แม่โคชื่อนวลผ่องไปกัดลูกขนุนลงมาเกลื่อนพื้น คงเกิดจากความเคยชินที่ได้กินขนุนสุกที่หวานหอมอร่อย พอมาเจอลูกขนุนก็ตั้งหน้าตั้งตาแทะลงมา เขาแยกแยะไม่ได้ว่าทำไมมันไม่สุกหอมอย่างที่เคยกิน

 

วันนี้เป็นวันที่2 ของการอบรมสมาชิกเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนรุ่นที่7 ระหว่างวันที่21-24ศกนี้ มีจอมยุทธจากตำบลเมืองแก มาจากหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านหนองดุม บ้านปรือเกวียน บ้านหนองไผ่ บ้านแสงเจริญ บ้านโนนกลาง อยู่ในระหว่างการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นตามหลักสูตรมหาชีวาลัยอีสาน

  

กลุ่มนี้สนใจเลี้ยงโคกันจำนวนมาก อาจารย์อุทัย อันพิมพ์ ทดลองบริการความสุขให้โค ด้วยการเอารั้วไฟฟ้าไปล้อมแปลงป่าไม้ที่มีหญ้าและวัชพืชแซมอยู่ทั่วไป แล้วปล่อยโคลงไปเลี้ยง เลียนแบบการดำรงชีวิตของโคป่า แม้จะไม่ถึงขั้นหากินในป่าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นการช่วยให้โคมีชีวิตประจำวันค่อนข้างอิสระ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แล้วเราก็สรุปว่าโคน่าจะมีความสุขมากกว่าที่เจ่าจุกอยู่แต่ในคอก  เป็นชุดโครงการสร้างตำราฉบับชาวบ้าน ให้เห็นการใช้วิทยาการที่เหมาะสมในการเลี้ยงโค โดยใช้โจทย์ว่า..จะเลี้ยงโคให้มีความสุขได้อย่างไร?

    

..ผมแอบเห็นแม่โคชื่อนวลผ่องไปกัดลูกขนุนลงมาเกลื่อนพื้น คงเกิดจากความเคยชินที่ได้กินขนุนสุกที่หวานหอมอร่อย พอมาเจอลูกขนุนก็ตั้งหน้าตั้งตาแทะลงมาหลายลูก คนงานเก็บผลขนุนอ่อนไปแกง เขาแยกแยะไม่ได้ว่าทำไมมันไม่สุกหอมอย่างที่เคยกิน ผมเลยให้คนงานเอาขนุนสุกไปแทน โคชวนกันมาขบเคี้ยวเพลินไปเลย เห็นโคมีความสุข เราจะมีความทุกข์ได้อย่างไรจริงไหมครับ  คนป่าก็หาความสุขแบบป่าๆยังงี้แหละ..  

 

พวกโคเดินโชว์พล่านด้วยความดีใจในวันแรก เจ้าตัวเล็กจับก๊วนเล่นกันอย่างสนุก หิวเมื่อไหร่ก็วิ่งไปหาเต้านมแม่ เห็นอี๋อ๋อกันทั้งแม่ทั้งลูก เพื่อความสะดวก เราทำคอกโคเชื่อมต่อกับแปลงหญ้าในป่าธรรมชาติ โคจึงเดินเข้า-ออกคอกตามอัธยาศัย เรามีความปรารถนาที่จะปรับปรุงความสุขให้โคมากยิ่งขึ้น  

ปีที่แล้วเรามีแปลงหญ้าจำนวน4แปลง ถ้าล้อมรั้วไฟฟ้าทุกแปลง แล้วปล่อยโคลงไปกินหญ้าแปลงละ7วัน ประมาณ1เดือนถึงจะเวียนมายังแปลงแรกอีกรอบหนึ่ง หญ้าที่ถูกโคเหยียบย่ำก็จะฟื้นตัวรอรับรองการแทะเล็มครั้งต่อไป นอกจากนี้เรายังมีแปลงหญ้าสำรองไว้เกี่ยวในวันที่ฝนตก ที่ไม่ได้ปล่อยโคออกไปเลี้ยง หญ้าในแปลงสำรองก็จะถูกนำมาใช้ นอกจากนี้เราได้เตรียมปลูกหญ้าสายพันธุ์ข้าวฟ่าง ไว้เกี่ยวทำหญ้าหมักเป็นอาหารสำรองในแล้งหน้าอีกทางหนึ่ง

แผนการสร้างความสุขให้โคจะค่อยๆคิดเสริมไปที่ละขั้นทีละตอน เรื่องอาหาร สถานที่พัก น้ำดื่ม เกลือแร่ ป้องกันยุงรบกวน ฯลฯ จะเห็นว่ากว่าจะได้มาซึ่งความสุข นอกจากมีความรู้ ความตั้งใจดีแล้ว ต้องวางแผนขั้นบันไดไต่ไปหาความสุขที่ละขั้นๆ แสดงว่าการไปสู่สวรรค์นั้นใช่ว่าจะมานั่งฝันเอาได้ง่ายๆ จะต้องรู้วิธีขึ้นสวรรค์ ไม่ยังงั้นก็จะกลิ้งโค่โล่ลงมาเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ เจ็บเจ่าจุกจะหาว่าหล่อไม่เตือนไม่ได้นะจ๊ะ.