สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ กฟผ. รุ่น 3 ทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ เป็นผู้จัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมือาชีพของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับการจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. ผมรู้สึกชื่นชมในวิสัยทัศน์ของท่านผู้ว่าฯ ไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการฯ คนปัจจุบันของ กฟผ. ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรมาก ทำอย่างจริงจัง และต่อเนื่องตลอดมา และต้องขอขอบพระคุณท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ผมสานต่องานที่สำคัญนี้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
การจัดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ.ทุกรุ่นที่ผ่านมาผมได้พยายามปรับปรุงคุณภาพของหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นที่ 1ซึ่งสถานการณ์ขณะนั้น กฟผ. ยังเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจซึ่งมีแนวโน้มในเรื่องที่จะแปรรูปไปเป็นบริษัทมหาชนอยู่บ้างแต่ยังไม่ชัดเจนมากนัก สำหรับรุ่นที่ 1 มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 18 ท่าน (ซึ่งปัจจุบันก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการฯ กันไปแล้วกว่าครึ่ง) เนื่องจากจำนวนไม่มากนักเนื่องจากเป็นโครงการนำร่อง ทำให้เรามีโอกาสได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นเราได้ไปเข้าเรียนหลักสูตร Global Development Program ที่ Business School มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ของเมืองซีแอตเติ้ล ซึ่งกระแสตอบรับจากผู้ที่เข้าร่วมโครงการก็ดีมาก จนกระทั่งผมได้รับความไว้วางใจให้จัดโครงการต่อเนื่องสำหรับรุ่นที่ 2
โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 31 คน สถานการณ์ของกฟผ. ในช่วงนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแปรรูปฯ ซึ่งมีแนวโน้มและความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก ดังนั้น หลักสูตรสำหรับรุ่นนี้ผมก้ได้ปรับเนื้อหาบางส่วนให้ตรงประเด็น และเข้ากับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเน้นการเข้าไปดูตัวอย่างของกรณีศึกษาของรัฐวิกตอเรียซึ่งได้ทำการแปรรูปหน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟฟ้า ( Privatization ) ไปแล้ว 100% การมีโอกาสได้เรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของการแปรรูปฯ จากรัฐบาล รัฐบาลท้องถิ่น นักธุรกิจ และนักวิชาการของออสเตรเลียทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังได้เข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้น (2 วัน) ที่ School of Enterprise, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย
สำหรับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3 นี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 34 คน ซึ่งทุกท่านเป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายผู้มีสมรรถนะและความสามารถที่จะก้าวขึ้นเป็นระดับผู้ช่วยผู้ว่าการฯ เช่นเดียวกับโครงการที่ผ่านมา การเรียนรู้ในโครงการนี้ประกอบด้วย การเรียนรู้หลักสูตร 60 ชั่วโมง (ภายในประเทศ) และจากนั้นจะเดินทางไปทัศนศึกษาดูงาน ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเวลา 8 วัน


เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นเป็นพิธีเปิดโครงการฯ ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณอภิชาติ ดิลกโสภณ รองผู้ว่าการบริหารของ กฟผ. เป็นประธานในพิธีซึ่งผมก็ถือโอกาสขอบคุณท่านอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วย บรรยากาศของงานพิธีเปิดฯ ในวันนั้นดีมากทีเดียวเพราะผมได้มีโอกาสได้รู้จักและได้รับฟังความคิดเห็นต่อโครงการฯ และความคาดหวังจากทุกท่านซึ่งจะทำให้หลักสูตรที่ผมและทีมงานตั้งใจจัดขึ้นในครั้งนี้นั้นตรงกับความต้องการ และจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านอย่างแท้จริง ซึ่งผมก็ได้ให้ทีมงานสรุปความคิดเห็นของทุก ๆ ท่านในวันนั้นมาไว้ใน Blog นี้ด้วย และก็ตั้งใจว่าจะใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และเป็นคลังความรู้ของพวกเราต่อไปครับ<p> จีระ หงส์ลดารมภ์ </p>
เดินทางไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและเหมืองที่แม่เมาะ
วันศุกร์ที่ 20 ก.ค. 50
ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เรือนรับรอง
บริเวณด้านหน้าเรือนรับรอง
