วางแผน....พาลูกเข้าโรงเรียนวันแรก


สร้างความคิดดีๆ เด็ดขาด มั่นใจในคุณครู ลูกเราต้องทำได้สิน่า

         พอลูกอายุถึงวัยที่จะไปโรงเรียนได้แล้ว เราก็เริ่มหาข้อมูลว่าโรงเรียนแบบไหนที่ตรงใจเรา  อยากได้โรงเรียนที่ไม่ยัดเยียดกฏ กติกา มารยาทมากนัก ไม่เน้นตำราเรียน  แต่เป็นโรงเรียนที่ให้อิสระเด็กทางความคิด ให้กล้าแสดงออก ให้เล่นมากกว่าเรียน แล้วก็สอนวินัยเด็กบ้างนิดหน่อย คุณครูสนใจเด็ก  แล้วสำคัญใกล้บ้านลูกจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้าแล้วไปง่วงนอนที่โรงเรียน ก็ได้มาหนึ่งแห่ง ก็เลยไปสมัคร แล้วก็ไปสอบสัมภาษณ์ วันที่ไปก็พยายามพูดเรื่องดีๆของโรงเรียนให้ลูกฟัง ไปเจอคุณครูวันที่สัมภาษณ์ก็น่ารัก พูดดี ลูกไม่กลัวแล้วชอบโรงเรียน เราก็พาไปเล่นสนามเด็กเล่น พาชมโรงเรียนให้คุ้นเคย ก็ไปกันเรื่อยๆหลายวันนิดนึงก่อนโรงเรียนจะเปิด ดูท่าเหตุการณ์จะผ่านไปด้วยดี  ถึงวันซื้อชุดก็พาไปลองชุด คุณลูกสาวก็ยังตื่นเต้นดีใจอยากไปโรงเรียน  

       พอวันเปิดเทอมวันแรก เราก็ไปส่งแล้วก็นั่งเล่นในห้องเรียน ป้อนข้าว ให้เวลาอีกพักในระยะพลัดพลาก  เพราะลูกไม่เคยไปอยู่กับใครนอกจากญาติพี่น้อง  แล้วก็คุยให้ฟังว่าจะไปทำงานนะ แล้วตอนเย็นจะมารับนะแล้วคุณครูก็ช่วยดูจนเหมือนจะคุ้นเคยกับคุณครูแล้วล่ะ เราก็แอบออกมาเมื่อลูกเผลอ  ปรากฏว่าคุณครูบอกว่าพอหันมาไม่เจอแม่เธอร้องลั่น ดิ้นซะไม่มี ขนาดตัวผอมๆ ยังแทบจับไม่อยู่ แต่พักเดียวก็เงียบ  วันนั้นเราก็ให้อยู่โรงเรียนประมาณครึ่งวันก็รับกลับ  ค่อยๆให้ปรับตัวนิดนึง พยายามทำตามตำราที่อ่านมาทุกอย่างเลย

    ก็ทำอย่างนี้มาเรื่อยๆ เช้าแม่ไปนั่งป้อนข้าวที่ห้องเรียน(เช้าก่อนเริ่มเรียนนะ) แล้วก็ให้เล่นกับเพื่อน ส่งกับคุณครู แล้วก็กลับเลยไม่หันหน้าหันหลังให้ลูกคอยเห็นตามช่องรูต่างๆ ให้อาลัยอาวรณ์..แบบที่ยายบอกไว้ว่าเบื่อมากผู้ปกครองแบบเนี่ยเพราะพอเด็กจะเงียบ หันไปเห็นแม่ก็ร้องอีกแล้ว (ยายเป็นครูชั้นอนุบาลคะ) ลูกสาวเราก็ยังร้องอย่างเนี่ยทุกวันเลย..ชักดิ้น ชักงอ ต้องให้คุณครูเดินอุ้ม กล่อมทุกเช้า จนตอนเย็นไปรับคุณครูจะคอยรายงานว่าวันนี้ร้องนิดเดียว วันนี้ดิ้นมาก หรือวันนี้ไม่ร้องแล้วค่ะ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธร้องตลอด จะเริ่มดีวันพฤหัส ศุกร์ อ้าว! ปิดอีกแล้ววันจันทร์เริ่มเข้าวัฏจักรเดิมอีก เป็นอย่างนี้เกือบเดือน 

