วันนี้เรามีพิธีปิดการอบรมเกษตรกรเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนรุ่นที่7 ขณะเดียวกันก็มีเกษตรกรกลุ่มใหญ่จากจังหวัดสุรินทร์มาขอดูงาน เราจึงจับขบวนรถไฟทั้งคู่ให้วิ่งสวนกัน กลุ่มหนึ่งอยู่ในห้องประชุม สรุปบทเรียนที่ได้รับการฝึกอบรม ว่าได้รับแนวคิดและวิธีการอะไรไปปรับใช้บ้าง อีกกลุ่มหนึ่งให้เดินชมกิจกรรมต่างๆภายในมหาชีวาลัยอีสาน
(เห็ดหลินจือ ฟังชื่อคล้ายมาต่างประเทศ ที่จริงมันเกิดขึ้นทั่วไปในบ้านเรา แต่คนไทยรู้จักในชื่อต่างด้าว ส่วนไก่งวง น่าจะมาจากต่างประเทศ เลี้ยงมานานจนเป็นสัตว์พื้นบ้านของเรา)
เมื่อกลุ่มแรกเดินทางกลับ กลุ่มที่2 ก็ทยอยเข้ามานั่งในห้องประชุม จากการสอบถามหัวหน้าทีม ทราบว่าพาคณะเดินทางไปดูงานมาหลายแห่ง ที่ขอมาเยือนสถานีแห่งนี้ เพราะมีคนไปเล่าว่ามีวิธีบริหารจัดการความแห้งแล้งเชิงประจักษ์ ว่าได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำมาหากินในที่ขาดแคลนน้ำ ไม่สามารถกักเก็บผิวดินได้ ต้องอาศัยน้ำฝนทำการเกษตร จึงขอมาดูว่าทำอย่างไร ผลออกมาเป็นอย่างไร
ในช่วงที่ให้ถามปัญหา คุณตาคนหนึ่งอายุประมาณ65ปี จากอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ถามว่า ..”ตนเองมีพื้นที่ทำกิน10ไร่ เตรียมการปรับพื้นที่ด้วยการไถผืนดินไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งใจว่าจะปลูกยางพารา ไปถามต้นกล้ายางเขาคิดราคาต้นละ18บาท ถ้าปลูกเต็มพื้นที่คงจะใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จึงขอหารือว่าแนวคิดที่จะปลูกยางพาราเหมาะสมหรือไม่ ขอคำชี้แนะด้วย”
ตามปกติคำถามทำนองนี้เยอะมาก แสดงว่าการตระเวณไปดูงานหลายพื้นที่หลายกิจกรรม ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกอะไรดี ปัญหาในใจของเกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญ ยังฟันธงไม่ได้ว่า..โจทย์ในอนาคตควรจะเริ่มทำอะไรถึงจะไม่ผิดพลาดอย่างที่แล้วๆมา การที่คิดจะปลูกยาพาราเกิดจากกระแสการส่งเสริมโดยภาครัฐฯ ไม่ใช่การศึกษาค้นคว้าจนได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของแต่ละครัวเรือน การเรียนรู้ยังไม่ถึงจุดที่จะก่อให้เกิดความถูกต้องขึ้นในใจของเกษตรกร
การตอบคำถามเหล่านี้เป็นเรื่องยาก เพราะมันไม่สมควรที่จะแนะนำอะไรได้ตรงๆแบบฟันธงว่าอย่างนั้นดีอย่างนี้ทำแล้วรวย ผมพิจารณาถึงอายุของคนถาม 65ปีแล้ว ถ้าปลูกยางพาราก็คงไปกรีดยางตอนถือไม้เท้า จะตื่นมาตี2-3ทำงานสังขารก็คงจะแย่ จึงอธิบายว่า..ถ้าผมเป็นคุณลุงผมจะปลูกไม้ยืนต้นนานาชนิด ปลูกไม้ติดแผ่นดิน ไม้เศรษฐกิจ ไม้ใช้สอย ไม้ผักยืนต้น ไม้ผล ไม้สมุนไพร ไม้ล้อม ไม้ประดับ กิจกรรมที่ว่านี้เรียกว่าการเกษตรเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน แล้วเจาะพื้นที่ตรงกลางประมาณ1-2ไร่ ทำการเกษตรแบบประณีต ปลูกผักนานาชนิด เลี้ยงหมูเห็ดเป็ดไก่ เอาใจใส่ดูและให้น้ำให้ปุ๋ย ทดลองเรียนรู้ด้วยมือของตนเอง การดำเนินไปในลักษณะนี้ หน้าตาที่ดินก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ร่มรื่น ต้นไม้ที่โตขึ้นบ่งบอกถึงความยั่งยืน ที่เกิดผลกับการเกษตรที่มีฐานคิดเรื่องต้นทุนชีวิตสัมพันธ์กับต้นทุนธรรมชาติ ที่สามารถยุติการทำมาหากินแบบทุนหายกำไรหดได้