ชมภูมิทัศน์จำลองของเหมืองและโรงไฟฟ้า
เข้าชมพิพิธภัณฑ์
จุดชมวิวบนภูเขาเทียม
</span>
เรียน
ศ.ดร.จิระ
จากการอ่านหนังสือทั้งสองเล่มที่อาจารย์ให้มาประกอบการเรียน ขอสรุปและวิจารณ์ดังนี้ 1. เกิดแรงกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น และคงต้องเพียรพยายาม อดทน และเพิ่มความมุ่งมั่นให้มากขึ้น2. กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่าต้องปรับปรุงตัวเองในเรื่อง IT และภาษาอังกฤษ 3. การที่คนเราจะอยากได้หรืออยากเป็นต้องสร้างขึ้น ต้องลงทุน เริ่มด้วยพ่อแม่ สังคม ประเทศชาติ และที่สำคัญ คือ ตัวเราเอง4. โอกาสของคนเราไม่เท่ากัน แต่ไม่ควรท้อ ต้องพยายามค้นหาโอกาส5. การที่คนเราจะประสบความสำเร็จ พื้นฐานครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ Human Capital สำคัญสุด ตามด้วย Intellectual + Talent Capital นอกจากนั้นยังต้องเสริมด้วย Social , Happiness + Digital Capital 6. เห็นด้วยว่า การสร้างผู้นำในองค์การ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และทำต่อเนื่อง7. ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม คือ ขอเสนอเรื่องความสำคัญของสุขภาพ Heath Capital เพราะถ้าสุขภาพกาย สุขภาพจิต และ EQ ไม่ดี สิ่งที่ลงทุนไปมากมาย จะไม่ได้กลับคืนมา และยังขาดทุนในการดูแลรักษาอีกด้วย
เรียน ลูกศิษย์ กฟผ. รุ่น 3 ทุกคน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมขอขอบคุณทุกคนที่ติดตาม Blog ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณหมอที่ได้อ่านหนังสือของผม และได้วิจารณ์มาครับ ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์มาก </p> ทั้งนี้ ผมอยากให้ทุกคนเป็นสังคมการเรียนรู้ และใช้ Blog เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ระหว่างที่มีการจัดการเรียนรู้ และจบการเรียนรู้ไปแล้วครับ จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน ท่านอาจารย์จีระ และเพื่อน ๆ SEDP-2
เมื่อวานนี้ (17 พ.ค. 50) ได้ยืมหนังสือที่ห้องสมุดจำลองของออาจารย์คิดว่าชื่อเรื่องน่าสนใจตรงกับที่กลุ่ม 3 ของเราได้นำเสนอออกไปเรื่องประชาสัมพันธ์ หนังสือ ชื่อ CEO PR & Image เขียนโดยคุณพจน์ ใจชาญสุขกิจ เพื่อน ๆ กลุ่ม 3 ก็เลยแสดงบทบาท Leadership โดย More use other brain to make more knowledge มอบหมายให้ไปอ่านแล้วมาเล่าให้ฟังด้วย ก็เลยใช้เวลาหลังจากกลับจาก Party แล้วประมาณ 1 ชั่วโมง อ่านแบบ Fast Reading ตามที่เคยไปเข้าอบรมมา รู้สึกว่ามัน “โดนใจ” หรือ จะเรียกว่า “โป๊ะเชะ” ก็ได้
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ภาพลักษณ์ของ CEO เชื่อมโยงอย่างมากต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและ PR จะมีส่วนช่วยสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของ CEO และองค์กร”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- CEO กับ PR ในการบริหารวิกฤต</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">“CEO เป็นใคร” ตอนแรกก็นึกแต่ว่า CEO คือผู้ว่าการ พออ่านไปได้ความคิดใหม่กับตัวเองนะคะว่า CEO คือทุกคนในองค์กร และที่สำคัญที่สุด พวกเราชาว SEDP-3 นี่แหละคะ คือ CEO (ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลกันทุกคนนะคะ) แต่หมายความว่าเราคือภาพลักษณ์ของ กฟผ.ของสายงานของหน่วยงานของครอบครับ และของสังคม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> ดังนั้น CEO ต้องให้ความสำคัญกับ PR เป็นแบบ Strategic Partner แล้วเราอาจจะบ่นน้อยลงว่า “เราทำงานเหนื่อยแทบตาย ทำดี ทำประโยชน์ตั้งเยอะแยะ ทำไมนะลูกน้องก็ยังไม่ค่อยเชื่อฟังแล้วทำงานไม่ได้ดั่งใจ นายก็ไม่ค่อยรัก ชุมชนก็ไม่ค่อยเชื่อ รัฐบาลก็ไม่ค่อยเข้าใจเรา และลูกทำไมไม่ชอบคุยกับเรา”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> สุดท้ายนะคะ ขอเชิญชวน SEDP-3 ไปอ่านหนังสือ CEO PR&IMAGE สักนิดนะคะ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ขอขอบคุณอาจารย์ที่จัดทำห้องสมุดจำลองค่ะ วันนี้จะลองไปเลือกเล่มอื่นมาอ่านต่อบ้างค่ะ</p><p> สุนันทา เกียรติศิรกุล</p>
Dear Sir,
I just want to try whether I can access to the blog or not. After two days at Cha-Am I am looking forward to the study next week at The Grand. The HR topic is always in my interest so I am glad to have this chance participating in this class. I have to apologize to others that I have to write in English because it will take me forever to write in Thai.
Best regard,
Nipon P.