   สรุปพ่อแม่กลับมานั่งปลง ...เราพาลูกเข้าเรียนเร็วไปหรือเปล่า ลูกจะเครียดมั้ย จะฝังใจอะไรหรือเปล่า  ..คิดกันไปเรื่อย จนได้ข้อสรุปว่า เด็กคนอื่นเขาก็อายุเท่าๆลูกเรา เด็กก็ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัวยอมรับพัฒนาการตามช่วงวัยนี้ให้ได้เหมือนคนอื่นนั่นล่ะ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้ กลับมาเราก็คุยถามเรื่องราวที่โรงเรียน ปลอบไป คุยไป ให้กำลังใจกันว่าตอนพ่อแม่เป็นเด็กก็ไปโรงเรียนแบบนี้ล่ะ แล้วพอเวลาผ่านไป ตอนเย็นไปรับก็ไม่ยอมกลับบ้านซะแล้ว... ยังทำงานไม่เสร็จ  แม่ต้องนั่งรอไปก่อน เช้าก็วิ่งหาเพื่อนไปเล่นกันสบายใจ

    ครั้งนี้เลยทฤษฎีอย่างเดียวช่วยไม่ได้ซะแล้ว ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์มาประกอบกับการทำใจเลย  ว่าลูกต้องทำได้น่า   แต่ฝากไว้ให้แม่ๆที่กำลังจะพาลูกไปโรงเรียน  เพราะเท่าที่คุยๆกันมาพบว่าส่วนขาดที่เราไม่ได้ทำเพราะไม่คิดว่าจะยากขนาดนั้น แค่ที่เราทำก็น่าจะ ok แล้ว  เลยนำสิ่งที่ขาดมาเติมให้ผู้ที่จะเริ่มมีประสบการณ์แบบเดียวกันจ้ะ

เด็กๆที่เคยเห็นรุ่นพี่ไปโรงเรียนเป็นประจำเด็กจะไม่ร้องเมื่อไปโรงเรียน 

พาไปเที่ยวโรงเรียนให้เห็นเวลาพี่ๆเขาเรียนกันเด็กก็จะอยากไปโรงเรียน  ไม่ร้อง

 ให้ลูกรู้จักไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัวบ้าง ให้เกิดความไว้วางใจผู้อื่น ไม่กลัว ก็จะไม่ร้อง

ขอให้กำลังใจคุณลูกทั้งหลาย และคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังทำใจจะพาลูกไปโรงเรียนวันแรก อย่างไรไม่ให้ร้องไห้ เสียน้ำตา

หมายเลขบันทึก: 95781เขียนเมื่อ 12 พฤษภาคม 2007 11:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 17:59 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (17)
  • ไม่รู้ว่า (พ่อ) แม่ หรือ ลูก
  • ต้องปรับตัวมากกว่านะคะ อิ อิ

