เพลงพื้นบ้าน
“ตำนานที่อยู่ในตัวคน”
ผมรักเคารพผู้ให้กำเนิดที่ทำให้ผมได้ลืมตาขึ้นมา มองเห็นความสว่างสดใสบนโลกแห่งนี้ เมื่อผมโตขึ้นได้พบกับครูที่แสนดี คือ พ่อคุณวัน มีชนะ ฝึกหัดให้ผมเป็นหลายอย่าง และยังมีคุณครูอีกหลายท่านสอนผมมา ในที่สุดผมก็ได้พบกับครูเพลงพื้นบ้านท่านหนึ่งชื่อป้าอ้น จันทร์สว่าง ผมไปฝึกหัดเพลงพื้นบ้านที่บ้านของป้าอ้น ที่บ้านหนองแขม เมื่อ 25 ปีก่อนโน้น ผมขอยืนยันว่า ป้าไม่มีเอกสารให้อ่าน ไม่มีตำราที่ถูกตีพิมพ์และตั้งราคาค่างวด (แพงเกินไป) แต่อย่างใด ป้าอ้นมีบทร้องอยู่ในตัวเขาทั้งหมด ป้าร้องให้ผมฟังด้วยกลอนเพลงพื้นบ้านหลายชนิด บางตอนป้าหยุดร้องและพูดว่า “ป้าชักจะลืม ๆ ไปเสียแล้วละครูชำเลือง” พอนึกขึ้นได้ก็ร้องต่อ ถึงตอนเหนื่อยป้าก็พูดว่า “เอ้าครูร้องมั่ง พอจะจำได้บ้างไหม ที่ไหนจำได้ก็ว่าวนไปก่อนให้คล่อง” (ผมคิดว่า ป้าต้องนำเอาคำพูดที่อาของป้าเคยสอนเอามาใช้) เมื่อมีความคุ้นเคยกัน ป้าก็หยิบสมุดเล่มเก่ามากมาให้แล้วบอกว่า เอาไปจด ตรงไหนว่าไม่ได้มาคราวหน้าครูค่อยถามป้า ป้าอ่านหนังสือไม่ออก จะให้บอกว่าตรงไหนเพลงอะไร ป้าบอกไม่ถูกแต่ถ้าครูอ่านมาป้าได้ยิน ร้องให้ฟังได้ นี่ถ้าตอนนั้นป้าโยนสมุดเนื้อเพลงพื้นบ้านให้ผม แล้วพูดว่า “เอาบทเพลงไปศึกษา แล้วครูมาร้องให้ป้าฟังนะ” ผมคงมืดสิบด้าน แต่นี่ป้าฝึกหัดให้ผมโดยการสาธิตให้ดู ร้องให้ฟัง รำ ทำท่าทางแล้วก็ให้ผมทำตามจนท่านพอใจ (ทำไม่ดีก็ให้ทำใหม่) มีการประเมินผล ติชม ปรับปรุงแก้ไขจนเกิดความสมบูรณ์ เช่นเดียวกัน วันที่ผมไปฝึกหัดเพลงที่บ้านป้าทรัพย์ อุบล ที่บ้านหนองทราย เพื่อนของป้าอ้นพอแนะนำตัวให้ป้ารู้จักเสร็จสับ ป้าทรัพย์ก็ร้องเพลงฉ่อยให้ผมฟัง สักครู่เดียวป้าก็ออกท่ารำ แต่ดูจะเป็นการวาดแขนม้วนข้อมือเสียมากว่าการตั้งวงรำแบบนาฏศิลป์ ป้าร้องเพลงฉ่อยได้อย่างต่อเนื่องทั้งที่ในวันนั้นอายุป้าล่วงเลยมาถึง 77 ปีแล้ว พอเหนื่อยก็พูดว่า “ครูร้องบ้างซี ฉันชักจะลืม ๆ ไปหลายตอน ไม่ค่อยได้ว่าเหมือนยังแต่ก่อน” ผมก็ร้องเพลงฉ่อยให้ป้าทรัพย์ฟังบ้าง
โอง โงง โง โอ่ โอง โง๊ย...