เรียน ท่านอาจารย์จีระ และเพื่อน ๆ SEDP-3 ได้อ่านเรื่องใน Blog มีอยู่ 2 เรื่องที่คิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับ กฟผ.อยู่บ้างคือ 1.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการลงนามกับ Wadong Middle School ในโครงการ The Korea-Thailand APEC ICT Model School Network กับ Mr.Kyung Num Park ครูใหญ่ Wadong Middle School ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2550 2.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2549 ศ.ดร.จีระได้รับเกียรติจากโรงเรียนบางหัวเสือบุญแจ่มเนียมนิล ซึ่งเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝัน ให้ไปบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง HRD กับ Innovation (นวัตกรรม) ให้แก่ผู้บริหารโรงเรียนประถม มัธยม และเอกชน ในชุมชนใกล้เคียง และนักเรียนหลักสูตรธุรกิจอุตสาหกรรม รวมกว่า 40 รวม ในโครงการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของโรงเรียน ที่บอกว่าเกี่ยวข้องอยู่บ้างเพราะโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ หรือชื่อเดิมคือโรงเรียนบางหัวเสือบุญแจ่มเนียมนิล เป็นโรงเรียนที่เคยอยู่ในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน ที่ กฟผ.โรงไฟฟ้าพระนครใต้ได้ให้ความอุปถัมภ์อยู่ 3 ปี และกิจกรรมทั้งสองจัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่มีส่วนในการพัฒนาบุคลากร ต้องขอบพระคุณอาจารย์จีระฯ แทนคณะครูและนักเรียนและชุมชนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการที่ทำให้กิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จ ผมมีความเชื่อว่ากิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนามนุษย์คงต้องทำหลายๆอย่างและทำอย่างต่อเนื่อง อมรชัย ตรีรัตน์สกุลชัย
ไล่ล่าความเป็นเลิศ ด้วยทฤษฎี 8 H’s
ทฤษฎี 8 H’s เป็นทฤษฎีที่ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ คิดขึ้นขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้
ข้าราชการในกระทรวงนำแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ เมื่อได้มีโอกาสได้อ่าน ทำความเข้าใจในแนวคิดของท่านแล้ว เห็นว่าน่าจะสรุปออกมาเป็นหัวข้อที่ เกี่ยวข้องใกล้เคียงกับ องค์กร กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) และน่าจะนำไปปฏิบัติ ดังนี้
1. มีวัฒนธรรมที่ดี(Heritage)องค์กรมีวัฒนธรรม ที่สะสมกันมายาวนาน จนรู้สึกเคยชิน เช่น ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งไม่ทำ ทำเฉพาะที่สั่ง นายถูกเสมอห้ามโต้แย้ง ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
วัฒนธรรมที่ดี ก็คือ การให้โอกาสผู้ร่วมงานทุกระดับได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน มีวิสัยทัศน์
มีวัฒธรรมของการทำงานเป็นทีม มีการเรียนรู้ร่วมกัน กล้าแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ยอมรับในความสามารถความคิดของกันและกัน เกิดกิจกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยผลักดันองค์สู่ความเป็นเลิศ
2. มีความคิดสร้างสรรค์(Head) นอกจากที่ทุกคนต้องมีความรู้ในงานที่รับผิดชอบแล้ว ยังต้องมีความคิด วิเคราะห์ ริเริ่ม สร้างสรรค์ การที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยการช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ปัญหา สร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ
จะช่วยให้ภาระกิจสำเร็จสู่จุดหมายอย่างมีประสิทธิผลที่ดีที่สุดได้
3. ลงมือทำ (Hand)หากไม่ลงมือทำก็จะไม่รู้ปัญหาหรืออุปสรรค์ เมื่อลงมือทำทันที จะพบความสำเร็จ เมื่อมีปัญหาก็แก้ปัญหา ลงมือทำจะได้รู้วิธีการทำ มีการปรับปรุงวิธีการ ช่วยเพิ่มทักษะ และเพิ่มประสบการณ์
4. มีความรักในงานที่ทำ (Heart)การทำงานด้วยความรักเป็นหัวใจของความสำเร็จ เพราะเมื่อมีความรักในงาน ก็มีความสุขกับการทำงาน ไม่ทำอย่างซังกะตาย มีความใส่ใจในงานที่รับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ ทุ่มเท และไม่เครียด