คุณตาคนที่ถามบอกว่า จะรับไปพิจารณาปรึกษากับแม่บ้านอีกรอบหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจปลูกอะไร แสดงว่าในครัวเรือนครอบครัวนี้ เริ่มใช้พลังครอบครัวมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมบ้างแล้ว
ช่วงนั้นอยู่บ้าน แต่มีการอบรมเกษตรกร
สวัสดียามเช้าค่ะ....ครูบาสุทธินันท์
อิอิ...แกล้งถาม
สวัสดีค่ะครูบา
ดิฉันมีที่ดิน 6 ไร่ ติดถนนมิตรภาพ
ปลูกป่าไว้ เช่นต้นประดู่ป่า ยางนา โมกมัน ฯลฯ
ปรากฎว่าพอโตขึ้น ก็โดนไฟไหม้ป่า
ไหม้มา 3 รอบแล้ว
เพราะจ้างตัดหญ้าไม่ไหว พอหน้าแล้ง ไฟก็ไหม้
พองอกใหม่ ก็มีการแตกต้น ออกเป็นหลายต้น
แต่ไม้ป่าทนทานดี ไม่ตาย
ขอคำแนะนำจากครูบา ด้วยนะคะว่า
ทำยังไงเราจะดูแลป่าแบบธรรมชาติได้ ไม่ให้ไฟไหม้ค่ะ
วันนี้มีเวลาแวบเข้ามาเยี่ยมครับ
ชอบประเด็นจังเลยซึ่งเป็นคำถามทั่วไปที่พบบ่อยๆ สะท้อนให้เห็นอย่างที่ท่านครูบากล่าว ผมเห็นด้วยต่อคำอธิบายของครูบาครับ ต่อคำถามทำให้นึกถึงว่าเกษตรกรไทยไม่มีการวิเคราะห์วิจารณ์ แต่มีการเฮกันไป ปรากฏการณ์นี้ซ้ำซากเสียจนนักธุรกิจจับทางอยู่ ก็อาศัยช่องทางนี้ทำมาหากินต่อไปบนความเสี่ยงของเกษตรกร ซึ่งรัฐเองก็ใช้โดยไม่ตระหนักถึงปัญหาของเกษตรกรที่มีอยู่และที่จะเกิดขึ้นตามมามากมายครับ แหมอดไม่ได้อีกแล้ว...อิอิ..
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยม และชอบที่ครูบาเขียนตรงนี้ค่ะ
เริ่มใช้พลังครอบครัวมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมบ้างแล้ว
เป็นเช่นนี้มานานแล้วค่ะ คุณบางทรายคะ
การค้าขายและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนตลอดค่ะ นักธุรกิจก้ต้องเปลี่ยนตาม และเราไม่ได้ป้อนสินค้า ให้ตลาดโลกคนเดียว มีประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศที่ทำอย่างเดียวกับเรา เช่น ปีนี้ ข้างโพดหวานทางอเมริกาผลผลิตตกต่ำ ทางเราก็ได้ราคา ปีไหนเขาผลผลิตสูงเราก็ไม่ได้ราคา มะเขือเทศก็เช่นเดียวกัน
เกษตรกรก็มีผลกระทบด้วย ตรงนี้ทางการต้องมีข้อมูลให้เกษตรกรค่ะ ให้ตามทันโลก ราชการอาจช้าไปหน่อยค่ะ
ตลาดโลก ตลาดในประเทศเป็นผู้กำหนดราคาค่ะ
มันเป็นกลไกของตลาดจริงๆนะคะ
ยังตามอ่านค่ะ
แต่ไม่ได้ลงความเห็นทุกครั้ง
คำแนะนำของครูบาดีจังค่ะ
ใช้มาปรับ ให้เข้าบริบทตนเอง ครอบครัวของใครของมัน
ดีจังเลยค่ะ บรรยากาศท้องถิ่นบ้านเรา หอมไอดิน กลิ่นยอดหญ้า แถวบ้านนา ฟ้าสีคราม