ถ้าเรือนจำทำตามที่คุณฟิลิปขอก่อนตาย ปรากฏการณ์ทางสังคม ที่ "คนนอกเรือนจำ" พากันทำตามเจตนารมย์ที่จะทำความดีก่อนตายของนักโทษประหารคนหนึ่ง ก็คงจะไม่เกิดขึ้น และสังคมอเมริกัน รวมทั้งสังคมโลก ก็คงจะไม่ได้เรียนรู้เรื่องของแรงบันดาลใจที่มีพลังจากตัวอย่างนี้

คอลัมน์เล็กๆ ชื่อ เกร็ดต่างแดน ในหน้าต่างประเทศ ของ นสพ.มติชนฉบับวันอังคารที่ ๑๕ พ.ค.๕๐ ลงเรื่อง "อาหารมื้อสุดท้าย"

 

เนื้อหาเป็นเรื่องของนักโทษคนหนึ่งชื่อ ฟิลิป เวิร์คแมน (Philip Workman) อายุ ๕๒ ปี ที่ถูกประหารชีวิตโดยการฉีดยาพิษเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่เรือนจำรัฐเทนเนสซีสหรัฐอเมริกา ก่อนถูกประหารเขาขอไม่กินอาหาร แต่ขอให้เรือนจำนำพิซซ่าหน้ามังสวิรัติไปให้คนจนที่ไร้ที่อยู่อาศัยคนหนึ่งกินแทน แต่เรือนจำจัดให้ไม่ได้เพราะผิดกฎ

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ชาวอเมริกันที่ได้ "แรงบันดาลใจ" จากคุณฟิลิป (ก่อนตาย)ได้โทรศัพท์สั่งพิซซ่าให้ส่งไปเลี้ยงเจ้าหน้าที่กู้ภัยในเมืองแนชวิลล์ถึง ๑๗๐ ถาดนอกจากนี้ยังมีคนโทรศัพท์สั่งพิซซ่าไปให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออื่นๆ ด้วย

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่ทราบว่าคุณฟิลิป คิดไว้ก่อนหรือเปล่าว่าเรือนจำจะปฏิเสธคำขอของแกและจะส่งผลให้เกิด “ปรากฏการณ์ทางสังคม” นี้ขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมสนใจข่าวเล็กๆ ชิ้นนี้เพราะเชื่อในเรื่องพลังของปัจเจกบุคคลและเชื่อในความคิดของคุณหมออัลเบิร์ต ชไวท์เซอร์ (1875-1965) แพทย์ นักดนตรีและนักปรัชญาชาวเยอรมันที่ภายหลังโอนสัญชาติเป็นฝรั่งเศสเจ้าของรางวัลโนเบิลไพรส์สาขาสันติภาพ ปี 1952  ที่กล่าวว่า ตัวอย่างไม่ใช่สิ่งสำคัญที่มีอิทธิพล(ต่อความคิดและการกระทำ)ของคนอื่น แต่เป็นเพียง “สิ่งเดียว” เท่านั้น หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ตัวอย่างเองนั่นแหละเป็นทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงที่ส่งผลต่อการคิดการกระทำของคนอื่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความสนใจผมมีมากถึงขนาดต้องไปค้นดูรายละเอียดในข่าวย้อนหลังของสถานีโทรทัศน์ CNN ของอเมริกา  </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อมูลที่ทำให้ผมสะดุดใจมากอันหนึ่งจากรายละเอียดในข่าวนี้ คือเรือนจำไม่สามารถทำตามความประสงค์ของคุณฟิลิปที่ขอบริจาคอาหารมื้อสุดท้ายของแกให้คนจรจัดคนหนึ่งในแนชวิลล์(Nashville)ซึ่งจะเป็นเพื่อนของแกหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่คิดว่าเป็นเช่นนั้นเมื่อดูจากภูมิหลังของแกที่ CNN บอกว่าแกเป็น junkie (ขี้ยา)คนหนึ่ง ที่ตัดสินใจควงปืนเข้าไปปล้นร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองนั้นเพื่อจะเอาเงินมาซื้อยาพนักงานในร้านแอบกดสัญญาณแจ้งไปโรงพัก ตำรวจมาแล้วเกิดการยิงกันจนตำรวจตายไปคนหนึ่งตัวแกถูกตีหัวจนสลบ แล้วถูกเอาตัวไปดำเนินคดี เหตุเกิดตั้งแต่ปี 1982 คดียืดเยื้อมานานเพราะแกต่อสู้ว่าไม่ได้เจตนาฆ่าแต่ในที่สุดก็แพ้คดีและถูกตัดสินประหารชีวิต
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อมูลนี้ทำให้ผมต้องตั้งคำถามว่า</p><ol>