5. มีสุขภาพดี(Health)สุขภาพที่ดีสามารถดูเป็น 2 แง่ คือสุขภาพองค์กร กับสุขภาพ ของคน สุขภาพองค์กร ก็คือสุขภาพทางการเงินที่ดี ซึ่งมีผลต่อการดำเนินกิจการ และมีโบนัสเป็นผลลัพท์ส่วนสุขภาพ ของคน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สุขภาพทางจิต และสุขภาพทางกายสุขภาพทางจิตที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตใจดี แจ่มใส ไม่เครียด ช่วยให้องค์กรมีความโปร่งใส สุขภาพทางกายที่ดี ช่วยให้มีความสุข สมองปลอดโปร่ง สามารถทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ มีสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข ไม่หดหู่
6. มีทีมงานที่ดี (Home)ทีมงานที่ดี มีความอบอุ่น เหมือนครอบครัวเดียวกัน ช่วยเหลือกันอย่างเสียสละ เอาใจใส่ให้คำปรึกษากันและกัน สร้างประชาคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
7. มีความสุขในการทำงาน (Happiness)ความสุขกับการทำงาน ช่วยให้มีความรักในงานที่ทำ ในทำนองเดียวกันการทำงานด้วยความรักช่วยให้มีความสุข และเป็นหัวใจของความสำเร็จ เพราะไม่ทำอย่างซังกะตาย ไม่เครียด มีความคิดพิจารณาปรับปรุงพัฒนาการทำงาน
8. มีสิ่งแวดล้อมที่ดี(Harmony)องค์กรที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี คือองค์กรที่มีความปองดอง สมานฉันท์ สอดคล้อง กลมเกลียว ประนีประนอม ใฝ่สันติ ล้วนมีส่วนช่วยให้สมาชิกร่วมกันขับเคลื่อนองค์ไล่ล่าสู่ความเป็นเลิศได้
ในความเห็นของผม เห็นว่า H ตัวที่ 5 คือ มีสุขภาพดีสำคัญที่สุด ทั้งนี้เพราะ ปัญหาสุขภาพเป็นตัวถ่วงสำคัญ ขององค์กร ในขณะเดียวกัน หากสมาชิกในองค์กรมีสุขภาพดี ก็จะมีส่วนส่งเสริมให้ H อื่นๆ ดำเนินไปได้ดีด้วยการมีสุขภาพดี จะช่วยให้มีสมองที่ปลอดโปร่ง แจ่มใส มีความคิดใหม่ๆ ออกมา มีเวลาให้กับงาน สุขภาพจิตที่ดี ช่วยให้สิ่งแวดล้อมดี บรรยากาศการทำงานดี เพื่อนร่วมงานพลอยมีความสุขในการทำงาน
การมีสุขภาพไม่ดี จะบั่นทอนทุกอย่าง
บั่นทอนสุขภาพ ทำให้ร่างการขาดความกระฉับกระเฉง สมองล้า มีภาระ เช่น ต้องคอยรับประทานยา(เป็นประจำ) ทุกวัน ต้องไปหาหมอบ่อยๆ
เวลา ต้องไปหาหมอบ่อยๆ แต่ละครั้งใช้เวลานาน ต้องลางาน ลูกเมียต้องเสียเวลามาคอยดูแล
กำลังสติปัญญา กำลังสติปัญญาลดทอนลง เป็นกังวล ขาดความสุขมีข้อสรุปที่ได้อ่านเจอจากเอกสารด้านสุขภาพ ต่างๆ สิ่งสำคัญที่จะมีผลต่อสุขภาพ เป็นข้อสรุปอย่างคนที่ไม่ใช่หมอ ได้ดังนี้
อาหาร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่รสเค็มจัด อาหารไขมัน
การออกกำลังกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ
ไม่นำพิษสู่ตัว ลดสุรา (ไม่ใช้คำว่างดสุรา เพราะว่าดื่มสุรานิดหน่อยเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่รู้ว่าพี่หมอจะว่าหรือเปล่า) งดบุหรี่ (ใช้คำว่างด เพราะเห็นว่าการสูบบุหรี่ ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเลย)
มีจิตที่แจ่มใส มีจิตใจแจ่มใส ร่าเริง ไม่เครียดจึงควรกำหนดไว้ในหลักสูตรผู้บริหาร และหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ระดับต้นๆ ให้เห็นความสำคัญของสุขภาพ และมีกิจกรรมที่ช่วยสร้างสุขนิสัยที่ดี โดยการป้องกันไว้ดีกว่าแก้
ขอขอบคุณพี่หมอ (หมอนงนุช อังกุราภินันท์) รองประธานของรุ่น ที่ได้ดำเนินกิจกรรมหลายอย่างเพื่อส่งเสริมการรักษาสุขภาพของทุกๆคนภายใน กฟผ. ทั้งยังเป็นที่ปรึกษา ด้านสุขภาพแก่พวกเรา ตลอดมา
ทฤษฎี 8 H’s มีอยู้แล้วในอากาศ เพียงแต่ สรุปออกเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น พวกเราทุกคนผ่านหลักสูตรอบรมพัฒนาบุคลากร พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ มีเครื่องมือประกอบมากมาย เช่น KPI, BSC, Competency เป็นต้น แต่ทำอย่างไรจึงจะสามารถไล่ล่าให้ทฤษฎี 8 H’s สามารถนำมาใช้ปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ อย่างจริงจัง จนเป็นวัฒนธรรมใหม่ในองค์กรได้
การที่ ต้องมาสรุปทฤษฎี 8 H’s ตามการบ้านของอาจารย์ จิระ ทำให้เครียด เพราะต้องเจียดเวลามาอ่าน
2 พลังความคิด ชีวิตและงาน ของ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และศ. ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ ที่สำคัญคือต้องสรุปมาเป็นรายงานฉบับนี้ อดดู DVD ที่ตั้งใจไว้ แต่ก็คิดว่าจะได้ประโยชน์ต่อทุกคนที่มีโอกาสได้อ่านการอ่านแล้วสรุปทำรายงาน ต้องใช้พลังสมองและเวลา กว่าการอ่านผ่านๆ และต้องคิดวิเคราะห์ตามไปด้วยจึงมีประโยชน์กว่าการอ่านแบบผ่านๆ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจอ่าน สวัสดีครับ
