ความรัก ย่อมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แม้ความขัดแย้งจะสูงปานใด ในแต่ละฝ่าย
คณะละครกลุ่มคนหน้าดำ ที่ปรึกษาคือ อาจารย์รัศมี เผ่าเหลืองทอง หัวหน้าสำนักศิลปะการสื่อสาร โครงการจัดตั้งวิทยาลัยอาศรมศิลป์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาตลอดกาล ด้านการละครของ กลุ่มเด็กรักป่า สมาชิกก็เป็นศิษย์เก่าเด็กรักป่า รุ่นที่ 1-7 ที่หมุนเวียนกันมาทำละครเรื่องนี้....ซึ่งเล่นมาแล้วตั้งแต่ปี 2536....
<p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'><span> </span>และจัดแสดงมาอย่างต่อเนื่อง<span> </span>ครั้งนี้เป็น<span style="background-color: #ffff00">ภาคที่ 3 ละครหุ่น ควายไม่กินหญ้า ตอน พลังรัก ควายดีเซล </span> ซึ่งจะจัดแสดงประมาณ เดือนหน้า ที่ กรุงเทพฯ</span></p> <p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'><span> </span>ภาคแรกเป็น ควายไม่กินหญ้า<span> </span>ภาคสองควายไม่กินหญ้า<span> </span>ตอน เผชิญเจ้าสมุทร.....ตัวเดินเรื่อง คือ ควายชื่อเถิก ที่อยู่กับยายมานาน แต่ควายเถิกก็มีความฝันมากมายที่อยากจะเป็นโน่น นู่น จนได้ทดลองเป็น และ<span style="background-color: #00ff00">สุดท้ายก็ค้นพบว่า สิ่งที่ตนเองมีอยู่ นั่น คือ สิ่งที่ดีที่สุด</span></span></p> <p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'><span> </span>ส่วนภาค 3 พลังรัก ควายดีเซล....เป็นการสะท้อนของ โลกเก่า อนุรักษ์นิยม อย่างยาย เจ้าของควายเถิก ที่ไม่พอใจที่เพื่อนบ้านอย่าง เจ้าผอม เจ้าอ้วน ขายควายแล้วไปซื้อรถไถ</span></p><p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'> ( อีคูคู ) ซึ่งเป็นตัวแทนโลกทุน </span></p> <p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'> <span style="background-color: #ccffff">โดยที่ ควายเถิกนั่นกลับ หลงรัก ควายเหล็ก อย่างอีคูคู และยายก็ห้าม </span></span></p><p style="background-color: #ccffff" class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'>และต้องการทำลาย รถไถนาอย่างอีคูคู....</span></p> <p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'><span> </span><span style="background-color: #00ccff"> ควายเถิกกับคู่รัก เป็นตัวแทนของคนที่ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวได้ พร้อมที่จะอยู่อย่างสมานฉันท์ แต่ความรัก ย่อมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ </span></span></p><p style="background-color: #00ccff" class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'>แม้ความขัดแย้งจะสูงปานใด ในแต่ละฝ่าย</span></p> <p class="MsoNormal"><span style='font-size: 14pt; font-family: "Angsana New"'><span> </span><span></span>เ<span style="background-color: #99ccff">มื่อ ยายป่วยหนักใกล้ตาย ทุกฝ่ายทั้งเพื่อนบ้านอย่าง อ้วน ผอม อีคูคู ควายน้อย ควายเถิก ก็พยายามร่วมกันช่วยเหลือ ยาย อย่างที่สุด และยายก็มีความเอื้ออาทร ต่อทุกฝ่ายแม้ในอดีตจะไม่ลงรอยกันก็ตาม สุดท้าย โลกฝ่ายต่างๆ ก็ต้องสูญเสีย ยาย ไป.......</span></span></p> <p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/079/817/original_DSCF1001.JPG?1352532327" border="0" width="314" height="235"></p><p> พระเอกของเรื่อง ควายเถิก.....<br> </p><p> </p><p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/079/873/original_DSCF1009.jpg?1352532364" border="0" width="232" height="309"></p><p> ยาย ผู้ผูกพันตลอดชีวิตของควายเถิก</p><p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/079/874/original_DSCF1029.jpg?1352532365" border="0" width="274" height="356"></p><p><br> หลังฉาก...ซ้อมการเชิด จังหวะ คิดเพลงประกอบ</p><p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/079/735/original_DSCF0996.JPG?1352532285" border="0" width="296" height="220"></p><p><br> ควายเถิก ไปดู อ้วน ผอม ซื้อควายเหล็ก ( อีคูคู )</p><p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/079/878/original_DSCF1008.JPG?1352532367" border="0" width="278" height="207"></p><p><br> ประชุมทีมงาน ละครควายไม่กินหญ้า ภาค 3 <br></p>
อิอิ อยู่ในเหตุการณ์วันซ้อมด้วยค่ะ
อิ่มและได้กระตุกต่อมคิดดี เยอะแยะเลยค่ะพี่หน่อย
ขอบพระคุณค่ะพี่หน่อย-ลุงจืด
เคยดูควายไม่กินหญ้าเมื่อสมัยเป็นนักศึกษา คราวนี้เป็นไงอยากรู้จัง
หวัดดี ออต
ออตนี่ถือเป็นแฟนเด็กรักป่า เหนียวแน่นนะ....