  • "หัวใจ" ของเจ้าหน้าที่เรือนจำทำด้วยอะไร?
  • "กฎ" ที่ต้องยึดไว้ก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ (ความถูกต้อง-ความดี-ความงามไว้ทีหลังก็ได้) อย่างนั้นหรือ?
  • </ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าผมเป็นผู้คุมอยู่ในเรือนจำเทนเนสซีผมจะยอมควักเองหรือเรี่ยไรให้เพื่อนผู้คุมช่วยกันมีส่วนร่วมสั่งพิซซ่าถาดนั้นให้ร้านไปส่งตามความประสงค์ของคุณฟิลิปเลย ไม่ต้องใช้เงินหลวงก็ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็น่าสงสัยว่าคนเป็นผู้คุมในเรือนจำจะเป็นประเภทคนลักษณ์หนึ่ง-the perfectionist-คนเนี๊ยบเจ้าระเบียบยึดกฎเกณฑ์ ตามตำรานพลักษณ์ - enneagram แต่ไม่ได้หมายความว่าคนลักษณ์หนึ่งจะเป็นคนไม่ดีนะครับ คนละเรื่องกันคนทุกลักษณ์พัฒนาตนเองเป็นคนดีได้หมดหากเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตน
    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากในข่าวของ CNN เจ้าหน้าที่เรือนจำชื่อคุณคาร์เตอร์ แถลงว่า ตามกฎอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับนักโทษประหารจะจ่ายเกิน ๒๐ เหรียญไม่ได้และก็ไม่มีระเบียบว่าให้โอนสิทธิในอาหารนั้นไปให้คนอื่นด้วยเหตุผลที่คุณคาร์เตอร์อ้างก็คือประชาชนผู้เสียภาษีจะคิดอย่างไรหากเรือนจำทำตามความประสงค์ของนักโทษรายนี้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับผมและคนนอกคุกทั่วไป(ซึ่งได้พิสูจน์แล้ว)ก็ “อนุโมทนาสาธุ” นะซีครับ หากเรือนจำยอมทำตามคำขออภิโธ่…มันจะมากกว่า ๒๐ เหรียญไปอีกสักกีเหรียญเชียว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เอาเถอะ เรื่องมันก็แล้วไปแล้ว เพราะเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแล้ว เรื่องนั้นย่อมดีเสมอ”ประโยคนี้เอามาจากชื่อหนังสือเล่มหนึ่งที่ลงโฆษณาในมติชนเมื่อปีที่แล้วซึ่งผมเห็นด้วยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถใช้เป็นทัศนะในการมองประวัติศาสตร์ด้วยสายตาที่เข้าใจว่า “มันเกิดขึ้นแล้ว”และ “เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง” </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ดีก็คือ ถ้าเรือนจำทำตามที่คุณฟิลิปขอก่อนตายปรากฏการณ์ทางสังคม ที่ “คนนอกเรือนจำ”พากันทำตามเจตนารมย์ที่จะทำความดีก่อนตายของนักโทษประหารคนหนึ่งก็คงจะไม่เกิดขึ้น
    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และสังคมอเมริกัน รวมทั้งสังคมโลกก็คงจะไม่ได้เรียนรู้เรื่องของแรงบันดาลใจที่มีพลังจากตัวอย่างนี้.
    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><hr>

    บันทึกการแก้ไขบันทึกนี้

    • ๑๖ พ.ค.๕๐ - เริ่มบันทึก
    • ๑๗ พ.ค.๕๐ - แก้ไขการสะกดคำ และขยายความคำพูดของชไวท์เซอร์
    • ๑๘ พ.ค.๕๐ - แก้ไขการพิมพ์ตก ใส่วงเล็บชื่อภาษาอังกฤษ และเพิ่มคำหลัก "ตัวอย่าง"
    • ๑๙ พ.ค.๕๐ - ใส่ลิงก์สำหรับโยงไปที่ต้นฉบับข่าวมติชน

     

    </span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>