นายวิรัช โรจนพิทยากร
21 พฤษภาคม 2550
เรียน อาจารย์และทีมงานทุกท่าน
เมื่อวันแรกที่ได้รับบันทึกให้มาอบรมด้านทรัพยากรมนุษย์ มีความรู้สึกว่าในระหว่างการทำงานที่ กฟผ. ก็ได้รับการอบรมด้านทรัพยากรมนุษย์มาหลายหลักสูตร ทั้งที่เป็นการอบรมโดยตรงหรือเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม ทำให้มีความรู้สึกว่าจะเหมือนๆ กับที่เคยอบรมมาแล้วหรือไม่
เมื่อได้มาฟังอาจารย์บรรยายทฤษฎีเกี่ยวกับ 8 H และ 8 K ก็ทำให้ได้ความคิดที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อนึกถึงการบริหารด้านบุคคล ผมเองจะนึกถึงเรื่อง
1. การวางแผนบุคคล
2. การมีส่วนร่วม
3. การพัฒนา
4. ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
5. การประเมินผลและการให้รางวัล (Promotion)
ในองค์กรผมเองก็มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นจำนวนมาก เมื่อไปพบปะ ผมเองก็จะพยายามพูดให้ทุกคนได้ทราบว่าทุกๆคนมีความสำคัญต่อองค์กร เปรียบเสมือนฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการที่ท่านพารณได้ให้ความสำคัญกับบุคลากรขององค์กรนั้น ผมมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และผมเองก็ยึดถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน และเมื่อได้มาเรียนรู้กับอาจารย์และทีมงานของอาจารย์ทำให้ได้ความรู้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่เป็นทีมที่ดี ส่วนในด้านการทำงาน ผมยึดหลัก 4 ข้อ
1. ทำในสิ่งที่ถูกต้อง 2. มีคุณธรรม 3. มีจริยธรรม 4. โปร่งใส
อีกส่วนหนึ่ง ในการจัดการด้านการฝึกอบรมในครั้งนี้ ผมเองมีความสนุกในขบวนการการสอนของอาจารย์ เพราะไม่ใช้วิธีการสอนเหมือนอยู่ในห้องเรียนสมัยเรียนหนังสือตอนเป็นเด็กๆ เพราะอาจารย์ได้ใช้ประสบการณ์จริงมาเล่าสู่กันฟังผสมผสานกับทฤษฎีที่มีอยู่ในตำรา ส่วนอาจารย์ท่านอื่นๆ ก็ได้มีแบบฝึกหัดซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางานด้านทรัพยากรมนุษย์
ผมหวังว่าเมื่อผ่านหลักสูตรนี้แล้ว จะได้นำประสบการณ์จากการเข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ไปใช้ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรมากที่สุด
นายชูยศ สุธารัตนชัยพร
21 พฤษภาคม 2550
เวลา 08.30 น.
เรียน ศ ดร.จีระ และเพื่อนร่วมรุ่นทุกท่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2550 ได้มีโอกาศอ่าน CEO PR และ Image เช่นเดียวกับคุณสุนันทา อยากจะสรุปใจความสำคัญๆ ที่อยากเชิญชวนพวกเราทุกคนให้ใส่ใจ คือ CEO สะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กร การแสดงออกด้วยบุคลิกภาพ การแต่งกาย การพูดจา การวางตัว ตลอดจนแนวคิดของ CEO จะสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กร CEO เป็น Brand ขององค์กรได้ และยังเป็นคนสำคัญที่จะสร้างความประทับใจและความพึงพอใจของสังคมต่อองค์กร ดังนั้น จึงใคร่ขอเชิญชวนให้เพื่อนๆ ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลบุคลิกภาพของตน และสนใจปฏิบัติตัวเป็น Model ที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรของเรา Brand ขององค์กรของเรา ที่อยากให้เกิดขึ้นคือ.- PC fit P = Professional C = Caring F = Flexibility I = Innovative T = Trustworthy ผู้นำทุกระดับต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้ปรากฎแก่สายตาคนภายนอก และกระตุ้นคนภายในองค์กรให้แสดงออกเป็นภาพลักษณ์เดียวกัน อยากให้ผู้อื่นมองเห็นองค์กรเราเป็นอย่างไร ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่าง และกระตุ้นให้ทุกคนในองค์กรปฏิบัติตามในแนวทางเดียวกัน (ใช้ภาวะผู้นำ Empowering & Modeling) สุดท้ายนี้อยากบอกเพื่อนๆว่าได้อ่านที่ทุกคนเขียนใน Blog แล้ว และอยากขอบคุณคุณวิรัช และเพื่อนๆที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็นใน Blog และขอขอบคุณ ศ ดร.จีระ ที่ทำให้เราเปิดโลกทัศน์ใหม่ และที่สำคัญขอขอบคุณองค์กร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จีระ และเพื่อนๆทุกท่าน
ได้อ่านข้อความที่เขียนในBlog.ในหัวข้อต่างๆแล้ว เห้นว่าเป็นประโยชน์ ให้ข้อคิดมากมาย เป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่ดี รวมทั้งเป็นช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย
รู้สึกชื่นชมที่ท่านอาจารย์ได้สละเวลาให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปผ่านทางรายการวิทยุ และยังเดินทางไปพบปะกับผู้นำชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับชุมชนและประเทศ น่าจะช่วยให้ประเทศเรามีผู้นำที่ดี มีคุณธรรม และยังเป็นคนเก่ง เพิ่มขึ้นอีก
อย่างไรก้ตาม การสร้างผู้นำ หากได้เริ่มต้นสร้างตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยเรียน โดยการให้แนวทางที่ถูกต้อง ปลูกฝังให้เป็นผู้นำที่ดี มีคุรธรรม และให้โอกาสในการเรียนเพื่อเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เป็รคนเก่ง ก็ยิ่งน่าจะได้ประโยชน์ ระบบการศึกษาของเราควรจะต้องปรับปรุงเพื่อสร้างทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี
สุดท้ายนี้ ขอเชิยชวนเพื่อนๆให้อ่านBlog.ในหัวข้ออื่นๆด้วย และขอบคุณท่านที่ช่วยกันสรุปใจความสำคัญของหนังสือต่างๆด้วยคะ
ถึง กฟผ.รุ่น 3
ผมขอแสดงความยินดีที่คุณหมอเป็นรองประธาน แล้วใช้ Blog เป็นคนแรก ครับ
คุณสุนันทาที่อ่านหนังสือเรื่อง PR ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ และคงช่วยให้การสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น
คุณนิพนธ์ นอกจากร้องเพลงเก่งแล้ว ยังชอบใช้ภาษาอังกฤษด้วย ยินดีครับ ในตอนไป Sydney ผมอยากขอให้คุณนิพนธ์ช่วยสรุปด้วย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากครับ
คุณอมรชัย พบว่า กฟผ. ได้มีโครงการทำเรื่องโรงเรียนในฝัน เป็นสิ่งที่ดีครับ ที่ทราบว่า กฟผ. ได้ทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคมและเข้าไปช่วยในเรื่องการศึกษาซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างสูงครับ
คุณวิรัช และคุณชูยศ ได้สรุปการอ่านหนังสือ ทั้ง 2 เล่ม ที่ผมให้ไปนั้น เป็นประโยชน์มากครับ และรู้สึกดีมากที่ทั้งสองท่านจะนำไปปรับใช้กับองค์กร ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดีครับ
คุณวไลรัตน์ ยินดีครับที่เห็นความสำคัญของการอ่าน Blog และให้ความสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นอีกหนทางหนึ่งของการสร้างสังคมการเรียนรู้ และผมหวังว่าแม้จบหลักสูตรแล้ว ทุกคนคงร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Blog กันต่อไปครับ
ส่วนผมนั้นกำลังรออีก30 ท่านที่ยังไม่ได้ส่ง Blog มาด้วยความกระวนกระวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากให้ท่านประธานคุณกมลช่วยแสดงความคิดเห็นมาใน Blog ด้วยครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน อ.จีระ
ผมได้อ่านหนังสือที่อาจารย์มอบให้ทั้งสองเล่มจบแล้ว ผมชอบวิธีการเขียนให้ความรู้ในแบบฉบับของอาจารย์มากที่แตกต่างจากตำราด้าน HR ทั่วๆไปที่อ่านน่าเบื่อแล้วยังไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับคนไทยที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรมและมรดกทางความคิดได้หรือไม่ ผิดกับที่อาจารย์นำมาเขียนซึ่งนำมาจากสิ่งที่ ท่านพารณและคุณหญิงทิพาวงค์ นำไปปฏิบัติแล้วและประสพความสำเร็จมาแล้ว ผมเลยได้ความคิดว่าวิธีเขียนของอาจารย์เป็นวิธีการสร้างบรรยากาศในการอ่านให้น่าติดตามไม่เบื่อหน่ายคล้ายๆกับการสร้าง Learning Environment อย่างหนึ่ง จึงทำให้ผมคิดถึงปัญหาบางอย่างที่ยังแก้ไม่สำเร็จ คือผู้ใต้บังคับบัญชาผมหลายๆคนที่เก่งแต่เทคนิคในงานที่ทำแต่มักจะ anti การถูกส่งเข้าอบรมในความรู้ด้านอื่น ผมพยายามพูดให้คิดตั้งหลายครั้งแล้วแต่รู้สึกไม่ได้ผล จะยอมเข้าอบรมเพียงเพื่อให้ผ่าน PA เท่านั้น แต่ ณ เวลานี้ผมคิดว่าคงเป็นผมยังไม่ได้สร้าง Learning Environment ในหน่วยงานที่ดีพอ และหากทำให้เกิด Learning Community ในหน่วยงานได้ปัญหานี้ก็น่าจะหมดไป
นอกจากหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าวแล้ว บทความต่างๆใน website ของอาจารย์ก็น่าสนใจเยอะ เมื่อผมมีเวลาว่างจะทะยอยอ่านไปเรื่อยๆ ขอขอบคุณมากสำหรับสิ่งดีๆต่างๆที่อาจารย์สรรหามาให้พวกเรา ( SEDP-2 รุ่นที่ 3 )
22 - 05 - 50 - 12.58
ถึง กฟผ.รุ่น 3
ความสำเร็จของรุ่น 3 แม้ผ่านไปแค่ 3 วัน น่าจะสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. HRD , HRM