เรื่องราวของควาย นี่มีเสน่ห์นะ...เหมือนเป็นสัญญลักษณ์ ของโลกอดีต
ก็ว่าได้...เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเลี้ยงเท่าไหร่...ถึงเลี้ยงเอาไว้
แต่ว่า ไม่ได้มาฝึกจับไถ ไถนา ควายก็ทำงานในนา ไม่เป็นอีก...และเด็กๆ ป.4-6 ที่ช่วยพ่อแม่ทำนา ก็ชอบ
บังคับ เครื่องยนกลไก มากกว่า...เด็กๆใช้ ไถนา เดินตาม
กันเก่งมาก ถ้ามีรถไถ ได้ขับรถ ล่ะก็ สนุกกันใหญ่ เป็นของเล่น ที่สนุก....
ควายจริงๆ จึงถูกลดบทบาทลง.....คณะละครคนหน้าดำที่นำเสนอ
เ วอร์ชั่น พลังรัก ควายดีเซล...พยายามฉายภาพให้เห็น โลกอดีตและปัจจุบัน ที่เป็นรอยต่อ และกาลเวลาที่ทันกัน เราจะยืน อย่างไร
ยืนอย่าง เข้าใจอดีต /เข้าใจปัจจุบัน/ ไปข้างหน้า
อย่างเข้าใจ.....
ละคร จะทำให้เด็กๆ หลงรัก ควายเถิก หนุ่มบ้านนอก ตัวนี้ และเห็นความรัก ของตัวละคร
ท ี่เป็นตัวแทนของโลกฝ่ายต่างๆ
ต้องไปดูของจริง สนุกน่ะ...ฉากแรก เริ่ม ด้วยดนตรีฮิบฮอบ ปะทะแข่งกับเพลงแห่บ้องไฟ...
ไฟหนึ่งส่องที่หุ่น คนเต้นไปตามจังหวะเพลง..แล้วไฟก็ค่อยๆมืดลง....
แวะมาดูว่าวันนี้มีอะไร.... ตั้งแต่เช้า แต่เห็นเรื่องละครเรื่องความรักของควาย....กำลังจะผ่าน ก็ให้นึกถึงเรื่องเมื่อปี ๒๕๓๐ ที่บ้านทุ่งพัก ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล....
จึงขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันน๊ะ สมัยนั้นผมยังทำงานอยู่โครงการพัฒนาชุมชนสวนยางขนาดเล็ก จ.สตูล กับประธานคือพี่กำราบ พานทอง พี่ใจดีของเรา ที่บ้านทุ่งพัก อยู่บ้านพี่ชิ้ว ทำนา ขายของชำ ขายก๋วยเตียว แฟนพี่เขาก็ไถนา ขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ผมชอบบ้านพี่ชิ้ว แฟนพี่เขาชื่อเยื้อน เพราะว่าเขาทำนา ผมชอบตามไปช่วยบ้างดูบ้าง เขาปลูกข้าวหอมมะลิ 125 และแฟนพี่ชิ้วก็ไถนา ผมก็ไปดู เพราะเขาไถนาด้วยวัว 2 ตัว คอยมองดูห่าง ๆ พี่เขาเก่งมากเลยวัว 2 ตัวทำงานอย่างสามัคคีกัน บอก....ฮุย...ก็เดินไปข้างหน้า บอก ...แชง...ก็เลี้ยวขวา แต่ดูเหมือนว่ามันจะเลี้ยวซ้ายไม่เป็นน๊ะ.......
