การแสดงนิทรรศการผลงานในงานมหกรรมการจัดการความรู้เมื่อวันที่ 1-2 ธค ที่ผ่านมา ซึ่งมีตัวอย่างจากหลายภาคส่วน ทั้งจากภาคราชการ เอกชน ประชาสังคม ซึ่งแตกต่างกันทั้งในลักษณะภารกิจและวิธีการดำเนินงาน แต่จากการเยี่ยมชมและพูดคุยกับเจ้าของบูธ  ในส่วนตัวพบว่า หน่วยงานที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ใช้กระบวนการจัดการความรู้ในลักษณะที่คล้ายคลึงกันหมด นั่นคือ

  • เป็น KM ที่เนียนอยู่ในเนื้องาน หลายหน่วยงานทำมานานแล้ว เช่น กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษพิจิตร
  • เป็น KM ที่เติมเต็มสิ่งที่ทำอยู่แล้ว
  • เป็น KM ที่มีจุดเริ่มคล้ายคลึงกัน คือมีที่มาจากปัญหา แล้วกำหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้อย่างชัดเจน เรียนรู้จากการทดลองหรือลงมือปฏิบัติจริง โดยมีกระบวนการกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นตัวเชื่อมประสานการเรียนรู้

      ดังนี้แล้ว แอบภูมิใจ KM ของภาควิชาพยาธิวิทยาไม่ได้ เพราะตัวเองก็ทำในแนวทางนี้ ตั้งแต่ที่ยังไม่รู้เรื่อง KM เท่าไร แต่คิดว่า จะต้องใช้ KM เป็นเครื่องมือในการบรรลุภารกิจที่มุ่งหวัง ไม่ใช้ทำ KM เพื่อ KM และเพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านหรืองุนงงว่าจะเป็นเรื่องใหม่ที่นำเข้ามาในองค์กร จึงไม่ได้บอกว่านำกระบวนการ KM มาใช้แล้ว   หลายคนที่ได้รับฟังการเปิดตัวของโครงการ Patho Otop เมื่อหลายเดือนก่อนและมีคำถามคาใจว่า นี่มันเป็น KM ได้อย่างไร บัดนี้ ผู้คนเหล่านั้น คงเข้าใจ Patho Otop มากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเข้าใจแล้วหรือไม่ก็ตาม ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ไปแล้ว ก็คือนักปฏิบัติในกลุ่มต่างๆ 24 กลุ่ม พี่เลี้ยงและที่ปรึกษาโครงการ หน่วยงาน และภาควิชาพยาธิฯ มอ
     ขอขอบคุณ อาจารย์วิจารณ์ และทีมงาน สคส. ที่เห็นคุณค่าของภาควิชาพยาธิ และให้โอกาสไปแสดงผลงานในงานมหกรรมฯ นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่มิอาจนับค่าได้เลย