พอได้ฟัง สำเนียง เสียงก็ แม่เพลง
เสียงแม่คุณ คนเก่ง ดังมา แต่ไกล
ว่าจะลง กะได ไหงจะ ถลำ
ขึ้นลง ยังต้องคลำ แม่ก็ กะได
โอ๊ยกะได เคยขึ้น เคยยืน แยงแย่
เคยยืนแอ่น อี๊แอ๊ บนลูก กะได (ลูกกะได)
ว่าจะขึ้น จะลง จงได้ มุ่งมั่น
กะไดมี เจ็ดขั้น เคย นับไว้ (เคยนับไว้)
โปรดระวัง ให้ดี จับที่ ชายพก
ระวังลื่น แล้วจะตก ก็ กะได
เอ่ ชา... เอ๊ ช้า ชา.. ชะ ฉ่า ชา.. หน่อย แม่........
ป้าทรัพย์บอกว่า ที่บ้านไม่มีเนื้อเพลงเลย พวกที่เขาเล่นกันรุ่นหลัง ๆ มาเอาไปหมด ทีแรกมันก็บอกว่าขอยืม แต่พอเอาไปแล้ว มันก็เอาไปเลย เพลงดีๆ ที่ครูเขาแต่งไว้นานแล้วตั้งแต่ป้าเป็นสาว ๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวหนังสือในสมัยก่อนนักเพลงเขาเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ร้อง มิได้เอาไว้อ่าน หรือศึกษาหาความรู้ ให้ใครไปก็จะต้องเอาไปท่องให้จำบทเพลงได้ จำเพลงได้แล้วก็มาว่าให้ครูฟัง ส่วนมากนักเพลงผู้ชายจะเป็นผู้เขียนบทเพลง สำหรับที่อำเภอดอนเจดีย์ มีนักแต่งเพลงพื้นบ้านตัวยง หรือว่าบรมครู แต่ไม่มีนักเขียนที่ว่าเชี่ยวชาญ ไม่ไปศึกษา เพราะอะไรไม่รู้ ท่านที่ผมกล่าวถึงนี้ ชื่อ ครูเคลิ้ม ปักษี ท่านเป็นนักแสดงเพลงพื้นบ้านรุ่นเก่า รุ่นบรมครูของนักเพลงดัง ๆ หลายคน ที่ได้ดีมีชื่อเสียงก็เพราะครูเคลิ้มนี่แหละ ครูเคลิ้มเขียนบทเพลงลงในสมุด ท่านเขียนแบบต่อเนื่องกันไปเลย ไม่จัดระเบียบเป็นคอลัมน์หรือบรรทัด หรือเป็นวรรคเป็นตอนแต่อย่างใด (ผมมีเนื้อเพลงพื้นบ้านฉบับเก่าอยู่หลายเล่ม) สิ่งที่น่าจะเก็บเอามาคิดบ่งก็คือ ตัวหนังสือเหมือนกัน เนื้อหาเหมือนกัน แต่ความคาดหวัง (Out come) ไม่เหมือนกัน ครูเพลงในสมัยก่อน ท่านเขียนเพลงเพื่อฝึกหัดคนให้ไปแสดง ฝึกหัดแล้วมีคนเล่นเพลงต่อจากท่านเล่นกันจนเป็นอาชีพมีรายได้เลี้ยงครอบครัวมากมาย ต่อมาต่อมาคนเหล่านั้น หมดอายุขัย ตายจากโลกนี้ไปตามวัยอันสมควร ไม่มีคนรุ่นหลังมาช่วยกันคิดที่จะเอาอย่างบรรพบุรุษ ไม่มีบุคคลใช้วิธีการอย่างที่ครูเพลงรุ่นเก่าเขาใช้ แต่กลับค้นคิดหาวิธีการใหม่ๆ (นวัตกรรม) นำเอามาจัดการกับศิลปะพื้นบ้าน โดยให้เหตุผลว่า จะเป็นการอนุรักษ์ สืบสานเพลงพื้นบ้านให้คงอยู่ตลอดไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี หรือจนถึง 30 ปี ทำไมเพลงพื้นบ้านจึงหมดไป หรือว่าหมดไปตามยุค หรือเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็ดี ที่ยังมีเสียงเรียกร้องว่า ให้เอากลับมา เอากลับมาอีกครั้ง เพื่อช่วยกันรักษาไว้ แล้วใครกันเล่าครับที่จะเข้ามาช่วยเพราะคนเก่ง ๆ รุ่นหลังเขามักจะพูดกันว่า
