การปรับการหยุดในส่วนงานที่ปฏิบัติภายใน ไม่มีผลกระทบต่อหน่วยงานภายนอก

ที่โรงเรียนผม เป็นโรงเรียนรัฐบาล นักเรียนชายเทียบเท่า ม.ปลาย อยู่ประจำเกือบ 1600 คน
ในช่วงเปิดภาคเรียน ถ้ามีวันหยุดราชการที่ตรงกับ วันอังคาร พุธ หรือพฤหัส ที่ไม่ได้ติดกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมาจัดการกับเวลาหยุด

ที่โรงเรียนมาคิดกันว่า
วันหยุดวันพืชมงคล ตรงกับวันพฤหัส แล้วเรียนปกติ ในวันศุกร์
ถ้าปรับการเรียนใหม่เป็นเรียนวันพฤหัส แล้วไปหยุดแทนกันในวันศุกร์
ให้ เรียน 4 วันเท่าเดิม หยุด 3 วันเท่าเดิม


แต่ทั้งนี้ในส่วนที่ติดต่อกับ หน่วยงานอื่นๆ เช่นด้านธุรการ ก็ต้องปฏิบัติปกติ

เป็นการปรับการหยุดในส่วนงานที่ปฏิบัติภายใน ไม่มีผลกระทบต่อหน่วยงานภายนอก

ได้ หรือ เสีย อะไรบ้าง
หยุด 2 วัน จะมีนักเรียนกลับบ้าน เพียงครึ่ง คือ 800 คน
หยุด 3 วัน จะมีนักเรียนกลับบ้าน 1200 คนหรือมากกว่า มากสุดคือกลับหมด
หยุด 4 วันขึ้นไป นักเรียนกลับบ้านหมด
การมีนักเรียน อยู่พักในวันหยุด จะมีค่าใช้จ่าย น้ำ ไฟฟ้า แก๊ส ปริมาณเสื้อผ้าที่ต้องซักมาขึ้น อาหารที่ต้องทำมากขึ้น
การมีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนช่วงวันหยุด น้อย ค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายก็น้อยลง

ซึ่งจุดสมดุลของการหยุด ของโรงเรียนพบว่า วันหยุด 3 ดีที่สุด ถ้าทำได้

ผลการปฏิบัติ ปรับวันหยุด
นักเรียนชอบ เพราะถ้าหยุด 1 วันกลางสัปดาห์ก็ไม่ได้ไปไหน ถ้าหยุดติดกัน 3 วัน กลับบ้าน
(ธรรมชาติของนักเรียนประจำ ขออยู่ในโรงเรียนให้น้อยที่สุด)
ข้าราชการชอบ ทำงานเท่าเดิม ช่วงเวลาการหยุดเท่าเดิมแต่ต่อเนื่อง มีเวลาไปธุรกรรมส่วนตัว ที่ต้องไปในวันธรรมดาเช่นไปทำเอกสารราชการยังหน่วยงานอื่นๆ ไปธนาคาร
ค่าใช้จ่ายของรัฐ ลดลง ทั้งน้ำ ไฟฟ้า แก๊ส ที่ลดจากตัวนักเรียน และผู้ที่ปฏิบัติต่อนักเรียน ด้วย
ผู้บริหาร(กึ่งบ่น)ต้องมาทุกวัน วันที่หยุดก็ต้องมาดูอาจารย์สอนนักเรียน วันต่อมาก็มาปฏิบัติงานปกติ

พบว่า ดีเป็นการส่วนรวม เราลองทำกันมา กว่า 3 ปี เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย

แต่ปิดภาคเรียนก็ หยุดกันปกติครับ