝึกนี้เอง...สำหรับเรา…เป็นเสมือน “เข็มทิศ” ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสุขอัน "สงบเย็น" ที่เกิดจาก "สันติสุขภายใน"</p>
ท่านติชได้กล่าวไว้ในปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ (The Miracle of Being Awake)... บทที่ว่าด้วยรักษาจิตให้แจ่มใสด้วยการภาวนาว่า...“การภาวนาไม่ใช่การหนีโลก หากแต่เป็นการเผชิญกับความเป็นจริงของโลกด้วยจิตที่แจ่มใสและเยือกเย็นต่างหาก”
"สันติภาพและสมานฉันท์" คงเกิดขึ้นไม่ได้บนโลกใบนี้ หากเราไม่สามารถสร้าง “สันติสุข” ให้บังเกิดขึ้นได้ในใจเรา
เช่นเดียวกัน…เราคงไม่อาจพูดถึงการรับใช้"สังคม" รับใช้"ประชาชน" หรือรับใช้"มนุษยชาติ"ได้... หากคนที่อยู่"ใกล้ตัว" เรายังไม่ได้รับการ “ดูแล”
ตราบเท่าที่เรายังไม่สามารถทำให้คนใน “ครอบครัวของเรา” มีความสุขได้ ...
เราก็ไม่น่าจะหวังไปไกลว่าเราจะสามารถให้ความสุขแก่ "ผู้คนในสังคม"ได้...
ชีวิตเป็นของน้อย
ก่อนที่จะสายเกินไป…
ลองหันกลับมาให้ “เวลา” เพื่อตัวเองและคนใกล้ตัวกันบ้างไหม?
</font>
ไปที่ แก้ไขบล็อก แล้วลบรายการตามนี้ออกก็หายเกลี้ยง
<!-- BEGIN CBOX - http://www.cbox.ws -->
<div align="center" id="cboxdiv">
<iframe frameborder="0" width="160" height="305" src="http://www4.cbox.ws/box/?boxid=3164729&boxtag=8338&sec=main" marginheight="2" marginwidth="2" scrolling="auto" allowtransparency="yes" name="cboxmain" style="border:#DBE2ED 1px solid;" id="cboxmain"></iframe><br/>
<iframe frameborder="0" width="160" height="75"
src="http://www4.cbox.ws/box/?boxid=3164729&boxtag=8338&sec=form" marginheight="2" marginwidth="2" scrolling="no" allowtransparency="yes" name="cboxform" style="border:#DBE2ED 1px solid;border-top:0px" id="cboxform"></iframe>
</div>
<!-- END CBOX -->
Bonne nuit : )
โดยส่วนตัวไม่ค่อยซีเรียส ฟังเทศน์ได้ ชอบด้วย ถ้าเจอพระที่เทศน์ดี เช่น ท่าน ว. วชิระเมธี เป็นต้น ถ้าเรื่องที่เทศนาเป็นเรื่องกลางๆ เช่น สันติสุข สันติภาพ ความสงบ ความสมานฉันท์ ความรัก การให้อภัย แบบนี้ก็พอเข้าใจง่าย แต่ถ้ามีหลักศาสนาลึกๆ อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง และต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อย
จริงๆ แล้ว ก็รู้เรื่องราวของ ท่านติช นัท ฮันห์ ไม่มาก เคยอ่านจาก Time Magazine เท่านั้นเอง ถ้างานนี้เขามีถ่ายทอดทางโทรทัศน์คงมีโอกาสได้ดูค่ะ ...Merci beaucoup
ก่อนที่จะสายเกินไป…
ลองหันกลับมาให้ “เวลา” เพื่อตัวเองและคนใกล้ตัวกันบ้างไหม?
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ถึงนานๆเขียนที คุณภาพอย่างนี้ก็ต้องคอยตามอ่านกันค่ะ
การปฏิบัติธรรมทำให้มองเห็นความสำคัญของสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดที่ต้องจัดการก่อน นั่นคือจิตตน แล้วจะเกิดเมตตาไปถึงคนรอบข้างได้
สัจจธรรมค่ะ หากเราไม่สามารถสร้างสุขในตน และในครอบครัวได้ สุขที่เราจะไปสร้างให้สังคมที่อยู่นอกออกไป ก็เป็นไปได้ยากและไม่ใช่ของจริง
สวัสดีค่ะอาจารย์ตุ้ม
เรื่องราวของอาจารย์หนักแน่นและคงเส้นคงวาในเนื้อหาสาระแห่งธรรมค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีคะอาจารย์
วันนี้เข้ามาติดตามอ่านเป็นครั้งแรกนะคะสำหรับบันทึกของอาจารย์...นู่แหม่มนี่ตกข่าวจังเลย
ให้แง่คิดทุกกระบวนความนะคะ
ขอบพระคุณมากคะ
ก่อนที่จะสายเกินไป…
ลองหันกลับมาให้ “เวลา” เพื่อตัวเองและคนใกล้ตัวกันบ้างไหม?
อาจารย์ปัทคะ
ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ
เรื่องทางวิชาการก็อยากแลกเปลี่ยนนะคะ เพียงแต่รู้สึกว่ามีผู้บันทึกกันพอควรแล้วน่ะค่ะ
ดูแลสุขภาพเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
อ้วนเพิ่งเข้ามารู้จักเพราะ search หาคำว่า peace and harmony ค่ะ
อ่านที่อาจารย์เขียนแล้วก็อิ่มใจมาก หนังสือบางเล่มเคยอ่านแล้วแต่คงต้องกลับไปอ่านอีก
บางเล่มยังไม่เคย ขอบคุณที่อาจารย์ช่วยแนะนำนะคะ แล้วจะแวะเข้ามาทักทายอีกค่ะ