สวัสดีค่ะคุณโรงเรียนพ่อแม่

  • ชอบมากค่ะ  คำว่า  "โรงเรียนพ่อแม่"  เพราะโรงเรียนนี้ช่างยิ่งใหญ่เสียนักหนา  (ในความรู้สึกของคนเป็นพ่อ - แม่)
  • เรียกว่าหาโรงเรียนให้ลูกตั้งแต่ยังไม่คลอดเลยก็ว่าได้นะคะ
  • เริ่มจากโรงเรียนอนุบาล
  • ต่อด้วยประถม
  • ตามด้วยมัธยม  พอจบมัธยม 3 ปุ๊บ  พ่อ - แม่  ก็อยากให้ต่อ 4 - 5 - 6  ที่โรงเรียนเดิม...
  • แต่ในความเป็นจริง  พ่อ - แม่  ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของลูก...เมื่อวันหนึ่ง  (เมื่อเดือนมกราคม)  ลูกบอกว่า  "แม่ๆโควต้ามาแล้วนะ"  หนู  (ลูกชายค่ะแต่แทนตัวเองว่าหนู)  หนูได้โควต้าของเทคนิค.....พ่อ - แม่  ฟังแล้วก็แสนดีใจ....แต่พอลูกพูดประโยคต่อไปคือ  "แต่หนูขอสละสิทธิ์นะแม่นะ  หนูอยากไปเรียนที่โรงเรียน....." 
  • พ่อ - แม่  ก็เลยต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา  ในเมื่อใจเขารัก  เขาก็มีความสุขกับการเรียนสาขานั้นของเขา
  • โรงเรียนพ่อแม่  ก็ได้แต่แลดูให้ลูกอยู่ในความพอดี  พอเหมาะ  พอควร....
  • นี่แหละ  โรงเรียนพ่อแม่

สวัสดีค่ะ

ดิฉันมีประสบการณ์ค่ะ

  • ลูกอยากไปโรงเรียน เพราะเห็นเด็กโตกว่าไป
  • พาไปสำรวจโรงเรียนกับแม่ก่อนหลายแห่งก่อนไปเรียนจริง
  • ให้ลูกเข้าสังคม ไม่งั้นเขาจะกลัวคนไม่คุ้นเคย

ใช่แบบนี้เปี๊ยบเลย

แตไปได้อาทิตย์เดียว ละเมอร้องกลางดึก จะไม่ไปโรงเรียน เบื่อแล้ว อยู่บ้าน สนุกกว่า ไม่มีคนบังคับ และยังมีพี่เลี้ยงป้อนข้าว ไปโรงเรียน ทานเอง และอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่ชอบ ก็ไม่ชอบระเบียบนั่นแหละ

แต่อีกไม่นานก็คุ้นค่ะ ยังไงก็ล่อให้ไปจนได้ค่ะ

- เพื่อนร่วมทาง คิดถึงอาจารย์จัง คอมฯที่บ้านเสียอีกแล้วคะเพิ่งจะฟื้นวันนี้เอง  ..แม่ขี้เห่อคะ..เว่อร์จริงๆเลย ยอมรับอย่างหนักหน่วงคะ

- น่านฟ้าทะเลลม ขอบคุณมากคะ สำหรับข้อคิดดีๆคะ เด็กมีความคิดดีๆมากกว่าที่ผู้ใหญ่คิดไว้มากคะ เพียงแค่ผู้ใหญ่ตะล่อมให้อยู่ในกรอบเท่านั้นเองนะคะ แต่พ่อแม่ชอบลืมตัวคะว่าลูกเป็นสมบัติของตัวเองกำหนดชีวิตตลอด  ..พยายามนำไปสอดแทรกในงานโรงเรียนพ่อแม่อยู่คะ

sasinanda ขอบคุณคะ ประสบการณ์กับทฤษฎีปรับกันตามวาระใช่มั้ยคะ

วันนี้พาลูกไปโรงเรียนวันแรกคุณแม่ทำงานให้คุณยายไปเฝ้า งอแงมากไม่รู้จะทำยังไง เครียดมาก

