เล่าเรื่องไปประชุมที่กรุงเทพฯ

๑๙ พ.ค... ตอนฉันเพลวันนี้ ผู้เขียนก็ถามอาจารย์ พุฒวิทย์ บุนนาค ว่า แถวนี้จะจองตั๋วเครื่องบินได้ที่ไหน ? ก็เลยได้คุยรายละเอียดกัน... ไม่นานนัก อาจารย์พุฒวิทย์ ก็ไปจองมาให้เรียบร้อยทางอินเทอร์เน็ต บอกว่า สายการบินนกแอร์ ราคา 1950 บาท. และท่านก็จ่ายไปแล้วทางบัตรเครดิต.... เมื่อผู้เขียนล้วงปัจจัยมอบให้ ท่านก็บอกว่าขอแค่พันห้าพอ ส่วนที่เหลือท่านต้องการบุญ ผู้เขียนก็จำใจอนุโมทนาส่วนบุญต่อท่านไปตามธรรมเนียม...

เครื่องออกเวลาทุ่มครึ่ง แต่ผู้เขียนไปถึงสนามบินห้าโมงเย็นเศษนิดหน่อย จึงต้องคอยตามระเบียบ... และเป็นปกติของผู้เขียนไม่ชอบนั่งโดยไม่ทำอะไร กล่าวคือ ถ้านั่งเฉยๆ  จะหลับในเวลาไม่นานนัก...

สมัยก่อน เมื่อจำเป็นต้องนั่งคอยก็มักจะมีหนังสือติดมือขึ้นมา แต่หลายปีหลังมานี้ ผู้เขียนเริ่มแก่ เป็นผู้มีปกติที่ไม่อ่านหนังสือ กล่าวคือ จะอ่านเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น... ตอนนี้ก็มีหนังสือค้างอยู่ในห้องหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่านและอ่านไม่จบ... ดังนั้น ผู้เขียนจึงเดินไป เดินมา เดินมา และก็เดินไปในสนามบิน เพื่อรอเวลาขึ้นเครื่อง....

ผ่านไปด้านหนึ่ง รปภ. สนามบิน เข้ามายกมือไหว้ พรางถามเพื่อขอพระเครื่อง... พอผ่านเข้าไปด้านในเจ้าหน้าที่ก็ถามหาจตุคาม.... หลังจากเช็คอินเข้าไปด้านในแล้ว ผู้เขียนก็ยังคง เดินไป เดินมา สลับกับการนั่งพักบ้างเป็นระยะ... เมื่อไปนั่งพักที่ห่างจากคนอื่นๆ ก็มีแม่บ้านภายในสนามบิน ๒ คน เข้ามายกมือไหว้ แล้วนั่งลงเพื่อสนทนาด้วย....

แม่บ้านหรือคนทำความสะอาดทั้งสอง ซึ่งผู้เขียนคำนวนอายุแล้วคงจะสามสิบกว่าๆ และน่าจะยังไม่ถึงสี่สิบ (อ่อนกว่าผู้เขียน)... เข้ามาขอสายมือหรือสายสินธุ์เพื่อไปผูกข้อมือลูก.. บอกว่า ลูกร้องบ่อย ไม่รู้จะทำอย่างไร ? ... จากการสนทนาทราบว่า คนหนึ่งอยู่บุรีรัมย์มีลูก ๑ คน ส่วนอีกคนอยู่มหาสารคามมีลูก ๔ คน ทำงานกับบริษัทซึ่งรับเหมามาจากสนามบินอีกครั้ง... ทำมา ๒-๓ปีแล้ว พอเค้าย้ายไปสุวรรณภูมิก็ไปอยู่โน้น แต่อยู่โน้นได้ไม่นานก็ย้ายกลับมาอยู่นี้อีก... ประมาณนั้น

ปกติในย่ามของผู้เขียน จะไม่มีสายมือสายสินธุ์ไว้แจกหรือให้ใครเลย... ส่วนพระเครื่อง ของขลัง หรือจตุคามก็อาจมีบ้าง ถ้าใครให้มา และถ้าใครโชคดีขอตอนมีอยู่ก็จะได้ไป... ประเด็นนี้ผู้เขียนเคยเล่าไว้หลายครั้งว่า ผู้ให้นั้นมีน้อย แต่ผู้ขอนั้นมีมาก... สรุปว่ามีไม่พอแจก... แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็ได้ข้อคิดว่า ต้องมีสายมือสายสินธ์ติดย่ามไว้บ้าง เผื่อใครขอก็จะได้มอบให้ เพราะผู้ขอนั้น บางครั้งก็น่าเห็นใจ....

...........

ผู้เขียนนั่งเครื่องบินครั้งแรกก็นานมาแล้ว เกือบๆ ยี่สิบปี ไปกรุงเทพฯกับเพื่อน (จำไม่ได้ว่าไปทำไมตอนนั้น)... เวลาเครื่องบินลง ผู้เขียนจะปวดแก้วหูอย่างแรง... ในความรู้สึกครั้งแรกนั้นว่า เกือบตาย ดังนั้น ผู้เขียนจึงไม่ชอบนั่งเครื่องบิน... ฟังผู้ชำนาญบอกว่าให้กลืนน้ำลายลึกๆ และเคี้ยวหมากฝรั่ง ดังนั้น ผู้เขียนจึงมีหมากฝรั่งติดย่ามไปด้วยทุกครั้งก่อนขึ้นเครื่องบิน....

แต่ครั้งนี้ ไม่ได้นำไปด้วย เพื่อลองดูว่าจะเป็นอย่างไร... อีกอย่างมียาอมที่คุณโยม  Conductor มอบให้เป็นของฝากเล็กน้อย คิดว่าน่าจะพอช่วยได้... ผลปรากฎว่า ยาอมสองกล่องทั้งแผนโบราณและแผนใหม่ ผู้เขียนอมเกือบหมด แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก....

เครื่องบินนกแอร์เที่ยวนี้ มีคนโหรงเหรง (เขียนตามคุณโยม   Conductor แนะนำ... แต่ถ้าเขียนตามสำนวนใต้ควรจะใช้ โหลงเหลง เพราะคนใต้ออกเสียง ร.เรือไม่ชัด นั่นคือ คำที่ใช้สำนวนใต้ควรจะ ไม่มี ร.เรือ ให้เห็นเป็นถูกต้องที่สุด)... รุ่งเช้าอีกวัน เล่าให้โยมแม่ฟัง โยมแม่วิจารณ์ว่า ท่านเคยมาเที่ยวค่ำๆ หลายครั้ง ก่อนเกิดปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ จะมีคนเยอะเพื่อต่อรถหรือต่อเครื่องไปอีกครั้ง... แต่หลังจากนั้น เที่ยวค่ำๆ จะมีคนน้อย เพราะไม่ค่อยมีใครกล้าเดินทางไปสามจังหวัดภาคใต้ในเวลากลางคืน... ประมาณนั้น

ทุ่มครึ่ง...ออกจากดอนเมือง สองทุ่มสี่สิบห้า...ก็ถึงสนามบินหาดใหญ่ เมื่อออกไปด้านนอก ก็เจออาจารย์สุรินทร์ พร้อมด้วยศรีภรรยาอุ้มน้องกีตาร์ และพี่สะใภ้ของอาจารย์สุรินทร์ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงน้องกีตาร์มารอรับอยู่แล้ว.....