ทุกคนไม่อยากให้มีปัญหา ต้องการให้งานเดินไม่ติดขัด แต่ต้องให้ไม่ผิดกฏ ระเบียบข้อบังคับ

มาอยู่ไมอามี่ได้ 5 วัน ลอง AAR การเตรียมตัวก่อนมา พบว่า

ที่เกินความคาดหมายมีหลายประการ แต่ สำคัญ คือ มีของบางอย่างที่นำมาด้วยแล้วใช้ทีไรก็ รู้สึกโชคดี ที่เอามา

หมอนรองคอ และยาเมารถ (Dramamine) ช่วยให้มีความสุขมาก ในเครื่อง ไม่ได้ดูหนัง  มีแต่กิน แล้วก็นอน มีความสุขกับการกินแล้วนอนหลับได้ตลอดทาง

ไม่เกิด Jetlag ง่วงหงาวหาวนอนตอนมาถึง เหมือนที่เคยเป็นในอาทิตย์แรก ไม่เป็นสติสมประดี จนอาย และเกรงใจฝรั่งผู้เชิญเรามาเหมือนครั้งก่อนๆ

เข็มทิศ ติดกะเป๋า  อันจิ๋ว แต่แจ๋ว จากน้อยหน่า นน1 ลูกสาวคนโตเขาให้แม่ไว้  ช่วยเยอะเวลาดูเทียบแผนที่ ไม่ให้หลงทาง ห้อยติดซิบหน้ากะเป๋าเลย

รองเท้ากีฬาสีดำสนิท ใส่สบายและสุภาพ บาจาจากเมืองไทยค่ะ เดินได้ทั้งวัน เพราะใส่คัทชู คู่เก่งเท้าก็ยังระบม และพอง มีน้ำขัง (โปรเฟสเซอร์ ก็ แต่งตัวสุภาพ ใส่รองเท้าหนัง หรือผ้าใบสีเข้ม)

โจ๊ก และซุปซอง ที่ทุกทีไม่เคยทาน(เคยแต่ชิม) ที่เมืองไทย มาที่นี่ อร่อย รสชาด ไทยดี

ของฝากไทยๆ ที่นำมาได้แก่ ผ้าพันคอ รองเท้าผ้า พวงกุญแจ กำไล ไม้ กำไลแกะลายไทยสวยๆ หลากลาย หลายชนิด เลือกที่ดูประณีต เราเห็นยังอยากใช้ แพงหน่อย แต่มาเทียบราคาที่เมกาแล้วไม่แพงเลยค่ะ เอาให้ใคร ก็ ดูดีใจทุกคนเลย

ร่มเบาๆ  1 คันใช้ทุกวันเลยค่ะ ไม่กันแดด ก็กันฝน

เป้ใส่ของ แบกติดหลังไปมาทุกวัน(ถ้าเอากะเป๋าสะพายมาถ้าจะไหล่เอียงต้องกลับไปกายภาพบำบัดแน่เลย เพราะเดินทุกวัน วันละ อย่างน้อย 2-3 กม แบกของใช้ เอกสาร ร่ม น้ำดื่ม ขนมฯลฯ(ที่นี่กินอาหารไม่ค่อยตรงเวลา ต้องมีขนมปัง คุกกี้ ไว้

แม้แต่โปรเฟสเซอร์ ยังมี ขนม ที่พร้อมหยิบทาน และก็ เห็นทานกันเป็นปกติวิสัย กลางวัน ทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ มี noon conference คุณหมอ คุณ พยาบาล จะถือ กล่องอาหาร และน้ำหวาน เข้าไปนั่งฟัง ทานไป ฟังไป ซักถามไปด้วย ) 

เป้ใส่ของนี้  จำเป็นแก่การมีชีวิตอยู่มากในตอนกลับมาบ้านด้วยนะคะ เพราะ ต้องแวะชอบปิ้ง ซื้ออาหารมาทำ ผลไม้มาทาน ขึ้นรถ เมล์ รถไฟ (ของที่ชอบล้วนหนักทั้งนั้น ผักผลไม้ แถมซื้อเยอะ ได้ราคาถูกกว่าเก็บไว้ได้หลายวัน)