  • ทำใจก่อนเลยค่ะ คุณแม่ปนัดดาขา อย่าใจอ่อน เด็กทุกคนมีการปรับตัวต่างกัน แต่สุดท้ายทุกคนก็ทำได้  แต่อาจใช้เวลานานต่างกัน 
  • คุณยายที่ไปเฝ้า  ขออย่าทำวับๆแวมๆ แอบดูจนหลานเห็นนะคะ ไม่งั้นร้องไห้ไม่เลิก ดีไม่ดีร้องกับหลานอีกต่างหาก
  • ให้กำลังใจลูกทุกวัน พูดแต่สิ่งดีๆ ของโรงเรียน
  • อย่าทำหน้าวิตกกังวลล่วงหน้าให้เด็กเห็น หรือแม้แต่คุยกันแบบกังวลใจ เพราะลูกเห็นหน้าผู้ใหญ่ก็นึกสยองแล้ว  ว่าโรงเรียนนี่สงสัยจะ  น่ากลัวจริงๆ เลย
  • ลูกสาวเราจากคนที่ร้องไห้มากถึงมากที่สุด ตอนนี้กลายเป็นเด็กไม่ยอมหยุดเรียนไปแล้ว...
  • สู้ สู้ คะ  จงมั่นใจว่าลูกเราทำได้...

ลูก ไปโรง เรียน วัน แรก คร่ะ ลูก ไม่ ร้อง ไห้ เลยคร่ะ แต่ ที่ร้อง ไห้ คือ ดิฉัน เอง อ่ะ คร่ะ

แบบ ว่าคิด ถึง ลูก มากกกกกกกกกก

  •  อิ อิ สงสัยต้องเพิ่มหลักสูตรเตรียมความพร้อมพ่อแม่ก่อนส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วล่ะ

วันนี้พาลูกไปโรงเรียนวันแรกค่ะ

พอลูกเผลอก็แอบกลับ

แล้วไปแอบดูตามช่องประตูค่ะ

พอหันหลังเท่านั้นละ ร้องลั้นเลยค่ะ

สงสารลูกจัง

กลับบ้านมาคิดถึงลูกมากค่ะร้องไห้ตามลูกเลย

... ^^" ...

  • อดทน และให้กำลังใจลูกค่ะคุณอ้อม ลูกเราทำได้  และสำคัญตัวเราก็ต้องทำได้  ลูกสาวพี่เองเมื่อผ่านช่วงนั้นมาแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเด็กตั้งใจเรียน แล้วก็ชอบไปโรงเรียนมาก ให้หยุดเรียนโดดไปเที่ยวก็ไม่ไป ...ชมลูกทุกวัน และพาลูกไปโรงเรียนทุกวัน วันแรกๆอาจไม่เต็มวัน รับกลับก่อนบ้างก็ได้  ค่อยๆปรับระยะห่างออกไปค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เป็นวันที่สามแล้วค่ะ ที่ลูกไปโรงเรียนอนุบาลรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ตามลูก เพราะลูกไม่ยอมหยุดร้องเลยตั้งใจว่าจะไม่อยู่จนคุณครูเรียกผู้ปกครองออกไปทั้งหมด แต่ก็ทำได้และเดินออกไปเมื่อลูกเผลอสายตาของลูกที่จ้องมองแม่

แต่มีแม่หลายคนก็ยังยืนดูลูกในโรงเรียนและรอจนกว่าประตูจะปิด ดิฉันควรจะทำยังไงดีค่ะยืนดูลูกจนประตูจะปิดดีไหมค่ะ

ค่ะ ขอบคุณที่ให้ คำแนะนำนะค่ะ สักวันหนึ่งลูกต้องทำได้ค่ะ

เฮ้อแต่ว่าไปโรงเรียนได้ แค่ อาทิตย์กว่าโรงเรียนหยุดยาวอีกแล้วค่ะ

เดือนหน้าคงต้องเริ่มใหม่อีกแล้วค่ะ

^^"

  • คุณ eve จ๋าพี่แนะนำในฐานะแม่ที่ผ่านช่วงนั้นมา นะว่า
  1. ขอให้กำลังใจลูก เดินต่อไป ทุกวันที่ไปโรงเรียน

     - ทุกเช้าปลุกลูกเพื่อไปโรงเรียน ถึงงอแงย่างไรก็พยายามปะเลาะให้ไป อย่าให้มีข้อ้างใดๆ เพราะไม่งั้นจะเป็นเงื่อนไขให้ลูก หาทางไม่ไปโรงเรียน เช่น ปวดหัว ปวดท้อง มีไข้บ้าง

