คืนนั้นที่สาละวิน

ต้นปี ๔๗ ที่สาละวิน

 

ผมตกลงไปเที่ยวสาละวินตามคำชวนของเพื่อนรักคนหนึ่ง

หลังจากฤดูน้ำหลาก สาละวินยังคงน่าเกรงขาม เพียงพบได้พบกับสาละวินก็รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ทักทายเกาะแก่ง สายน้ำผ่านเรือหางยาว ที่พาพวกเรามุ่งหน้าไป บ้านสบเมย ปลายสุดทางตรงไป อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ณ สามเหลี่ยมที่ปะทะกันระหว่างน้ำเงาอันสงบนิ่ง เพิ่มพลังให้กับแม่สาละวินที่ขุ่นคลั่ก ดูหยิ่งยโส

คืนนั้นที่ สบเมย

เงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำสาละวินพูดคุย แสงจันทร์นวลกระจ่างฟ้า  เสียงเพื่อนเรียกให้ไปดวลเหล้าขาว ดีกรีแรงพอจุดไฟได้ เสียงหัวใจผมบรรเลงพร้อมเสียงกีตาร์ดังกังวานผ่านคืนเงียบ

อากาศกำลังสบาย ผมนั่งลงผ่อนคลายกับบรรยากาศรอบข้าง ความห่างไกลจากความศิวิไลซ์ที่นี่

เสียงเพลงแสงจันทร์ กำลังบรรเลงขึ้น พร้อมเสียงดนตรีในคืนจันทร์กระจ่างฟ้า

ผมไม่เคยลืม ค่ำคืนที่

สบเมย แม่สาละวิน


ฟังเพลงแสงจันทร์ คลิ๊กที่นี่ครับ

นายเอกที่เขาใหญ่

พ.ค๕๐


แสงจันทร์

แสงจันทร์กระจ่าง ส่องนำทางสัญจร

คิดถึงนางฟ้าอรชร ป่านนี้นางนอนหลับแล้วหรือยัง แสงจันทร์นวลใย

 ข้าจ่อมจมอยู่ในภวังค์ เรไรเสียงไพรแว่วดัง ยิ่งฟังยิ่งเหงาจับใจ คิดถึง

เดินทางกลางคืน กลางหมู่เดือนและหมู่ดาว แหงนมองฟ้าดั่งมองหาเงา

ของเยาวมาลย์อยู่ในสายลม ผู้ใดซ่อนเจ้า น้ำค้างเหน็บหนาวและขื่นขม

 น้ำตาหยด หยดทุกข์ระทม พร่างพรมอยู่ในสองตา หวั่นไหว

 *...เอาใจและร่าง ออกมาวางเดิมพัน

 เดินทางไกลอยู่ใต้แสงจันทร์ คิดถึงทุกวัน

คิดถึงทุกคืน คิดถึงคนรัก ชุ่มชูใจให้ตื่นฟื้น

 โอ้ฝันอยู่ทุกค่ำคืน ในคืนที่มีแสงจันทร์ อ่อนหวาน

**...เอาความฝันใฝ่สอง เราไว้ที่ปลายฟ้า

 เดินทางผ่าน สายธารเวลา ขอให้ศรัทธา อย่าลืมลางเลือน

รอแสงสว่าง อรุณรุ่งรางมาเยือน ฝากใจไว้กับแสงดาวเดือน

ขอให้มาเยือนอยู่ในนิทรา (หลับฝัน) (ซ้ำ *, **)