ชาวบ้านให้เหตุผลว่า ตรงนี้คือต้นน้ำ ซึ่งมีน้ำออกรูอยู่ใกล้ๆนั่นเอง ชาวบ้านพยายามรักษาไว้เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป การกักน้ำด้วยฝายแม้วยังจะช่วยให้เกิดผลดีต่อต้นไม้ป่ารอบๆนี้ ซึ่งล้วนเป็นไม้มีคุณค่าทั้งนั้น สัตว์ป่าก็ได้อาศัยน้ำแห่งนี้ และสัตว์น้ำก็จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะชาวบ้านที่เข้ามาป่ามาก็จะมีน้ำกินตลอดปี เช่นช่วงฤดูแล้งที่ขึ้นมาสำรวจไฟป่า หรือดับไฟป่าก็จะได้อาศัยแหล่งน้ำนี้

 ดงหลวงมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ต่อเนื่องกับเทือกเขาภูพานซึ่งเป็นรอยต่อของจังหวัดมุกดาหาร กาฬสินธุ์ สกลนครและนครพนม ชาวบ้านรอบๆเทือกเขานี้ได้ใช้ประโยชน์จากป่ามากมาย โดยเฉพาะ ชนเผ่าไทโซ่ที่ผู้บันทึกทำงานอยู่ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมาผู้บันทึกชวนชาวบ้านเดินขึ้นดอยเพื่อดูฝายแม้วที่ชาวบ้านไปสร้างกั้นน้ำไว้ข้างบนถูเขาที่มีชื่อว่า ภูสีเสียด อันเป็นกิจกรรมที่โครงการผู้บันทึกรับผิดชอบอยู่    

กรรมการป่าชุมชน ผู้นำชาวบ้าน ผู้บันทึกและเลขาฯผู้บันทึกเดินขึ้นเขาไปด้วยกัน เราขับ 4WD ไปบนภูเขาที่นัก OFF Road ต้องกรี๊ดแน่ๆเลยหากได้มาร่วมเดินทางด้วย เพราะต้องกระดึ๊บๆไป มีแต่หินและป่า รายละเอียดจะเล่าเป็นตอนๆไป  

ครั้งนี้จะมุ่งไปที่ ฝายแม้ว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการเดินทาง เรากระดึ๊บรถมาได้ 3.7 กิโลเมตรแล้วจอดไว้ที่สำนักสงฆ์ที่มีพระหนุ่มจำพรรษาอยู่องค์เดียว สำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงหน้าผาสูงชัน วิวสวยมาก ผู้บันทึกตั้งใจว่าหาเวลากลับมาปฏิบัติธรรมกับท่านบ้าง  

จากสำนักสงฆ์แห่งนี้เราต้องเดินเท้าเข้าป่าลึกต่อไปอีก ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ซึ่งจะลาดชันขึ้นไปเรื่อยๆ และป่าก็ทึบมากขึ้นเรื่อยๆ วันนั้นเมฆฝนครึ้มเต็มท้องฟ้าไปหมด  ระหว่างทางเราพบ อะไรมากมาย เช่น ต้นไม้ใหญ่ ควายชาวบ้านที่ปล่อยเข้าป่า ถ้ำประวัติศาสตร์ สมุนไพร ต้นพ่อต้นแม่ผักหวานป่า หน้าผาและผึ้ง ผลไม้ป่า ลานหินประวัติศาสตร์ กล้วยไม้ป่า สวนป่านาข้าวสมัยก่อน ฯลฯ น่าสนใจชีวิตชาวไทโซ่บนภูเขาจริงๆ  

เราใช้เวลาเดินป่าแบบสบายๆ คุยกันไปด้วยไม่ได้รีบเร่ง ตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง เราไปถึงที่หมายเวลาเที่ยวพอดี เราสำรวจฝายที่ชาวบ้านก่อสร้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุมเพื่อเป็นหลักฐาน เดินสำรวจรอบๆบริเวณพื้นที่สร้างฝาย พร้อมกับสอบถามเหตุผลว่าทำไมถึงมาสร้างฝายตรงนี้   

ชาวบ้านให้เหตุผลว่า ตรงนี้คือต้นน้ำ ซึ่งมีน้ำออกรูอยู่ใกล้ๆนั่นเอง ชาวบ้านพยายามรักษาไว้เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป การกักน้ำด้วยฝายแม้วยังจะช่วยให้เกิดผลดีต่อต้นไม้ป่ารอบๆนี้ ซึ่งล้วนเป็นไม้มีคุณค่าทั้งนั้น สัตว์ป่าก็ได้อาศัยน้ำแห่งนี้ และสัตว์น้ำก็จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะชาวบ้านที่เข้ามาป่ามาหาอยู่หากินก็จะมีน้ำกินตลอดปี เช่นช่วงฤดูแล้งที่ขึ้นมาสำรวจไฟป่า หรือดับไฟป่าก็จะได้อาศัยแหล่งน้ำนี้  