2. การบริหารการเปลี่ยนแปลง Change Management
3. Social Innovation ซึ่งจะรวมถึงการบริหารภายในองค์กรด้วย
4.องค์กรแห่งการเรียนรู้
4. ประเด็นสุดท้ายนั้น ระหว่างอยู่ด้วยกัน และเตรียมตัวไปต่างประเทศ ถ้ามีโครงการอะไร ที่จะทำงานร่วมกัน ก็แนะนำมาด้วยครับ ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นั้น ผมคิดว่าควรเน้น ในเรื่อง Action Plan ต่อยอด ซึ่งมีประโยชน์อย่างแท้จริงครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียนอาจารย์และเพื่อน
ผมกำลังทำความเข้าใจ 4L,2R เพื่อนำมาใช้กับการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้สรุปได้ว่า
1 การเรียนรู้ครั้งนี้เน้นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์และประยุกต์นำไปใช้งานจริง
2 เราต้องกระตือรือร้น สนุกและมีความสุขที่จะเรียนรู้
3 การเรียนรู้ไม่ต้องรอทำทันทีทุกรูปแบบเมื่อมีโอกาส
4 มีส่วนร่วมสร้างมูลค่าเพิ่ม blog นื้
5 อย่าลืมเน้นของจริงตรงประเด็น
สมยศ ธีระวงศ์สกุล
Workshop อ.เฉลิมพล
เพื่อให้ผู้เข้าอ่าน WorkShop นี้ ได้มีความเข้าใจในเหตุผลของการพิจารณา และจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากยิ่งขึ้น ผมจึงขอ นำ กรณีศึกษามาลง เพิ่มเติมในที่นี้ไว้ด้วย
เรื่อง สมานฉันท์
คำชี้แจง....เรือท่องเที่ยวได้รับลมพายุและหลงเข้าสู่น่านน้ำสากล โดยไม่สามารถติดต่อกับภายนอกได้ ภายในเรือมีคน 20 คน สุนัข 1 ตัว มีอาหารพอสำหรับคน 20 คน เป็นเวลา 2 วัน เรือได้รับความเสียหาย น้ำเข้าเรือ หากปล่อยเป็นเช่นนี้ เรือจะจมใน 3 วัน และมีน้ำจืดพอเพียง สำหรับ คน 10 คน ใน 2 วัน หากท่านเป็นสมาชิกในเรือ ท่านจะทำอย่างไร
หมายเหตุ ...โดยให้บันทึกรายละเอียดเหตุผลว่า ทำไมจึงต้องจัดการเช่นนั้น
เรื่อง ความสามารถเชิงบริหาร
คำชี้แจง...ครอบครัวหนึ่ง คุณพ่อและคุณแม่ ขยันขันแข็งทำงาน จนไม่มีเวลาดูแลให้ความอบอุ่นกับลูก ลูกชายคนเล็ก จึงถูกคนไม่ดีหลอกให้มกหมุ่นกับอบายมุขและคบกับเพื่อนไม่ดีมีนิสัยก้าวร้าว และสร้างปัญหากับคนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ลูกสาวคนโต มีอัธยาศัยเอื้ออารี เป็นที่รักของคนรอบข้าง
การวิเคราะห์.. อะไรคือสาเหตุแท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกทั้งสองคนแตกต่างกัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกชายมีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นนั้น และจะแก้ไขอย่างไรที่ดีที่สุด
เรื่อง การตัดสินใจ
คำชี้แจง...เกิดวิกฤตการณ์โรคระบาดอย่างรุนแรง มีเครื่องบินที่จะบรรทุกคนไปได้ 8 คน โดยมีคนที่เหลือในเมืองทั้งหมด 10 คน ดังนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำเพื่อพาคนให้รอดพ้นและสามารถไปสร้างเมืองใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืนได้ ท่านจะเลือกผู้ใดให้เดินทางไปกับท่าน
นายแพทย์ หมอแผนโบราณ นักกฏหมายสูงอายุ เด็ก คุณครูผู้หญิง นักการเมือง เกษตรกร กรรมกร นักวิทยาศาสตร์
จากกรณีศึกษา เรื่องการตัดสินใจ
ใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยพิจารณาจาก
- เหตุและผล ...พิจารณาจาก ความจำเป็น ประโยชน์ที่จะได้รับ การพัฒนาที่ยั่งยืน(เทคโนโลยี ทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ คุณภาพมนุษย์)
- การวิเคราะห์/สังเคราะห์...ข้อมูลคุณสมบัติของแต่ละคน
- การจัดลำดับความสำคัญ...จัดเรียงความจำเป็นและสำคัญตามลำดับ และตัด 2 คนสุดท้ายออก
ข้อคิดการแก้ปัญหา และข้อพึงระมัดระวัง
จากการบรรยายของ ดร.เฉลิมพล
- หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง โดยใช้เหตุและผล
- ในสภาวะคับขัน ทำให้เราเร่งหาคำตอบ มากกว่าการพิจารณาอย่างท่องแท้
- คนที่อยู่ใกล้ชิดปัญหา คือคนที่รู้ดีที่สุดว่า ปัญหาคืออะไร
- การคิดใหม่ที่แตกต่าง เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ
- ไม่ใช้ความรู้สึก อารมณ์ และประสบการณ์ มีสติเพื่อสร้างสรรปัญญา
- มีการประเมิน เพื่อสร้างสรรสิ่งที่ดีขึ้น
- เชื่อมั่น ในความส่มารถของมนุษย์
- แรงจูงใจที่ดี และเหมาะสม จะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนที่ดีและยั่งยืน
จัดสมดุลย์ ของ IQ(Thinking) EQ(Felling) MQ(Sensing) และ SQ(Intuition) เพื่อสร้าง ศรัทธา ที่จะทำให้เกิด ปัญญา ที่ยั่งยืน