พี่ทึ่งในความสามารถของชาวนาจบป.4 แต่บังคับวัวทั้งสองตัวให้มันไถนาได้เป็นแปลง ๆ เป็นวัน ๆ ทั้งที่หมดหน้านาก็น่าจะนำวัวไปรับจ้างไถนาคนอื่นได้อีก แต่เขาไม่ทำ เขาก็ปล่อยให้วัวกินหญ้าไป 11เดือน ....ปีหน้าถึงจะนำวัวมาไถใหม่
แล้ววัวอายุ 2 ปีถึงจะนำมาไถนาด้วย 13 ปี เท่ากับวัวอายุ 15 หมดอายุวัว พอดี.......ชาวนารุ่นหนึ่งต้องใช้วัว กี่ตัวน๊ะ กว่าจะหยุดทำนา
แต่ถ้าถามเรื่องความรักวัวของควาย พี่ไม่ตอบแล้วกัน
น้องหนิง โชคดีเลยคะ ได้ชมเบื้องหลังการแสดง
ละคร น่าจะเล่น กลางเดือน ก.ค. นี้ ยังไม่ลงตัวเรื่องสถานที่...ไว้จะแจ้งมาอีกครั้งคะ
กะว่าจะไปกิจกรรมกับเด็กๆที่ กทม. หน้างานด้วยคะ
หน้างานก่อนกิจกรรมก็จะมี กิจกรรมต่างๆให้เด็กๆได้
แสดงฝิมือ เช่นเพ้นสีลงเสื้อ ลงย่าม ระบายสีลงปูนตุ๊กตา...และแสดงงานภาพเขียน ด้วยคะ
ยังไงให้แน่นอนก่อนค่อยแจ้งอีกที.....
แต่นักแสดงของเรา นี่พัฒนามากคะ เพราะอยู่ในวงการละคร กับ อ.ป้อม ( อ.รัศมี เผ่าเหลืองทอง )มาตั้งแต่ ป.6 ตอนนี้ เป็นหนุ่มกันหมดแล้วคะ
ส่วนมากจะซ้อมละคร กันที่ โรงเรียนรุ่งอรุ่น...ลูกศิษย์ เล่าว่า...
." เวลาพวกผมออกมาจาก รร. เรียกแท็กซี่...คนขับถามว่า ...วางท่อ ( ถนน ) ถึงไหนแล้ว..."
บางครั้ง เด็กในโรงเรียนรุ่งอรุ่นก็ถามว่า " พี่ๆ วันนี้
พี่มาเล่นละครไบ้ ใช่มั้ย...."
หน้าตา ของคณะละครคนหน้าดำ ก็เป็นเช่นนี้....
ขำจัง ....วัวเลี้ยวซ้ายไม่ได้ หรือคะ งั้นเวลาไถนาก็ต้อง ไปขวา ตลอดซิ...ก็เป็นเทคนิคของพี่ชิ้ว มั้ง....
เรื่องควายไม่กินหญ้า...นี่เราก็เริ่มจาก ให้เด็ก เป็นการบ้านคะ เด็กจะมีสมุดบันทึกประจำตัว...บอกว่า ให้ไปบันทึก เรื่องราวอะไรก็ได้ อย่างต่อเนื่อง บรรยาย
เป็นรูป /สเก็ตรูปมา....
ก็มีหนุ่มแป๊ะ ตอนนี้มาช่วยงานที่เด็กรักป่า เขากลับบ้านก้ไปบันทึก สเก็ตรูปควายมา พอดีควายที่บ้านออกลูกด้วย เขาก็วาดรูป มาอย่างละเอียด ภาพใกล้ไกล ทุกอิริยาบท....สเก็ตด้วย ดินสอ ภาพขาวดำ
สวยมากเลยคะ...พวกเรามาอ่านดู ก็ประทับใจกันคะ
ก้เลยคิดว่า น่าจะนำมาทำเป็นละครได้....ก็เลยมาผูกเรื่อง เป็นความรัก ความผูกพันของคนเลี้ยงกับควาย
....................................
