เมืองแพร่แพรพรรณ ครามย้อมนั้นหม้อห้อมไทย

มาเหนือครั้งนี้ ผมบอกคุณเม ไว้ว่า ผมจะมาหาซื้อผ้าเหนือไปนุ่งเพิ่ม เพราะใส่สบายดี ผ้าฝ้ายนั้นถูกต้องกับภูมิอากาศบ้านเราทีเดียว หะแรกว่าจะไปซื้อที่เชียงราย พอเล่าให้แอ๊ดฟัง แอ๊ดก็บอกว่า มาถึงแพร่แล้ว ไม่ได้หม้อห้อมกลับไป เสียชื่อมัคคุเทศน์หมด เดี๋ยวจะแนะนำต้นตำรับหม้อห้อมแท้เมืองแพร่ พี่วุฒิไกร ผาทอง เจ้าของร้านหม้อห้อม แก้ววรรณา

เสร็จจาก dialogue เลยเวลามานิดหน่อย แอ๊ดบอกว่าวันนี้ขออนุญาตพี่แดง ขโมยหน้าที่เจ้าภาพไปกินกันที่บ้านพี่วุฒิไกร หรือที่ แก้ววรรณา แหล่งผลิต ย้อม จำหน่าย เจ้าของสโลแกน "หม้อห้อมแท้ สีไม่ตก"

ก่อนจะไปหาพี่วุฒิไกร ผมก็กระซิบบอกแอ๊ด ขอไปเยี่ยมคุณอาพ่อแอ๊ดก่อน แอ๊ดก็ OK พาไปไหว้ถึงที่บ้านเลย เจอทั้งคุณอาและคุณแม่แอ๊ด

คุณอานอนอยู่บนตั่งติดประตูหน้าเลย เจ้าแอ๊ดเข้าไปเขย่าขาปลุก (ห้ามไม่ทัน!!) คุณอาค่อยๆลุกขึ้นนั่ง สวัสดีครับ มาเยี่ยม คุณแม่ก็นั่งอยู่ใกล้ๆ พูดคุยสนทนา เอาอัลบัมรูปมาดู เป็นภาพคุณอาทำบุญกับพระสงฆ์ และกิจกรรมที่วัดต่างๆจำนวนมาก แอ๊ดบอกว่าคุณพ่อชอบทำงานให้วัด ให้ชุมชน ทำมาตลอดเป็นหลายสิบปี (มิน่า จึงมีอะไรๆดีๆมาสอนเจ้าแอ๊ดเยอะแยะไปหมด) คุณแม่คอยดูแลคุณอาอย่างใกล้ชิด ตอนนี้เป็นวาระที่การดูแลซึ่งกันและกันมีความหมาย

ที่จริงเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ ตอนเราแก่ลง มีลูกหลานเดินไปมาในบ้าน คู่ชีวิตนั่งอยู่ข้างๆ อยู่ในบ้านของเราเอง

เสร็จจากบ้านแอ๊ด เราก็ไปร้านแก้ววรรณา เป็นบ้านในสวน ต้นไม้ร่มรื่นเต็มไปหมด แอ๊ดเดินเข้าไปห้องข้างล่าง เดินตะโกนเรียกพี่วุฒิไกรลั่นบ้าน (เขาบอกว่าสนิทกัน) เราก็เดินลุยเข้าไปใน "โชว์รูม" หรืออีกนัยหนึ่งห้องที่เก็บผ้าหม้อห้อมประเภทต่างๆ ทั้งแบบผ้า แบบตัดเย็บเรียบร้อย

IT'S SHOPPING TIME!!!

อืม.... มาถึงที่แล้ว ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ ก็ใช่ที่ เสียชื่อนัก shopping มือเก่าหมด เอ... ลองตรงไหนหว่า เสียงเจ้าแอ๊ดบอกว่าลองมันกลางห้องนั่นเลยพี่ เหรอ.. เอาก็เอาวะ หยิบตัวนู้นตัวนี้มาด้วยความมัน มีย่ามด้วยแฮะ อา... ครบชุด ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าคลุม กางเกงคราม ลาย เสื้อแขนสั้นยาว หยิบ เลือก วาง ดม นุ่ง อู๊ยยย อะไรมันมันนุ่มนุ่มอย่างนี้ เป็นผ้าที่เบา เย็น สีเฉดจากครามออกไปต่างๆนานา แล้วลองกางเกงตรงไหนฟะ? เดินวนเวียนในห้องเดี่ยว เอามันหลังตู้นี่ก็แล้วกัน เอ๊ะ เสียงใครมาหน้าร้าน เฮ้ย นั่นพี่โอ้ พี่แดง คุณยาย มานี่หว่า รีบเดินหลบวูบไปหลังตู้ใหม่ (คำนวณว่าคงเป็นการไม่สุภาพที่วิทยากรจะเดินเปลือยไปมาให้คนได้รู้จักลึกซึ้ง) นุ่งห่มให้เรียบร้อยออกมาใหม่

หันไปดู อื้อหือ ทำไมกองที่เราเลือกมันโตยังงี้ล่ะ พอดีกว่า เดี๋ยวจะไม่มีที่ใส่กลับ ต้องซื้อกระเป๋าเดินทางอีกใบ พี่วุฒิไกรกรุณาลดราคาหั่นแหลก!! เป็นที่ปลาบปลื้มต่อคนซื้อเป็นยิ่งยวด (การณ์ปรากฏว่า วันรุ่นขึ้นต้องกระซิบให้แอ๊ดพามาใหม่ เพราะเอากลับไปดูที่โรงแรม ซื้อเสื้อไป 7 ตัว แต่กางเกงตัวเดียว!!! ไมได้ๆ ไม่ครบชุด ต้องมาเอากางเกงเพิ่ม เราตั้งใจไว้ว่างานมหกรรมกระบวนกรครั้งนี้เราจะไม่ใส่เสื้อซ้ำแม้แต่วันเดียว อิ อิ)