- ผมได้จัดเก็บรวบรวมบทเพลงพื้นบ้านเอาไว้ทั้งหมดและเขียนเป็นโน้ตสากลเอาไว้ ให้นักศึกษาได้ฝึก
- ดิฉันมีผลงานทั้งแต่ง รวบรวม และวิเคราะห์เพลงพื้นบ้านหลายเล่ม เป็นทางหนึ่งที่จะสืบสานเอาไว้
- ถ้าใครจะสอนเพลงพื้นบ้าน จะต้องสอนด้วยโน้ตสากลเท่านั้น การร้องเพลงจะต้องร้องตามโน้ต
- เครื่องดนตรีที่ใช้ต้องเป็นตะโพนไทย และจะต้องตีจังหวะ “หน้าทับลาว” (แสดงถึงความไม่รู้เลย)
- การอนุรักษ์ สืบสาน จะต้องเร่งหาสาเหตุของปัญหาให้พบโดยด่วน ก่อนที่เพลงพื้นบ้านจะหมดไป
- วิธีการด้นกลอนสด จะต้องฝึกคิดคำให้ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ครูมีตำราให้ฝึก
ยังมีการแสดงความเห็นอีกมาก ผมเคยได้ยินท่านหนึ่งออกมาพูดให้ข้อมูลทางสื่อมวลชนว่า ท่านเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงพื้นบ้าน พิธีกรถามท่านว่า ที่สถาบันของอาจารย์มีการฝึกศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้านกันบ้างไหม ท่านตอบว่า ที่.... ของเรายังไม่มีถึงขั้นนั้น ผมคิดเอาเองว่า แล้วเมื่อไรจะถึงขั้นไหนกันเสียที จะอีกกี่ร้อยกี่พันคนที่แค่ออกมาพูด เพียงแค่จะบอกคนอื่นว่า มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะพื้นบ้าน (น่าเบื่อในระดับปานกลาง) อยากให้ลงมือทำกันเลยครับ อย่ามัวหลบหลีกอยู่ เอาหัวที่ห่อหุ้มมันสมองแบ่งไปเก็บบทเพลงสัก 1 หน้ากระดาษ ลองฝึกวาดลวดลายทำท่าทางตามบทเพลงที่ร้อง ออกเสียงดัง ๆ นะครับ อย่าอาย และก็ถ้าเสียงไม่ดีจริง ก็กรุณาอย่าไปตำหนิผู้แสดงตัวจริงว่า เขาใช้เสียงสูงเกินไป เขาเล่นเร็ว เขาร้องคีย์ไม่เท่ากัน เพราะว่าสิ่งที่คุณตำหนิมานั้น มิได้อยู่ที่ตัวผู้แสดง แต่มันน่าจะอยู่ที่ตัวผู้พูดนั่นแหละ โปรดจงรับรู้บ้างว่า กว่าที่จะร้องเป็น กว่าที่จะเล่นได้ กว่าที่จะไปถึงจุดนั้น มันยากยิ่งกว่าการมานั่งทำเอกสารหลายร้อยหลายพันเท่า จากคนสู่คน จากคนต่อคน ต่อ ๆ กันมาจนได้เห็นสายเลือดที่โยงใย (ทายาททางเพลง)
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีครูเพลงในยุคกลาง ที่ยอมถ่ายทอดความรู้จากสมองของท่านมาสู่เด็ก ๆ ได้แก่พี่เกลียว เสร็จกิจ (ขวัญจิต ศรีประจันต์) ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2539 พี่สุจินต์ ชาวบางงาม (สุจินต์ ศรีประจันต์) ศิลปินดีเด่นจังหวัดสุพรรณบุรี ปี พ.ศ. 2541 คุณขวัญใจ ศรีประจันต์ คุณ จิตนา ทับมี คุณนกเอี้ยง เสียงทอง ฯลฯ บุคคลเหล่านี้แหละครับ ที่เป็นตำนานแห่งเพลงพื้นบ้านตัวจริงของสุพรรณบุรีและภาคกลางแถบตะวันตก เป็นผู้ทีเก็บตำนานเพลงอันล้ำค่าเอาไว้ในหัว ผมนึกสงสารตัวเอง ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเพลงพื้นบ้านมาตลอดชีวิต มุ่งปฏิบัติจริงจนเป็นจริง ๆ แล้วนำเอาความรู้มาถ่ายทอดให้นักเรียน ยังมีคนตำหนิว่า เด็ก ๆ ของผมไม่มีการพัฒนาทั้งที่เขาเล่นเพลงพื้นบ้านรับจ้างเป็นอาชีพมานานเกือบ 20 ปีแล้วและเล่นได้ ถึง 9 ชนิดเพลงครับ (ยอมเสียเงินสักงานหาเอาไปดู)
