The Heaven sword
เนื้อเรื่ิองย่ิอ
นำแสดงโดย |
ปลายราชวงศ์หยวนเป็นที่กล่าวขานในยุทธภพว่า หากผู้ใดได้ครอบครองดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้า แล้วผู้นั้นจะพบความลับอันยิ่งใหญ่ที่ ซุกซ่อนอยู่ในสิ่งล้ำค่าทั้งสอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุทธต่างฆ่าฟันกัน เพื่อให้ได้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้ามาครอบครอง
|
|
|
เตียซำฮงปรมาจารย์สำนักบู๊ตึ๊ง มีคำสั่งให้ยู้ไต๋ง้ำศิษย์คนที่สามลงเขา ไปช่วยปัดเป่าทุกข์ให้แก่ชาวบ้าน นึกไม่ถึงว่ายู้ไต๋ง้ำต้องเข้าไปพัวพันกับสำนักเกลือสมุทรกับสำนักทรายทะเล ซึ่งกำลังแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกันอยู่ จนถูกลอบทำร้ายกลายเป็นคนพิการ เตียชุยซัวศิษย์คนที่ห้าออกตามหาคนร้ายระหว่างทาง เตียชุยซัวได้รู้จักกับฮึงซู่ซู่แห่งสำนักอินทรีย์ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่รักกัน ทั้งสองตระหนักดีว่าธรรมและอธรรมไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ บนดอย
ราชันย์ในทะเลบูรพา บรรดาชาวยุทธต่างพากันแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกัน เพื่อช่วยชีวิตบรรดาชาวยุทธไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่จึงถูกราชสีห์ขนทองเจี่ยสุ่งจับตัว ไปยังเกาะร้าง เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่แต่งงานบนเกาะร้าง ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าเตียบ่อกี้ เตียชุยซัวและเจี่ยสุ่งก็ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน
ราชันย์ในทะเลบูรพา บรรดาชาวยุทธต่างพากันแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกัน เพื่อช่วยชีวิตบรรดาชาวยุทธไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่จึงถูกราชสีห์ขนทองเจี่ยสุ่งจับตัว ไปยังเกาะร้าง เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่แต่งงานบนเกาะร้าง ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าเตียบ่อกี้ เตียชุยซัวและเจี่ยสุ่งก็ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน
|
|
|
สิบปีต่อมา ทั้งสี่พากันเดินทางกลับสู่จงหยวน นึกไม่ถึงว่าเพราะดาบฆ่ามังกรปรากฏขึ้นในยุทธภพจนเป็นเหตุให้ชาวยุทธต่างเข่นฆ่าแย่งชิงกัน เพื่อให้ได้ดาบมังกรมาครอบครอง การแต่งงานของเตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่ นำมาซึ่งความบาดหมางระหว่างฝ่ายธรรมและอธรรม เพื่อปกป้องเจี่ยสุ่งพี่ร่วมสาบานเอาไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่ยอมตายโดยไม่ปริปากบอกที่ซ่อนดาบฆ่ามังกร ทั้งสองตัดสินใจฆ่าตัวตาย เตียบ่อกี้ซึ่งยังเยาว์อยู่นั้นเห็น พ่อแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาซ้ำร้ายังถูกสองผู้เฒ่าทมิฬทำร้าย เตียซำฮงพาเตียบ่อกี้เดินทางไปวัดเส้าหลินเพื่อขอยืมคัมภีร์ย้ายเส้นเอ็นขจัดพิษในร่างให้เตียบ่อกี้ ระหว่างทาง ต้องพบกับความเป็นความตายมากมาย เตียบ่อกี้อาศัยความมานะบากบั่นและจิตใจที่ดีงามจนสำเร็จวิชาแพทย์ ทั้งยังสำเร็จวิชาเก้าสุริยันสามารถขจัดพิษในร่างได้ นอกจากนี้ยังได้เข้าไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างพรรคจรัสกับชาวยุทธ จนได้เป็นประมุขพรรคจรัสในที่สุด
|
|
|
