การร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม ถือเป็นกระบวนการในการร่วมกันที่ทรงพลัง แต่หากเป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อผลตอบแทนเป็นหลักสุดท้ายก็จะไม่ยั่งยืน

การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มนั้นเป็นสิ่งที่ดี เป็นคำบอกเล่าของพี่น้องเกษตรกรกลุ่มเพาะเห็ด และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านหนองดุม ตำบลเมืองแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 40 คน ที่เข้าร่วมอบรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างวันที่ 21 – 24 พฤษภาคม 2550  ณ มหาชีวาลัยอีสาน  

น้าเพิ่ม...(นายสุพรม  แงวกุดเรือ) ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในเรื่องของการจัดตั้งกลุ่มได้ลองเปิดประเด็น และถามพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ว่า ทำอย่างไรกลุ่มอาชีพจึงจะยั่งยืน จากนั้นต่างคนก็ได้นำเสนอเกี่ยวกับกลุ่มของตนเองว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ หลายท่านก็บอกว่าข้อเสียอย่างโน้นอย่างนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการตั้งกลุ่มที่ผ่านมาคือ  

กลุ่มจะแข็งแรง และได้รับความร่วมมือที่ดีจากสมาชิกเฉพาะในช่วงของการเริ่มต้นจัดตั้ง หรือเฉพาะในช่วงของที่มีหน่วยงานอื่นมาให้การสนับสนุน พอระยะเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี หรือหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนถอนตัวออกไปการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มก็จะน้อยลงตามไปด้วย และสุดท้ายก็เหลือแต่ชื่อ 

แล้วทำอย่างไรกลุ่มจึงจะเข้มแข็ง เป็นประเด็นที่เราได้พูดคุยกันกับสมาชิกที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กว่า 40 คน เราถกกันอยู่นานพอสมควร เกือบชั่วโมงเห็นจะได้ ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ บ้างก็บอกว่าสมาชิกต้องมีความสามัคคี บ้างก็บอกว่ากลุ่มต้องมีรายได้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง บ้างก็บอกว่ากลุ่มต้องมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง  และเหตุผลอื่นๆ มากมาย แต่ก็ไม่วายที่จะได้ข้อสรุป เป็นคำตอบสุดท้าย ที่พี่น้องสมาชิกเห็นพ้องต้องกันครับว่า การที่กลุ่มจะเข้มแข็งและมีความยั่งยืน หัวใจสำคัญอยู่ที่ระบบคิด และความเข้มแข็ง การเอาจริงเอาจังของผู้นำ เพราะหากได้ผู้นำที่ไม่มีความจริงเอาจังแล้ว ความยั่งยืนของกลุ่มแทบมองไม่เห็นเลย ถึงแม้สมาชิกจะมีความจริงใจก็ตามเถอะความเห็นส่วนใหญ่เมื่อวิเคราะห์แล้ว มีความเห็นว่าไปไม่รอดครับ  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วท่านล่ะคิดอย่างไรครับ</p>

 อุทัย   อันพิมพ์

22 พฤษภาคม 2550

</span>