"มารยาทที่ควรก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยี" ผมจำได้ว่า เนื้อหาในหัวข้อนี้นำมาจากเวปของกระทรวงวัฒนธรรม จำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้เขียนบทความนี้ ผมได้นำไปให้นักศึกษาเรียนรู้ในชั้นเรียน เพื่อแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง
ผมต้องยอมรับว่า โลกปัจจุบันเป็นโลกของความด่วน ทำอะไรแบบเร่งรีบ (สังคมเมืองที่ผมประสบ) บางครั้งถึงกับไม่ทัน ทีนี้ เมื่อเร่งรีบมากๆ ส่งผลต่อความด้อยประสิทธิภาพ เช่น การทำหลักสูตรการศึกษาแบบเร่งรีบ เพื่อให้ทันต่อกำหนดการหรือโครงการที่ตั้งไว้ ก็ส่งผลต่อระบบการศึกษา การทำวิจัยเพื่อให้ทันต่อกำหนดการ ก็ต่อผลต่อคุณภาพของงาน การอ่านหนังสือด้วยความเร่งรีบก็ไม่ได้สาระเทียบเท่ากับการค่อยๆอ่าน อย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในโลกของธุรกิจ เพราะความเร่งรีบนี่เอง จึงขาดสติรอบตัว
บทความที่ผมอ้างถึง กล่าวถึงมารยาทที่ควรก้าวไปพร้อมกับความทันสมัยของเทคโนโลยีอย่าง โทรศัพท์มือถือ บันไดเลื่อน รถและเรือโดยสาร ตลอดถึงลิฟ
กล่าวถึงการเข้าร่วมฟังอภิปราย "วัฒนธรรมที่พึงประสงค์" ระหว่างที่คนกำลังนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ (ในความเห็นของผมคือ ฟังอย่างเคารพ เคารพต่อการฟัง เคารพต่อเนื้อหา เคารพต่อผู้บรรยาย เคารพต่อผู้นั่งฟัง) เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นข้างๆ ตัวผม และการคุยโทรศัพท์ของชายผู้นิ่งร่างกายสมบูรณ์ในวัยประมาณ ๕๐ เห็นจะได้ และท่านก็คุยโทรศัพท์เฉย ท่านคงไม่ได้มองว่า มีคนอย่างน้อย ๕ คนที่หันหลังมามอง ยังไม่นับถึงคนที่ได้ยินแต่ไม่อยากหันหน้ามามองว่าใครกันอีกจำนวนมาก ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งดังสอดเข้ามาระหว่างความเงียบที่มีแต่เสียงผู้อภิปราย และคุยดังพอสมควร ข้อคิดคือ ในห้องประชุมควรทำอย่างไรดีกับโทรศัพท์ ทุบมันทิ้งเลยดีไหม แต่ก็นั่นแหละเราเรียนหนังสือมาคนละตำรา ธุรกิจรัดตัวก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ๑ นาทีคือมูลค่ามหาศาลทีเดียว
ปุ่มลัดของการตั้งเป็นระบบสั่นสะท้าน ของ sony ericsson โดยไม่มีเสียงคือ กด # ค้างไว้ ปลดล็อกก็ทำนองเดียวกัน คือกด # ค้างไว้
"มารยาทที่ควรก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยี"
น่าสนใจคะ เมื่อเรา เรียนรู้ สิ่งใหม่ๆแล้ว...เราเป็นคนทันสมัย...ดูดี...เท่ห์
แต่สิ่งที่จะทำให้ ดูน่ารักไปกว่านั้น...คือการรู้จัก
กาละ เวลา....
สวัสดีด้วยความระลึกถึงค่ะ อาจารย์นมินทร์
มาเยี่ยม คุณ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p> </p><p>เข้าประชุมครั้งหนึ่งผมลืมปิดมือถือ…มีเสียงดังขึ้น…ผมปิด…มันดังขึ้นอีก…ผมปิดอีก…แล้วลุกยืนโค้งคำนับผู้บรรยาย…แล้วออกไปด้านนอกแล้วกดโทรไปเบอร์นั้น…เสร็จธุระเรื่องการโทรแล้วก็เข้าไปโค้งคำนับผู้บรรยาก่อนเข้าไปนั้งฟังต่อไป…ผมทำผิดไหมครับ ฮา ๆ เอิก ๆ</p>
สวัสดีครับ
ผมมองว่าเป็นจิตสำนึก หรือความตระหนัก ในการเสพเทคโนโลยี
ถ้าเมื่อใดคนขาดจิตสำนึกในการใช้
อย่าลืมว่ามันมีทั้งคุณและโทษ
ขอบคุณมากครับ
เรียน ท่านอาจารย์ดอกไม้ทะเลครับ :-)
เรียนท่านอาจารย์ยูมิครับ
เรียนคุณลุงวอครับ (แอบไปอ่านประวัติมาครับ เพื่อที่จะตอบตัวผมเองว่า ผมควรอยู่มุมใดของหัวใจ ฮาฮา)
ขอขอบคุณมากครับ สำหรับความคิดเห็นที่มอบให้เป็นอย่างดีครับ และผมเพิ่มอีกหน่อยหนึ่งว่า เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาจากหาดใหญ่ด้วยรถโดยสาร อุตส่าห์เลือกรถที่สงบที่สุดแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังในยามเงียบสงบของผู้หลับไหล ตลกดีครับ ฮาฮา การที่เสียงโทรศัพท์ผู้อื่นดัง ทำให้ต้องมาตรวจสอบของตัวเองว่า ผมตั้งเป็นระบบสั่นหรือยัง (ปิดเสียงเรียก)
สวัสดีค่ะอาจารย์...นมินทร์ (นม.)
ขอบคุณค่ะ พยายามจะไม่ไร้มารยาทค่ะ
ซินจ๋าวแอมนมินทร์ (นม.)
เคยคิดเรื่องนี้และคิดอยู่มาตลอดครับ
การที่เราทันสมัยแต่ไม่พัฒนา นี่แหล่ะครับ
โทรศัพท์ ชาวบ้านทั่วไปมีหมดแต่ไม่รู้มารยาทในการใช้ รวมทั้งพวกมีการศึกษาก็ด้วยเห็นเป็นเรื่องธรรมดาไปซะในการที่มีเสียงโทร ฯ ดังในที่ประชุม
คอมพิวเตอร์ก็อีก ใช้เล่นเกมส์ คาราโอเกะ ดูหนัง แชท ใช้ประโยชน์กันจริง ๆ แล้วน้อย
รถยนต์ ขับกันแต่ไม่รู้มารยาทในการขับ ไม่รู้กฎ
ครับผม เหล่านี้ เป็นอย่างความเห็นของอาจารย์ครับ ผมสนับสนุน ต่อไปโรงเรียนคงต้องสอนเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง
สวัสดีครับ <div style="float: left; padding: 4px"><div class="picture">
</div></div><div class="info">
mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง </div><ul><li><div class="info">จะให้ครูอาจารย์สอนคงลำบากหน่อยนะครับ ว่ากันปากเปียกแน่ๆๆ :-)</div></li></ul>