     - เมื่อไปโรงเรียนวันแรกๆ ต้องตกลงเวลาไปรับกลับเริ่มจากรับเร็วนิดนึง  จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระยะห่าง  และพาลูกไปทักทายเพื่อนหรือคุณครูก่อนให้ไม่โดดเดี่ยว

     - แม่กลับก็คือกลับเลย ไม่ไปแอบดูให้ลูกเห็นนะค่ะ ตัดใจ ไม่งั้นลูกกำลังน้ำตาจะแห้ง พอเห็นแม่ก็ร้องอีกแล้ว คุณครูก็ลำบากด้วย

     -  ก่อนกลับอาจนั่งอยู่กับลูกก่อนจนกว่าลูกจะมีเพื่อนหรือคุณครูมารับช่วงค่ะ

     - เมื่อมารับลูก ก็ถามความก้าวหน้าจากคุณครูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    - ระหว่างที่อยู่บ้านพูดคุยกับลูกว่ารู้สึกอย่างไรกับโรงเรียน มีเพื่อนมั้ย คุณครูใจดีมั้ย คุณครูให้ทำอะไรบ้าง พูดในเชิงสนุกสนาน เลือกพูดแต่ข้อดีของโรงเรียนนะค่ะ เพราะลูกจะจำไว้ว่าจากอารมณ์พ่อแม่ว่าโรงเรียนดี ไม่ดีก็ตรงนี่ล่ะ สำคัญมาก

     ชมลูกว่าเก่งมาก ที่ไปโรงเรียนได้ แล้วชมผลงานลูกแต่ละวันแค่นี่ก็สู้ได้แล้วค่ะ สบายใจได้ว่า "ลูกเราต้องทำได้" แต่ แม่ต้องเก็บอารมณ์กังวลไว้ไม่ให้ลูกเห็นนะ ไม่งั้นลูกจะรู้สึกว่าโรงเรียนเนี่ยต้องน่ากลัวแน่เลย เพราะทุกครั้งที่จะไปโรงเรียนแม่ทำหน้ากังวลตลอด สรุป"แม่ก็ต้องทำได้" เหมือนกันค่ะ

  • ให้กำลังใจค่ะ
  • คุณแม่อ้อม จ๋า สู้ๆ ค่ะ ผ่านมาขั้นตอนนึงแล้ว  สู้ต่อไป อย่าท้อ
  • แล้วเล่นกับลูกบ่อยๆ เอาบทเรียนจากคุณครูนั่นล่ะมาสอนเล่นกับลูก ลูกจะได้ไม่เครียดกับการไปโรงเรียน พูดง่ายๆก็คือ เรียนทันเพื่อน ดีไม่ดี เรียนก่อนเพื่อนไปอีก
  • แต่เล่นแบบสนุกสนาน แฝงการสอนสอดแทรกไปนะค่ะ อย่าให้ลูกรู้ตัวจ้า ลูกก็เพลินไป

ขอบคุณค่ะ ที่ให้คำแนะนำ

เดี่ยวนี้เริ่มไม่ร้องแล้วค่ะ

แต่วันจันทร์ทีไรร้องทุกทีเลยค่ะ

สงสัยหยุดเสาร์-อาทิตย์

แต่สู้ๆ ค่ะ

  • ใบไม้หอม เก่งแล้วนะ  ต้องยกนิ้วให้ทั้งแม่ทั้งลูกเลยงานนี้  สมัยลูกป้าก็เป็นแบบนี้ล่ะ เช้าวันจันทร์เริ่มอีกแล้ว ทุกทีไป...เฮ้อ!  แต่การร้องไห้ในวันนี้ของลูกไม่มีปัญหาติดใจลูกไปถึงความทรงจำลูกหรอกนะค่ะ เพราะทุกวันนี้ลูกป้าเธอก็ยังสนุกกับการไปโรงเรียนเป็นอย่างดี แล้วก็ตั้งใจเรียนดี 
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี