ความคิดเป็นตัวกำหนดการกระทำ

ไอทีตามวิถีพอเพียง : ก่อนจะทำตนพอเพียงอย่างแท้จริงได้ต้องเข้าใจความพอเพียงอย่างถ่องแท้ก่อน 

      เรามักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่าความคิดเป็นตัวกำหนดการกระทำ ดังนั้นพฤติกรรมที่มนุษย์แสดงออกมาก็สะท้อนถึงสิ่งที่อยู่เป็นตัวตนของบุคคลนั้น การแสดงออกทางความคิดหรือการกระทำต่างๆ ก็ยังสามารถบอกได้ว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องต่างๆ มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะปรากฏออกมาเป็นภาพลักษณ์ของบุคคล และเราก็จะสามารถคาดเดาว่าบุคคลเหล่านี้เป็นเช่นไร

       ในเวลาหลายปีที่ผ่านมากระแสแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเพื่อเตือนสติและเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน หลายหน่วยงานออกมาขานรับกันมากมาย อีกทั้งทุ่มเทงบประมาณมหาศาลเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ทั้งทางสื่อสารมวลชน การจัดอบรม การจัดตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน จัดตั้งสถาบันที่เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระหว่างที่ผู้เขียนนั่งอยู่ในสวนหลังบ้านย่านชานเมืองพร้อมกับเครื่องโน้ตบุคส์ที่มีอุปกรณ์การต่อเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ทในตัว เพื่อค้นคว้าข้อมูลสำหรับเตรียมการบรรยายให้กับนักศึกษาหลักสูตรนักพัฒนาชุมชน ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้น ก็ได้บังเกิดความคิดอันมาจากสมองที่อยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่เป็นเรือกสวนไร่นา ลมเย็นๆแสนสบาย ทำให้ความคิดและการทำงานช่างสุนทรียิ่งนัก ระหว่างคิดอยู่นั้นก็ก้มลงมองเครื่องอำนวยความสะดวกทางเทคโนโลยีที่เรียกว่าโน้ตบุคล์ ที่มันช่างตอบสนองความต้องการในการทำงานต่างๆได้ดีทีเดียว นึกต่อไปในใจว่าถ้าไม่มีมันคงทำงานลำบาก โลกทัศน์คงแคบ เนื่องจากในทุกวันนี้ผู้เขียนมักใช้เวลาในการอ่านข่าวสารและค้นคว้าข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ทวันละหลายชั่วโมง จนอาจเรียกได้ว่าขาดมันคงเหงาและหงุดหงิดที่ไม่ได้ใช้มัน แต่ก็นั่งนึกไปอีกว่าบางวันที่เราท่องโลกไซเบอร์นี้ เราไม่ได้อะไรจากมันเลยนอกจากตอบสนองความรู้สึกที่ต้องจับต้องมันตามความเคยชิน บางครั้งก็สนทนากับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ทที่วัยรุ่นเรียกกันว่า แช็ท บางครั้งการสนทนาก็ไร้สาระเปลืองเวลาและชั่วโมงอินเตอร์เน็ทโดยที่ลืมไปว่าเราได้เสียเงินเพื่อจ่ายค่าชั่วโมงหลายบาท

    วันนี้โชคดีที่มีโอกาสคิดได้ว่าในหลายๆชั่วโมงที่เข้าอินเตอร์เน็ทมีกี่ชั่วโมงที่เป็นประโยชน์และกี่ชั่วโมงที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมานอกจากเสียเวลาและเสียค่าเช่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ทอย่างเปล่าเปลือง ก็เลยถือโอกาสนี้นั่งนิ่งๆพิจารณาว่า เหตุใดการขับเคลื่อนแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัฐบาล มีแนวโน้มว่าจะเป็นได้เพียงกระแสหรือคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นเพียงหลักคิดที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีอาชีพทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว หรือเป็นเรื่องที่พูดถึงตามกระแสเท่านั้น และยังไม่ค่อยเห็นว่าประเทศชาติกำลังถูกขับเคลื่อนไปตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขแบบพอเพียง เป็นที่น่าสนใจว่าสิ่งนี้น่าจะเกิดจากปัญหาของกระบวนการทำความเข้าใจให้ประชาชนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ บางหน่วยงานขับเคลื่อนแนวคิดนี้สู่ชุมชนในภาคปฏิบัติเลย โดยเฉพาะด้านการเกษตรก็ทำได้อยู่พักหนึ่งแล้วก็จางหายไป เพราะประชาชนมองไม่เห็นว่ามีอะไรแปลกใหม่เกิดขึ้นหรือเกิดประโยชน์มากขึ้นจากที่เป็นอยู่ ซึ่งเสียงบประมาณในการอบรมและประชาสัมพันธ์จำนวนมาก  ผู้เขียนมองว่าการที่ประชาชนยังมองไม่เห็นประโยชน์จากการนำแนวคิดนี้ไปใช้ก็เพราะว่าเขาไม่เข้าใจแนวคิดนี้อย่างแท้จริง เพราะหลายครั้งผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและได้ฟังผู้ที่เป็นวิทยากรกล่าวถึงเรื่องนี้ ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของนิยามหรือความเข้าใจอย่างแท้จริง และเป็นที่น่าเศร้าใจยิ่งนักที่การกระทำบางเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเองก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนปรัชญานี้ ทุ่มเทงบประมาณมหาศาลไปอย่างที่เรียกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สถาบันการศึกษาบางแห่งก็ถือโอกาสจัดอบรมเก็บค่าลงทะเบียนในอัตราที่สูงมาก ทั้งๆ ที่อบรมเรื่องความพอเพียงก็ตาม

        สิ่งที่ผู้เขียนแสดงออกมาทางความคิดนี้ไม่ได้มุ่งกล่าวร้ายหรือเจตนาไม่ดีต่อผู้ใด เป็นเพียงการสะท้อนความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้อินเตอร์เน็ทภายใต้บรรยากาศธรรมชาติที่ดูจะตรงข้ามกับเทคโนโลยีที่กำลังใช้อยู่ในมือก็ตาม ซึ่งผู้เขียนได้แนวคิดสองประการจากเหตุการณ์นี้ ประการที่หนึ่ง คือ อะไรที่ไร้ประโยชน์เสียเวลา เสียเงินเอย่างเปล่าเปลือง ไม่ใช่ความพอเพียง ประการที่สอง การพูดแต่ปากหรือการกระทำโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็มิใช่การรู้จักการประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง ทั้งนี้ต้องเกิดจากสิ่งที่อยู่ข้างในคือความคิดที่รับรู้และเข้าใจอย่างแท้จริง และจิตใจที่กระทำมันอย่างมีความสุข บริสุทธิ์ใจ อันจะรับรู้ซึ่งประโยชน์จากการนำแนวความคิดปรัชญานี้ไปประยุกต์ใช้อย่างแท้จริงด้วยความสุขต่างหาก ดังนั้นขอฝากท่านทั้งหลายว่า ก่อนจะทำตนพอเพียงอย่างแท้จริงได้ต้องเข้าใจความพอเพียงอย่างถ่องแท้ก่อน จึงจะเป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

อ้างอิงแนวคิดจากหนังสือ : คณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2548). เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : สำนักงานฯ.