มีข้อความเตือนใจ ที่เรียบๆ ง่าย ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่เมื่อนั่งพิศดูแล้วเป็นสิ่งที่ ถูกต้องและสอดคล้อง กับการทำงาน จริงใน บริบท ของธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์เรามาดูข้อคิดเตือน ตน เตือนใจ ของแต่ละหน้าที่ แต่ละบทบาท โดยเริ่มที่
ผู้จัดการฝ่ายขาย
สูตรทำแล้วขายได้
วันนี้ท่านรู้อุณหภูมิตัวเองหรือยัง
ขายได้กี่คันแล้ว ?
เกินงบไปกี่คัน ?
ยังขาดอีกกี่คัน ถึงจะถึงเป้า ?
รับจองมากี่คัน ?
ส่งมอบไปแล้วกี่คัน ?
เตรียมจะส่งมอบกี่คัน / ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า ?
รออนุมัติ Case Finance กี่คัน / ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า ?
กำลังทำ Case Finance กี่คัน / ที่ไหน / หลักฐาน ข้อมูลแน่นไหม ?
มีลูกค้า Hot อยู่กี่ราย / ติดอะไร/ Test Drive หรือยัง/จะปั้นอย่างไร ?
มีลูกค้า Warm อยู่กี่ราย /แต่ละรายดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว /
จะ ปั้นอย่างไร ? เรามีมาตรฐานขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานขาย ดีแล้วหรือยัง ?
SC ปฏิบัติงานขาย ตามขั้นตอนหรือไม่ ?
SC มีความรู้เรื่อง ผลิตภัณฑ์ ดีพอที่จะขายรถแล้วหรือยัง ?
มีรถอะไร / สีอะไร / จำนวนเท่าไร ในสต๊อกบ้าง ?
มีรถที่ต้องเสีย Display Charge กี่คัน / คันไหนบ้าง ?
มีแผนการทำงานประจำวันหรือยัง ?
บทบาทหน้าที่ของที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) โดยปกติทั่วไปเราจะเรียกทีมงานเหล่านี้ว่า Sales แต่เมื่อบทบาทและกลยุทธ์ ในการเข้าหาลูกค้า เปลี่ยนไป คำว่าที่ปรึกษาในการซื้อขายรถยนต์ จึงนำมาแทนที่ Sale Person
สิ่งที่ต้องที่ที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant)ต้องทำประจำวัน
วันนี้โทรหาลูกค้าคาดหวังแล้วหรือยัง?
วันนี้ไปพบลูกค้าบ้างหรือยัง?
ได้เตรียมรถสำหรับส่งมอบในวันพรุ่งนี้แล้วหรือยัง?
นัดลูกค้ามารับรถวันนี้กี่ราย
โทรศัพท์หาลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้วหรือยัง
ส่งรายงานประจำวันแล้วหรือยัง?
สิ่งที่ต้องทำสำหรับที่ปรึกษาการขาย (ประจำเดือน) มีรายชื่อมากพอที่จะติดต่อเพื่อขายในเดือนนี้แล้วหรือยัง?
สรุปยอดขายเดือนที่แล้วหรือยัง?
รู้ถึงสาเหตุที่ขายไม่ได้ตามเป้าของเดือนที่ผ่านมาหรือเปล่า?
โทรศัพท์หาลูกค้าที่ขายไปเดือนที่แล้วครบทุกรายแล้วนะ
เดือนนี้ตั้งยอดขายไว้เท่าไร?
ส่งรายงานประจำเดือนแล้วหรือยัง?