ตอนแรกจะซื้อน้ำกินด้วยในที่สุดต้มน้ำค่ะ เพราะซื้อได้ แบกไม่ไหว

น้องมุกริน หลานคนเก่งที่มาเรียนที่นี่ เธอโทรไปบอกว่า แม่ 4 ( เขาเรียกหมอรวิวรรณ แม่ เพราะช่วยแม่จริงๆของเธอ เลี้ยงเธอมาแต่เกิด ) อยากเอาอะไรมาใช้ ให้เอามาให้หมด เพราะที่นี่ แพงกว่าเมืองไทยหลายเท่าทุกอย่าง  แต่ต้องแน่ใจว่าใช้จริงๆนะ

 ตบท้าย เธอบอกว่า เอาผ้าที่พร้อมจะทำผ้าขี้ริ้วและผ้าเช็ดเท้ามาด้วยนะ ไม่งั้นด้องมาซื้อผ้าเช็ดเท้าราคา 10 -20 เหรียญ แน่ะ

โทรถามสายการบิน เรื่องน้ำหนักที่จะเอามาอเมริกา ได้ความว่าให้เอามาได้ 2 กะเป๋า ใบละไม่เกิน 32 กก ใกล้วันจริง ถามอีกที2 กะเป๋าเหมือนกัน แต่ไม่เกิน 23 กก   เลยเอามาจริง 2 กะเป๋า แต่ละใบ แค่ 21 และ 22 กก แต่ก็แพคมายังอยู่ในพิกัด และของที่เอามานั้นเกินพอค่ะ

(ใครจะมาลองหาข้อมูลอีกครั้งนะคะ เพราะที่โทรถาม 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่ ตอบ ไม่เหมือนกัน คนที่บอก 23 กก ให้ข้อมูลว่า เพิ่งเป็นกฏออกใหม่ เลยเชื่อ เธอไว้ก่อน )

แถมเรื่องดีๆ เกินคาดอีกเรื่องค่ะ เขาให้แจ้งก่อนเข้าเมือง เมกา ถ้ามีของที่ต้องสำแดง (declare)

ได้คำแนะนำจากน้องเจ้าหน้าที่ที่การบินไทยที่เชียงราย บอกว่า คุณหมอยอมเสียเวลา  บอก Declare ให้เขาแกะกะเป๋าดูเถอะ เจ้าหน้าที่เจอของต้องห้าม เขาก็จะหยิบทิ้งให้ ไม่ปรับ แต่ถ้าเขาสุ่มตรวจที่ไม่แจ้งและเจอของต้องห้าม จะโดนปรับเป็นหมื่น โดยเฉพาะ พวกหมูแผ่นหมูหยอง กุนเชียง

ตอนถึงก็ลังเลอยู่เพราะกล้วจะช้า กลัวจะมืด แต่ก็ ตัดสินใจแจ้งว่ามีอาหารพวก อาหารแห้ง บะหมี่สำเร็จรูป  เขาให้เข้าไปที่ x ray แป๊บเดียวเสร็จ ไม่เสียเวลาเลยค่ะ สบายใจกว่า โล่งไปเลย

นึกอีกที เรามัวแต่กังวลว่าเขาจะกัก จะไม่ให้ผ่าน จะช้า แต่ เจ้าหน้าที่ในทุกส่วน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการเดินทาง ทุกคนไม่อยากให้มีปัญหา ต้องการให้งานเดินไม่ติดขัด แต่ต้องให้ไม่ผิดกฏ ระเบียบข้อบังคับ

เขาให้ทำ อย่างไร เราพยายามทำตามกฏ ระเบียบที่วางไว้ก็จะง่ายที่สุดค่ะ