ผมสงสารน้องชายของผมอีก 2 คนที่เชื่อผม หลงเดินทางตาม พี่ชำเลือง มณีวงษ์ จนถึงวันนี้เขาทั้ง 2 คนเป็นครูเพลงมือหนึ่งของอำเภอ คนหนึ่งชื่อ ครูพิสูจน์ ใจเที่ยงกุล คนเก่งของอำเภอสองพี่น้อง อีกคนคือ ครูนารินทร์ แจ่มจิตต์ อำเภออู่ทอง จากจุดเริ่มต้นที่เขาไม่เป็นเลย (พ.ศ.2541) มาถึงวันนี้เพลงพื้นบ้านเข้าไปอยู่ในหัวเขาเต็มแล้ว เขาถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียนโดยการฝึกปฏิบัติ ถ้าเด็กคือผลผลิตทางการเกษตร ผมกล้าพูดได้ว่า วันนี้ต้นกล้าขึ้นเขียวชอุ่มแตกใบโบกสะบัดพลิ้วอยู่ในโรงเรียนและนอกโรงเรียนรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง รอแต่เพียงว่าเมื่อไรหนอ จะมีคนที่เห็นคุณค่ามาเก็บเกี่ยวกันเอาไปเสียที
(ชำเลือง มณีวงษ์ / คนรักเพลงพื้นบ้าน)
ขอบคุณแผ่นดิน (คุณพนัส ปรีวาสนา) มาก ครับ
ได้อ่านสาระเนื้อหาต่าง ๆ ที่อาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ ใส่ไว้ในบล็อก เป็นเกล็ดความรู้ภูมิปัญยาพื้นบ้านที่หาได้ยากมาก และจะหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคต ลุงนิตย์ ขอชื่นชม ท่านอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ อย่างยิ่ง ที่ได้ให้ความรู้เป็นวิทยาทานและยังประโยชน์สืบต่อไป
"ลุงนิตย์"
"ชำเลือง มณีวงษ์"
ผมขอขอบคุณและขอกราบคารวะท่านอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์เป็นอย่างมากครับที่ท่านได้กรุณาทุ่มเทและเสียสละเป็นอย่างมากๆกับผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านที่ผ่านมาอย่างยาวนาน ผลที่คนไทยและประเทศไทยได้รับมากมายจนไม่สามารถเปรียบได้ ขอให้กำลังใจอาจารย์ครับ ด้วยความเคารพรักอย่างจริงใจ ผมดูการสอนเพลงอีแซวของท่านจากเน็ตมี ๑๑ ตอน ดีมากเลยครับผมชอบมาก มีสอนเพลงฉ่อยด้วยไหมครับ ?
ณพวิทย์
สวัสดี คุณณพวิทย์
จะติดต่อหมอทำขวัญที่ชื่อ ชำเลือง มณีวงษ์ ได้อย่างไรค๊ะ
คุณสุมาลี วรชื่น
คลิกเม้าส์ไปที่ "ประวัติ" ซึ่งเป็นข้อความที่อยู่ใต้รูปเล็ก ๆ ตอนบนสุดด้านซ้าย ขอกรอบนี้ หรือจะคลิกไปที่รูปผมที่อยู่มุมจอด้านบนของกรอบนี้ จะเข้าไปที่รายละเอียดส่วนตัวของผม มีช่องทางติดต่อได้หลายวิธี ครับ โทรศัพท์, e:mail และที่อยู่ของผม