ในเวลาเดียวกัน เตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของเตียเมี่ยงองค์หญิงแห่ง มองโกล,จิวจี้เยี้ยกหญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน, ฮึงลี้ลูกพี่ลูกน้องและเซียวเจียวสาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร ดาบฆ่ามังกร และกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้พากัน ตาม ล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้าย เตียบ่อกี้ วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกัน ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุทธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูก
ทำลายลงจนปรากฏความลับอันหนึ่ง ภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า
ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้า กระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้นฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคจรัสถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก
/// --
ไม่ค่อยได้ดูหนังจีนเท่าไหร่ครับ
แต่ถ้าว่างๆ จะลองดู
สำหรับสานุศิษย์มังกรหยกทั้งหลายที่เทิดทูนมังกรหยก นิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดในโลก เนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยทำให้ท่านที่ยังไม่เข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างมังกรหยกภาคสอง(เอี้ยก้วย)และภาคสาม(ดาบมังกรหยก) ว่าตัวเอกในภาคสองและภาคสามมีการช่วยเหลือกันอย่างไร เพราะระยะเวลาห่างไปเกือบร้อยปี
………………………………………………………………
เมื่อพูดถึงเรื่องมังกรหยกฉบับดาบมังกรหยก จะเห็นมีสตรีลึกลับสวยงามผู้หนึ่งซึ่งเคยช่วยเหลือเหลือเตียบ้อกี้ไว้ถึงสองครั้ง
ครั้งแรกเมื่อพรรคกระยาจกกล่าวหาว่าเตียบ้อกี้มีส่วนร่วมขโมยไม้เท้าตีสุนัขและฆ่าเจ้าสำนัก สตรีผู้นี้ปรากฎตัวครั้งแรกและแก้ข้อกล่าวหาให้ ในฉบับนิยายยังถ่ายทอดวิชาไม้ตีสุนัขบางท่าให้รักษาการเจ้าสำนัขพรรคกระยาจกอีกด้วย
ครั้งที่สองเมื่อครั้งชิงตัวเจี่ยซุ่น แล้วโจวจือเย่อพยายามฉวยโอกาสพยายามฆ่าเจี่ยซุ่นเพื่อปิดปากด้วยวิชามารกระดูกขาว แต่สตรีลึกลับผู้นี้กลับใช้วิชามารกระดูกขาวได้เก่งกว่าโจวจือเย่อเสียอีก จนบางคนงงไปเลยว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมรู้วิชาในดาบอิงฟ้าได้
ในทีวีสตรีผู้นี้ไม่ยอมบอกนามให้ใครทราบนาม และไม่เคยปรากฎตัวอีกเลยหลังจากนั้น ก่อนไปเพียงแต่ระบุว่าตนแซ่หยาง ซึ่งก็คือแซ่เอี้ยนั่นเอง เพราะภาษาจีนเอี้ยกะหยางอันเดียวกัน อย่างเรื่องขุนศึกตระกูลหยางหนังสือเรียกว่าขุนศึกตระกูลเอี้ย
……………………………………………………………..
ตรงนี้เองคือความฉลาดของกิมย้งที่ต้องการทดสอบสานุศิษย์มังกรหยกว่าติดตามมังกรหยกของท่านมาทุกภาคไหม ไม่งั้นจะไม่ทราบรายละเอียด
ก่อนอื่นขอเฉลยนะครับ สตรีสวยงามลึกลับผู้นี้ คือหลานหรือเหลนของเอี้ยก้วยนั่นเอง (ฉบับนิยายสตรีผู้นี้สวยงามมากอายุในราว 30 ต้นๆ เตียบ้อกี้น่าจะอยู่ในราว 24)
มาดูสิ่งที่กิมย้งบอกใบ้ให้ทราบนะครับว่ามีอะไรบ้าง
1. ในฉบับทีวีใบ้ว่าบรรพชนของนางมีความสัมพันธุ์กับพรรคกระยาจก
ในภาคสอง เราคงทราบกันดีว่าเอี้ยก้วยเคยฝึกกระบวนท่าวิชาไม้เท้าตีสุนัขจากอั้งชิดกงแต่ไม่รู้เคล็ดวิชาจึงเปล่งอานุภาพไม่ได้ ต่อมาได้แอบฟังอึ้งย้งสอนเคล็ดวิชาให้ลูอูคาที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคกระยาจกคนใหม่ และได้ฟังส่วนที่เหลืออีกครั้งตอนสู้กับเจ้าธรรมจักรทองเพื่อชิงการเป็นผู้นำยุทธภพในการประลองสามรอบ เพราะอึ้งย้งกำลังท้องสู้เองไม่ได้ และมีแต่เอี้ยก้วยที่พอจะพึ่งพาได้
……………………………………………………………..