ปรากฏว่าที่กินข้าวเย็นก็คือที่นี่เอง ไต่กระไดขึ้นไปลานระเบียงกว้างชั้นบน ถ้วยชามรามไหใส่กับข้าง เริ่มทะยอยวางเรียงเป็นแถวยาว พร้อมกระบุงข้าวเหนียวไส่ข้าวเหนียวสีคราม!! ค่อนกระบุงวางเป็นระยะกำลังพอดีวง คุณยาย และพี่โอ้นั่งได้ที่ยุทธศาสตร์ คือพิงเสากำลังงาม แต่พอได้ยินเจ้าแอ๊ดบอกว่า เดี๋ยวจะมีการแสดงรำโชว์ด้วย คุณยายและพี่โอ้รีบขยับเยื้อนกายย้ายที่อย่างลำบากยากเย็น มานั่งอีกข้าง นั่งอยู่พักใหญ่ เมื่อยไปเมื่อยมา เพราะไม่มีเสาพิง หันไปถามแอ๊ดว่าเมื่อไหร่จะมีการแสดง เจ้าแอ๊ดทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หัวเราะฮึ ฮึ ในคอ พี่โอ้กับคุณยายก็ทราบทันทีว่าเสียรู้เจ้าลิงแอ๊ดอีกแล้ว ทำปากขมุบขมิบ เข้าใจว่าอวยพรเจ้าแอ๊ดให้มีอายุวรรณะสุขะพละแน่ๆเลย

กินๆไปก็มีอีกวงมา join ปรากฏเป็นพวกทำหนังสือ และสถาปนิก มากัน เราก็ต่อวงกันเลย น่าประทับใจมาก ทั้งสองวงแนะนำตัว และรับประทานอาหารเย็นกันกลมกลืน เป็นบรรยากาศบ้านๆ น่ารักมาก

พอ speed เริ่มซาลง เสียงที่เงียบไปชั่วขณะตอนกิน เริ่มมีการพูดคุยกัน ไปๆมาๆ voice dialogue ก็กลายเป็นหัวข้อสนทนา คุณยายสนใจใหญ่เลย เพราะพี่โอ้พูดออกมาว่าคุณยายเป็นหมี คุณยายก็ถามว่าฉันหมียังไงยะ (แม่ลูกคู่นี้ยังแซวกันตลอดเวลา น่ารักมากเลย) พี่โอ้ก็อธิบาย (หรือพี่แดงช่วยด้วยก็ไม่รู้ ชักเลือนๆ) พวกหมีก็พวกที่ตระเตรียมทุกอย่างเป็น protocol จะออกเดินทางกี่โมง แวะที่ไหนบ้าง เตรียมเสื้อผ้าไปจำนวนวันบวกสองหรือสาม เผื่อฝนตก เผื่อตกน้ำ เผื่อ ฯลฯ นี่แหละหมีแหละ คุณยายก็พึมพำ มันเหมือนหมียังไงกันยะ ฉันรอบคอบ ตระเตรียมของ ก็ดีอยู่แล้ว เป็นหมีมันเสียหายยังไง (พี่แดงรอบคอบมาก ยิ้มแก้มตุ่ยเฉยๆไม่พูดไม่จา ปล่อยให้พี่โอ้บรรยายคนเดียว)

พี่วุฒิไกรโดลงมาร่วมวงด้วย (โดยไม่รู้ตัว) บอกว่าเขาก็ไม่ชอบอะไรทีต้องอ่าน ต้องศึกษาจากหนังสือ ตำราอะไรเยอะๆเหมือนกัน พี่แดงได้ทีชี้ฟันธงเลย "นั่นไงๆ ทิ้งไพ่ต่อหน้าต่อตา" พี่วุฒิไกรหน้าตาเหรอหรา อะไรเหรอๆ ใครทิ้งไพ่อะไรที่ไหน "ก็ไพ่อ่านตำราไง ทิ้งมากลางวงตะกี้นี้เอง" (วงนี้ไม่ได้แล้วแฮะ เผลอปุ๊บโดยจิกตีเป็นพัลวัน นี่ขนาดท่านเจไดวฆ ไม่อยู่นะเนี่ย หันไปดูอีกทีเสียงใครหายไป อ้อ นั่นไงท่านแอ๊ดลงไปนอน bodyscan หลังอาหารเหยียดยาวอยู่คนเดียว มิน่า ไม่มาร่วมวงจิกตีพี่วุฒิไกรอีกคน)

เนื่องจากพี่วุฒิไกรนั้น เน้น ปัญญาเชิงปฏิบัติ ดังนั้น ไพ่ที่ทิ้งไปส่วนหนึ่งก็เป็นตำราทฤษฎีที่เขียนมาลอยๆ แห้งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักวิชาการบางคน หนังสือบางเล่ม ที่เขียนโดย ไม่รู้จริง ทำให้เกิดอาการ disillusion กับตำหรับ ตำรา อะไรที่เขียนเกี่ยวกับของที่คุ้นเคย ก็เป็นไพ่อีกใบที่น่าเก็บ น่าจับมาดูแลเหมือนกัน