นัตถิ ปัญญา สมาลาภา
แสงสว่างอื่นใด เสมอด้วยปัญญาไม่มี
เรียน อาจารย์จีระ ทีมงานฯ และพวกเรารุ่น 3 ทุกท่าน ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณรุ่น 3 ทุกท่านที่มอบหมายให้ผมทำหน้าที่ประธานรุ่น 3 ดังที่เรียนไว้แล้วในระหว่างการอบรมว่า จะพยายามประสานงานทุก ๆ ด้านของรุ่น 3 ทั้งในระหว่างการอบรม และหลังจากเสร็จสิ้น เพื่อให้ทุก ๆ ท่านได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของรุ่น 3 ให้เกิดอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ ในภาพรวมของการอบรมที่ผ่านมา โดยความเห็นส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่าพวกเราทุกคนก็คงจะได้รับความรู้ต่าง ๆ ที่คณะอาจารย์ นำมาสรุปและอธิบายให้ฟังอย่างมืออาชีพที่แท้จริง แม้ว่าหลาย ๆ เรื่อง พวกเราหลายท่าน ก็ได้รับการอบรมจากหลาย ๆ หลักสูตรที่ผ่านมาก็ตาม แต่ความแตกต่างในการนำเสนอ การวิเคราะห์และการให้ข้อคิดเห็นในแง่มุมที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้ นับได้ว่าก่อให้เกิดองค์ความรู้และความเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง ซึ่งพวกเราคงจะสามารถนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ต่อไปอย่างแน่นอน ขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นในเรื่องการเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ของ กฟผ. อาจกล่าวได้ว่าจำนวนหลักสูตรอบรมจะมีจำนวนที่มากโขอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนพนักงาน กฟผ. และการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างทายาทในรุ่นต่าง ๆ ผมเองได้มีโอกาสเข้าอบรมหลายหลักสูตรอยู่เหมือนกันแม้ว่าจะได้รัการมอบหมายงานให้ออกไปทำงานนอก กฟผ.ให้ไปทำหน้าที่ กรรมการ รักษาการผู้จัดการใหญ่ DCAPบริษัทผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กฟผ.(ร่วมทุน กฟผ. กฟน. และ ปตท. 35, 30 และ 35 %) นานเกือบ ๆ 3 ปี จากความรู้สึกของตัวเองและจากการพูดคุยกับเพื่อร่วมรุ่น 3 ค่อนข้างจะออกมาในทิศทางเดียวกันว่า หลักสูตร ผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของ กฟผ. รุ่นที่ 3 นี้เป็นหลักสูตรที่ทั้งการนำเสนอความรู้ เรื่องราว เกร็ดความรู้ของหัวข้อเรื่อง และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เข้ารับการอบรม จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าจริง ๆ ตามระยะเวลาการอบรมที่ยังมีต่อเนื่องไปอีกหลาย ๆ วันก็หวังว่าบรรยากาศภายในห้องอบรม และการเปิดกว้างรับฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย จะยังคงอยู่ และดำเนินการต่อเนื่องไปเช่นเคย ก่อนจบในการให้ข้อคิดเห็นครั้งนี้ ก็ขอขอบคุณสมาชิกรุ่น 3 ทุกท่านที่ได้เข้ามาทั้งให้ข้อสรุปประเด็นสำคัญขององค์ความรู้ และให้ข้อคิดเห็นอันเป็นการแสดงสปิริตของรุ่น 3 ที่เอื้ออาทรต่อกัน ขอขอบคุณท่านอาจารย์จีระอย่างสูง ที่แม้จะมีภารกิจหลาย ๆ ด้านแต่ก็ยังเป็นห่วงรุ่น 3 อยู่ตลอดเวลา ขอขอบคุณ กมล ตรรกบุตร
เรียนอาจารย์จีระและเพื่อน
เราได้อะไรจากบทความ Lessons From A Student Of Life By JIM COLLINS Business Week November 28 2005
บทความนี้กล่าวถึงวิธีคิดของยอด Guru ด้านการจัดการท่านหนื่งคือ Peter F. Drucker มีประเด็นน่าสนใจคือ
1. Not just to give the right answers but more important to ask the right questions ในการทำงานทีเป็นระบบ ถ้าข้อมูลเข้ามาดีชัดเจน กระบวนการดี ผลลัพท์ที่ออกมายอมดีแน่ คำถามที่ดีเหมือนข้อมูลเข้า คำถามที่ถูกต้อง จึงมีความสำคัญมากกว่า การที่จะได้คำตอบที่ดีหรือถูกต้องมากนัก บ่อยครั้งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เกิดจากการจุดประกายจากคำถามที่ดีนั้นเอง
2. องค์กรที่ประสบความสำเร็จมีความเข็มแข็งและอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน มีผลประกอบการที่ดี จะต้องมีระบบการจัดการที่ดีเป็นเลิศและมีความคล่องตัวปรับเปลี่ยน ทำให้เราสามารถยืนอยู่ในตำแหน่งเหนือคู่แข่งอยู่เสมอ
3 การแลกเปลียนเรียนรุ้ซึ่งกันและกันก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ให้และผู้รับ บ่อยครั้งอาจารย์ก็ได้เรียนรู้สิ่งดีมีประโยชน์จากลูกศิษย์เหมือนกัน
สมยศ ธีระวงศ์สกุล