ด้วยงบประมาณเพียงไม่กี่พันบาทก็ได้ประโยชน์มากมายเช่นที่ชาวบ้านกล่าว เราก็ยินดีเพราะเขาเลือกเอง ตัดสินใจเองและช่วยกันทำเองทั้งหมด เพียงโครงการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งก็ใช้ไม่หมด เขาก็เก็บเอาไว้เป็นทุนสำหรับยามจำเป็นในการใช้จ่ายเพื่อการรักษาป่าไม้ในกิจกรรมอื่นๆต่อไป  

ระหว่างที่เราแลกเปลี่ยนกับผู้นำอยู่นั้นชาวบ้านบางส่วนก็ปลีกตัวไปประกอบไฟและเตรียมอาหารกลางวัน โดยเขาซื้อเนื้อหมูและเอาเครื่องพร่าเนื้อขึ้นมา ความจริงผู้บันทึกก็เตรียมอาหารกลางวันมาเผื่อเขาอยู่แล้ว

ผู้บันทึกได้มีโอกาสดูวิธีการทำครัวกลางป่าอีกครั้งหนึ่ง ดูมันช่างง่ายแสนง่ายจริงๆ ใช้ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์  ฟืนก็หาเอาใกล้ๆนั้นซึ่งมีมากมาย เขียงหั่นเนื้อก็เอาเศษไม้ที่ทำความสะอาดแล้วก็เป็นใช้ได้ ย่างเนื้อก็เอาไม้มาคีบเข้าแล้วอิงกองไฟ เครื่องพร่าที่เตรียมมาก็มีพริกป่น เลือดสดๆ ใบต้นหอม หอมแดง ตะไคร้ น้ำปลา (แอบเห็นผงชูรสที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ติดงอมแงม) ซึ่งเขาเตรียมมาหมดแล้ว  ส่วนข้าวเหนียวนั้นทุกคนก็เอาใส่กระติ๊บมากันทุกคนอยู่แล้ว  

ตอนคลุกเนื้อที่หั่นซิ ผู้บันทึกทึ่งจริงๆ เนื่องจากจำนวนเนื้อย่างมากเกินสำหรับภาชนะใดๆที่ติดตัวมาจะใส่แล้วเอาเครื่องคลุกได้ ชาวบ้านเขาใช้ถุงพลาสติดที่เอามาด้วยนั้นผ่าแผ่ออกกว้างๆก็กลายเป็นภาชนะที่ใหญ่พอจะคลุกเนื้อย่างได้เป็นอย่างดี แต่ต้องอาศัยเพื่อนมาช่วยถือคนละมุมด้วย   

ชาวบ้านส่วนที่เหลือก็เดินออกไปรอบๆเดี๋ยวเดียวก็กลับมาพร้อมกับใบไม้ที่กินได้มาแกล้มพร่าเนื้อ มีใบผักกูดแดง และอีกหลายชนิด ซึ่งป่าที่สมบูรณ์แบบนี้เป็นที่คุยกันว่า แค่นั่งลงแล้วเอื้อมมือไปรอบๆ จับใบอะไรได้ก็หักกิ่งมาก็กินได้ทั้งนั้น  เป็นคำเปรียบเทียบว่าป่าอุดมสมบูรณ์นั้นมีใบไม้ที่เป็นอาหารมากมายนัก  

ใกล้จะประกอบอาหารเสร็จพอดีได้ยินเสียงฝนตกมาแต่ไกล ชาวบ้านบอกว่าเรานั่งกินข้าวที่นี่ไม่ได้ต้องไปในถ้ำซึ่งอยู่ใกล้ๆนี้ ทุกคนก็ช่วยกันย้ายสิ่งของไปที่ถ้ำ แห่งนั้น ซึ่งผู้บันทึกเรียกว่าเพิงหินมากกว่าถ้ำ 

เราถึงถ้ำฝนก็ตกพอดี  ชาวบ้านตัดใบไม้ใกล้นั้นมาหอบใหญ่ ปูพื้นแล้วก็วางกับข้าว ตั้งวงกินข้าวมื้อกลางวันกัน  ข้าวป่าในถ้ำท่ามกลางฝนตกเนี่ยะ อร่อยเป็นที่สุดเลย