งานขาย เป็นทั้งศาสตร์ และ ศิลป์ ที่คนจำนวนไม่น้อย ที่ ลองเสี่ยงเข้ามาด้วย ภาวะจำเป็น ด้วยใจรัก หรือด้วยเหตุผลนานา แต่โดยสรุปแล้วพื้นที่สำหรับ คนขายสินค้านั้นยังมีอีกมากมายนัก ไม่เชื่อลองตั้งคำถาม กับหลายๆ คนรอบตัวเราสิว่า ประสบการณ์ในชีวิต เขาเคยขายสินค้าอะไรมาบ้าง หลายคนไม่เคยที่จะเป็นคนขายเลย นั่นหมายความว่า เขาจะต้องเป็นคนซื้อแน่ๆ ไม่เชื่อก็ให้เขาลองบอก รายการสิ่งของที่เขาซื้อสิ คุณจะเห็นว่ามันมี นับพัน นับหมื่นรายการ นี่คือช่องว่างให้โอกาสในการ เกิดคนขาย (Sales Person ,Sales Consultant,Sales Man,Sale) ขึ้น คุณจะเลือกขายสินค้าชิ้นใดก็ เป็นไปตามความถนัดของคุณ และเชื่อว่า คุณจะไม่เลือกสินค้าชนิดเดียวที่ ขาย ใช่ไหม นั่นมันเป็นโอกาส ในความร่ำรวยของคุณ เพราะคนทุกคนต้องซื้อ แต่คนขายมีในสัดส่วนที่น้อยกว่า ภาระกิจของคุณ คือ รู้จักนักซื้อทั้งหลาย ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้ววันใดที่ความต้องการ ซื้อสินค้าในมือคุณของนักซื้อคนนั้น สุกงอม วันนั้นคุณจะมีรายได้จากเขาทันที งานขายไม่มีขอบเขตให้คุณรู้จักลูกค้า ไม่ มี เพียง 10 คน 20 คน 100 คน แต่เปิดละเอาไว้ สำหรับคุณเพื่อจะได้พบปะพูดคุยกับลูกค้า จน Infinity เลยที่เดียว
ผมมักจะได้พูดคุยกับ บรรดา ผู้ปฏิบัติงานขาย และสังเกตุพฤติกรรมของพวกเขา อยู่เสมอๆ และมีประเด็นที่หลากหลาย เข้ามาให้ฉุกคิดว่าการก้าวขึ้นมาเป็นนักขายมืออาชีพนั้น จะมี เส้นทางการเดินทาง อย่างไร และอะไร จะเป็นสภาวะแวดล้อมที่ จะสร้าง คนธรรมดาให้เป็นนักขายที่ แข็งแกร่ง และเรื่องราวทั้งหลายนี้เป็น หลากหลาย ตัวอย่าง ชีวิต ที่ก้าวมาสู่งานขาย และสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย คนขาย ต้องเป็น ผู้มีภูมิรู้ ตามเอกสาร อ้างอิง ใบประกาศ หรือ ใบปริญญา หรือไม่ "พรรษา" นักขายนายหนึ่งที่ก้าวเข้ามาใน แวดวงการขายรถยนต์ เขาเรียนจบ มัธยม 3 ละพยายามที่จะเรียนให้จบ ระดับวิชาชีพ จาก สถานที่ฝึกวิชาชีพ ที่เน้นการช่วยเหลือ แบบการกุศลให้เด็กได้มีวิชาชีพ ติดตัว แต่ก็เรียนไม่จบ ชีวิตหักเห ไป จน ไปมีหุ้นส่วน ในกิจการ เรียกว่าเป็น เถ้าแก่ กรายๆ อยู่ที่ กรุงเทพฯ แล้วก็พังพาบลงมาในยุค ฟองสบู่แตก เขามาสู่วงการขายรถยนต์ โดยไม่มี ประสบการณ์ใดๆ อันเกี่ยวข้องกับรถยนต์มาก่อน ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ พื้นๆ ความรู้ในตัวสินค้าจากการอ่านข้อมูล แต่สิ่งที่รู้ค่อนข้างมากคือข้อมูล ทั่วๆไปของรถยี่ห้ออื่น ที่ทำให้สามารถ เปรียบเทียบ และ พูดคุยได้ บวกกับความกล้า ที่จะก้าวไปพูดคุยกับลูกค้า แม้ว่า ลูกค้านั้นจะมีสถานภาพทางสังคมสูง สายตาที่กล้า มุ่งมั่นสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า การก้าวเดิน เข้าหาลูกค้า และหยุด ณ ขอบเขตบริเวณ ที่ เหมาะสมและสบายใจ ของลูกค้า การแต่งกายที่สุภาพ วาจาที่ฉะฉาน แต่แฝงด้วยความเคารพนบนอบ และเข้าใจใน ความต้องการ และรวมถึง ความเป็นตัวตนของลูกค้า
ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์
ความรู้เชิงเปรียบเทียบกับ ยี่ห้ออื่น
ความกล้า ที่จะก้าวเดินออกไปเพื่อ ยกมือไหว้ และต้อนรับ ด้วยความ
จริงใจ การแต่งกายที่สุภาพ สะอาด สะอ้าน
ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ กระฉับกระเฉง
ความเข้าใจ ในความรู้สึก และอารมณ์ ว่าความต้องการของลูกค้า มีกี่
ระดับ บางครั้งการซื้อยังไม่เป็นความต้องการที่สุกงอมของลูกค้าในขณะ
นั้น แต่การยอมรับและชื่นชม เป็นจุดเริ่มต้นที่โยงเข้าสู่การตัดสินใจซื้อ