แต่ หน่อยว่า ควาย เป็นประเด็นที่ถกเถียงได้เยอะ
ควายเป็นสัญญลักษณ์ ของหลายๆอย่าง ทั้งถูกดูถูกและ สูงส่ง....
เราต้องยกระดับ ควาย คะ....ให้ ควายเป็น
สัญญลักษณ์ ของความนุ่มนวล เป็น ความรัก เป็นอมตะ....เป็นสากล.....
คนที่เลี้ยง วัว ควาย ก็ต้องมีความเข้าใจ ในภาวะสังคม และโลกที่เปลี่ยนไป แต่ความผูกพันต้องไม่เปลี่ยน....
Dejavo....อีกครั้ง เมื่อคราวที่พี่ไปบ้านผญ.ทองคำ แจ่มใส ประธานเครือข่ายชมรมพัฒนาบุรีรัมย์ตอนสงกรานต์ ก็เห็นความแปลกอยู่นิดหนึ่ง แต่เมื่อได้ข่าวเมื่อ 2 วันก่อนตอนเช้าเรื่อง ฝูงวัวของชาวบ้านที่ออกมาเดินเกะกะบนถนนให้ตำรวจจราจรปวดหัวเล่น มีความเหมือนที่แตกต่างกัน......
ความไม่ต่างกันของวัวที่ท่าอิฐกับควายของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ของผู้ใหญ่ทองคำ อยู่ที่เช้าออกหากินกันเป็นฝูงไม่มีเชือกล่ามยาว แถมบางวันเจ้าของไม่มาส่งถึงนาด้วย เย็นกลับบ้านพร้อมกันแต่บ้านใครบ้านมัน โดยควายเหล่านั้นจำได้ว่าบ้านหรือคอกตัวเองอยู่ที่ไหน.....นี่สำคัญ.....
แต่ให้ถามว่าเราให้ความสำคัญของควาย คงยาก เมื่อเทียบกับตำนานของเทพในศาสนาฮินดู วัวพระศิวะ เหมื่อนกับ ควายของนายจัน หนวดเขี้ยว ในบางระจัน
เพียงแต่ปัจจุบัน เราให้ความเป็นธรรมอย่างไม่ดูถูก ให้เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งของคนไทย เหมือนกับที่บ้านม่วงหวาน-โคกเจริญ คือเลี้ยงไว้ดูเล่น....น่ารัก..และได้ประโยชน์หลายสถาน(ได้ปุ๋ย,ได้เงิน,ได้อีกหลายตัวยิ่งดี) ผู้ใหญ่ทองคำบอก
สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล
เย็นกลับบ้านพร้อมกันแต่บ้านใครบ้านมัน โดยควายเหล่านั้นจำได้ว่าบ้านหรือคอกตัวเองอยู่ที่ไหน.
......................................................
ใช่คะ...หน่อยเคยเห็นเหมือนกัน...ตอนไปทำงานใน
หมู่บ้านที่ ยโสธร ป่าดงมะไฟ...ควายบ้านผู้ใหญ่บ้าน...
ก็น่ารักดีคะ
ขจิต ฝอยทอง
หวัดดีจ้า กลับมาโคราชแล้วหรือ...สอบเป็นอย่างไร
สบายอยู่แล้ว ใช่มะ....
ตอน หนิง กะ ครูเสือมา ว่าจะโทรหา.แล้ว แต่ ฟัง หนิงคุยจนลืม....
ไว้ขจิต มาตอนค่ายฮ่องกงนะ...จะได้เป็นพระเอก
ฮ ่องกง...คิวบู้...
ควาย ไม่ กิน หญ้า ใช่ พี่ ยอด พี่ ศักดา ป๊ะ
เคย ดู พี่ ยอด ทำ ให้ ดู --นิด เดียว
โน๊ต ก็ เป็น คน หนึ่ง ที่ รัก ป่า เช่น เดียว กัน
จะ พยายาม สอบ ติด คณะ วนศาสตร์ ให้ ได้
จะได้ พัฒนา ชี วิต ของ ป่า ไม้