สังเกตดู  เห็นว่า  “งานวันเกิด”  ตามที่คนไทยรู้จัก  และจัดงานกัน  น่าจะนิยมทำตามวิธีการ  และความมุ่งหมายของชาวตะวันตก  คือ  จัดเพื่อโชว์ตัว  เพื่ออวดฐานะความมั่งคั่ง  สิ่งของ  ฯลฯ    และเพื่อความสนุกสนาน  โดยใช้วิธีเชิญแขก  เพื่อนฝูง  คนที่คุ้นเคย  มาเลี้ยงอาหาร  เครื่องดื่ม  รับของที่ระลึก  ที่เรียกว่า  “งานเลี้ยงปาร์ตี้”  เพลงที่ใช้อวยพรวันเกิดก็คือเพลง  “แฮปปี้  เบิร์ดเดย์  ทู  ยู”มีการเป่าเทียนอายุบนขนมเค้กวันเกิด 

ฉะนั้นจึงน่าเชื่อว่า  “ประเพณีการจัดงานวันเกิด”  ต้องไม่ใช่ประเพณีไทยมาแต่ดั้งเดิมแน่ๆ  และคงเป็นประเพณีทางตะวันตกค่อนข้างจะแน่นอน

เมื่อมีคนที่ร่ำรวยนิยมจัดงานวันเกิดตามธรรมเนียมฝรั่งมากเข้า  คนในระดับกลางที่อยากเป็นคนทันสมัยก็ทำตามอย่างบ้าง  “แต่ย่อๆลงตามกำลังทรัพย์  โอกาส  และความประสงค์”  ที่ยังคงทำตามกันอยู่ก็คือ  การเป่าเทียนอายุบนเค้กวันเกิด  การร้องเพลง  แฮปปี้  เบิร์ดเดย์  ทู  ยู  การเลี้ยงเครื่องดื่มและอาหาร  ที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือ  ความสนุกสนาน  ซึ่งแล้วแต่ใครจะคิดเลือกสรรค์หามาสนุกกัน  การจัดงานวันเกิดทำนองนี้เมื่อมีมากๆเข้า  ก็ดูว่าเป็นการขาดสาระแก่นสารและสิ้นเปลืองมากขึ้นทุกทีๆ

  จนหลวงพ่อพุทธทาส  และหลวงพ่อปัญญา  ออกมาเทศก์เตือนสติว่า  “วันเกิดนั้นเป็นวันทุกข์ทรมานของแม่  ขอให้คิดถึง  และทำอะไรเพื่อแม่บ้าง”  อย่าเห็นแก่ตัวเอาแต่สนุกสนานแต่อย่างเดียวเลย..ท่านทั้งสองว่าไว้