พอศึกษา G6PD Variants เกิดการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างประเทศแล้ว     ผมก็เกิดความคึก ขยายงาน ขยายจำนวนผู้ร่วมงาน     โดยที่ อ. หมอสุภา และ อ. หมอประเวศ ก็สนันสนุน    ผมไปเจาะเลือดเณรจากเขมรและลาว ที่จิตตภาวัน  บางละมุง     โดยที่ท่านกิตติวุฒโฒเจ้าอาวาสยินดีอนุญาต แถมยังเลี้ยงข้าวเที่ยงทีมงานของผมเสียอีก    ผมเจาะเลือดปลายนิ้ว ตรวจ screening หา G6PD Deficiency     เมื่อพบก็เจาะเลือด ๕๐ ซีซี     แช่น้ำแข็ง รีบเอากลับไปห้อง lab ที่ตึกอานันทราช     รีบ purify เอ็นไซม์ G6PD และตรวจรายละเอียดทันที     กว่าจะเสร็จก็ตีหนึ่ง ตีสอง   

        การศึกษานี้มีเป้าหมายศึกษา G6PD Variants ในคนเชื้อชาติลาว และเชื้อชาติเขมร     นอกจากได้ผลงานตีพิมพ์แล้ว     ผมยังได้โรคคันคะเยอแถมมาด้วย     โดยเฉพาะที่เอวและต้นขา    เป็นผื่นแดงคันมาก    ผมไปให้ ศ. นพ. วิจิตร พานิช อาจารย์โรคผิวหนัง     ท่านบอกว่าเป็นหิด  ไปติดมาจากไหน

        วันหนึ่งในปี ๒๕๑๖ ผมไปตามเจาะเลือดครอบครัวคนไข้ที่เป็นทหารเกณฑ์    ป่วยเป็นโรคเลือดจางเฉียบพลันเพราะเม็ดเลือดแดงแตกจากการกินยารักษาโรคมาลาเรีย     และพบว่าเป็นเพราะภาวะ G6PD Deficiency เมื่อหลายปีมาแล้ว     ผมตามมาศึกษาพบว่ามี G6PD variant ชนิกคล้ายกับที่พบในฝรั่ง     ผมต้องการศึกษาในญาติข้างแม่ว่ามีคนเป็น G6PD Deficiency อีกไหม     และเป็น G6PD variant ตรงกับที่พบในคนไข้ไหม    การตามไปเจาะเลือดญาติคนไข้คราวนี้ ไปไกลถึงอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา     และทำให้ผมได้รู้ว่าอำเภอหาดใหญ่มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่เหมือนๆ ที่กรุงเทพ    และที่อำเภอเมืองสงขลาอยู่ชายทะเล ห่างออกไป ๓๐ ก.ม. เป็นสังคมชนบท สงบร่มรื่น    เป็นเสน่ห์สำหรับผม 

         ช่วงนั้นมีการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่หาดใหญ่     มี ศ. นพ. เกษม ลิ่มวงศ์ เป็นคณบดี     ผมปรึกษาหมออมราภรรยา ซึ่งก็เป็นคนใต้ เกิดที่จังหวัดนครศรีฯ      ว่าเราน่าจะไปตั้งตัวที่คณะแพทย์ตั้งใหม่     เธอเห็นด้วย เราจึงไปสมัครกับ อ. หมอเกษม ซึ่งรู้จักผมดี     ท่านรับทันที     เมื่อไปขออนุญาต อ. หมอประเวศ ท่านอึ้ง แต่ก็ไม่ห้าม     ผมจึงได้ไปทำงานที่หาดใหญ่อยู่เกือบ ๒๐ ปี

วิจารณ์ พานิช
๔ พ.ค. ๕๐