2. ในฉบับนิยายใบ้มากกว่านี้อีก บอกว่าก่อนเจ้าสำนักพรรคกระยาจกจะถูกฆ่าตาย สั่งให้ลูกสาวถือไม้เท้าหยกไปตะโกนยังหน้าสุสานโบราณแห่งหนึ่งแล้วจะมีคนให้ความช่วยเหลือ
สุสานที่ว่านี้คือสุสานโบราณที่เอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ่งอาศัยและฝึกวิชานั่นเอง ตรงจุดนี้ยังช่วยเฉลยปริศนาอีกว่า ทำไมก๊วยเซียงถึงตามหาเอี้ยก้วยไม่พบจนอายุ 40 ปีจึงตัดใจและออกบวชตั้งสำนักง๊อไบ๊ เพราะถ้าตอนนั้นเอี้ยก้วยยังไม่ตายก็อายุ 57 เสียวเล่งนึ้งอายุ 69 โดยประมาณ (เอี้ยก้วยอายุ 35 เจอก๊วยเซียงอายุ 18 เอี้ยก้วยอายุ 8 เจอเสียวเล่งนึ้งอายุ 20 ถ้าผมจำอายุไม่ผิด)
ทำไมเอี้ยก้วยกับเสียวเล่งนึ้งต้องกลับไปอยู่สุสานโบราณ ในภาคสองเสียวเล่งนึ่งสั่งเอี้ยก้วยตั้งแต่เด็กจนโตหลายครั้งว่าศิษย์สุสานโบราณต้องกลับมาตายเคียงข้างปรมาจารย์ลิ้มเฉียวเอ็ง โดยทั้งคู่จะมานอนตายในโลงเดียวกัน อีกโลงเก็บไว้ให้ลีมอกโช้ว ซึ่งตกหน้าผาตายซะก่อนเลยไม่ได้กลับมาตายในสำนัก
ที่สำคัญที่ยังเป็นปริศนาคือ เอี้ยก้วยเคยบอกว่เสียวเล่งนึ้งว่า หากเสียวเล้งนึ้งตายวันใดจะขอตายตามด้วย ตรงนี้จึงไม่รู้ว่าเอี้ยก้วยจะฆ่าตัวตายไหมหากเสียวเล่งนึ้งตายก่อนหรืออยู่เลี้ยงลูกต่อไป
การมีสตรีลึกลับแซ่เอี้ยจึงเป็นการยืนยันว่าเอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ้งมีลูกด้วยกันหลังจากอวสานภาค 2
………………………………………………………………
3. ทำไมทายาทรุ่นหลังของเอี้ยก้วยจึงรู้จักวิชาไม้เท้าตีสุนัขและวิชาในคำภีร์เก้าอิมจินเก็ง
ในภาคสองได้เฉลยให้ทราบว่า คำภีร์เก้าอิมแต่เดิมมีสองฉบับ
ฉบับหนึ่งอยู่จิวแปะทง ซึ่งตอนหลังอึ้งเอี๊ยะซือ ,จิวแปะทง, ก๋วยเจ๋ง, อึ้งย้ง, อั้งชิดกง ได้ฝึกตามลำดับมากบ้างน้อยบ้างเท่าที่ได้มาและสภาพความสามารถทางสมอง
อีกฉบับหนึ่งปรมาจารย์สำนักชวนจินก้าไม่ยอมเสียหน้าแฟนตัวเองที่เป็นปรมาจารย์สำนักสุสานโบราณว่าลูกศิษย์รุ่นหลังฝีมือต่ำทรามกว่า เลยสลักเคล็ดวิชาให้ศิษย์รุ่นหลังแห่งสุสานโบราณดูว่า สำนักชวนจินก้ายังมีเคล็ดวิชาเก้าอิมเหนือกว่าอยู่ แม้จะไม่ใช่ของสำนักชวนจินก้าคิดเอง ซึ่งภายหลังเอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ้งค้นพบได้ฝึกฝนและตกทอดมายังทายาทรุ่นหลัง
ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขนั้น เอี้ยก้วยฝึกกระบวนท่าทั้งหมดจากอั้งชิดกงเมื่อครั้งประลองกับอาวเอี๊ยงฮงเพื่อดูว่าใครจะคิดเพลงมวยสยบฝ่ายตรงข้ามได้ เอี้ยกวยรู้กระบวนท่าแต่ไม่รู้เคล็ดวิชาจึงเปล่งอานุภาพไม่ได้ ฝึกไปก้เหมือนไม่ได้ฝึก อั้งชิดกงจึงถ่ายทอดให้เพราะคิดไม่ถึงว่าเอี้ยก้วยจะมารู้เคล็ดวิชาภายหลัง (วิชาไม้ตีสุนัขเป็นของหวงพรรคกระยาจกห้ามถ่ายทอดให้คนนอดกเด็ดขาด เฉพาะเจ้าสำนักพรรคกระยาจกเท่านั้นจึงมีสิทธิฝึกวิชานี้ครบทุกท่า การฝึกวิชานี้ต้องรู้ทั้งกระบวนท่าและเคล็ดวิชา เพื่อไม่ให้คนภายนอกลอกเลียนไปฝึกได้ และยังถ่ายทอดแบบปากต่อปากระหว่างเจ้าสำรักรุ่นก่อนกับรุ่นต่อไปเท่านั้น ห้ามเขียนเป็นตำรา หวงมากนักเลยสาบสูญไปเลย)
ภายหลังเอี้ยก้วยได้เคล็ดวิชาจากอึ้งย้งเมื่อตอนสอนให้ลูอูคาหัวหน้าพรรคกระยาจกรุ่นต่อไปท่องเคล็ดวิชาให้ขึ้นใจและยังได้จนครบเมื่อตอนที่ต้องชิงตำแหน่งผู้นำยุทธภพกับเจ้าธรรมจักรทองในการประลองสามรอบ เพราะอึ้งย้งท้องแก่จึงไม่มีแรงจะสู้ คนที่พอจะพึ่งพาได้ตอนนั้นมีแค่เอี้ยก้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าที่หญิงสาวไม่ยอมบอกชื่อ เอ่ยว่า บรรพชนของตนมีความสัมพันธุ์อันดีกับพรรคกระยาจก เพราะเอี้ยก้วยเคารพทั้งอั้งชิดกงและอึ้งย้ง
…………………………………………………………
4. ทำไมชาวยุทธยุคหลังจึงไม่มีรู้จักสุสานโบราณ
อย่าว่าแต่ชาวยุทธ์รุ่นหลังเลย แม้แต่ก๊วยเจ๋งเองยังไม่รู้จักเลยจนมาที่สำนักชวนจินก้าเมื่อครั้งพาเอี้ยก้วยไปลงทะเบียนเรียนที่นั่น แล้วมีคนคิดบุกสำนักชวนจินเพื่อไปยังสุสานโบราณ คนในสำนักชวนจินก้าจึงยอมเปิดปากให้ก๋วยเจ๋งรู้ว่าในสำนักชวนจินก้า ยังมีอีกสำนักตั้งอยู่ด้านหลังที่ปรมาจารย์สั่งไว้ห้ามคนในสำนักเข้าไปถือเป็นเขตหวงห้าม และห้ามบอกให้คนภายนอกรู้
ต่อมาศิษย์สำนักชวนจินก้าตายเกือบหมดเมื่อครั้งมองโกลนำทัพทำลายสำนักชวนจิน ตัว 6 บรรพชิตก็ฆ่าตัวตายพร้อมกันหมด เพราะไม่ยอมหนีและไม่ยอมถูกจับ คนที่รู้ว่ายังมีสุสานโบราณอยู่หลังสำนักชวนจินก้าจึงน้อยลงไปอีก ผ่านไปอีกร้อยปีคนที่รู้ตายหมดแล้ว สุสานโบราณจึงกลายเป็นความลับตลอดกาล ยกเว้นแต่คนในสำนักสุสานจะติดต่อกับคนภายนอก
จึงเป็นไปได้ว่าการที่เจ้าสำนักพรรคกระยาจกบอกทางให้ลูกสาวเดินทางไปยังสุสานโบราณได้ เพราะทายาทเอี้ยก้วยยังไม่ลืมพระคุณอั้งชิดกงและอึ้งย้งคอยแอบช่วยเหลือลับๆมาตลอด
…………………………………………………………
5. ไม่มีใครรู้จักสุสานโบราณ และยิ่งกว่านั้นไม่มีใครรู้ว่าในสุสานโบราณมีคำภีร์เก้าอิม แต่ถ้าชาวยุทธ์รู้ว่าสุสานโบราณมีคำภีร์เก้าอิม จะเกิดอะไรขึ้น ?
เอี้ยก้วยและเสียวเล้งนึ่งไม่เคยบอกใครแม้แต่ก๋วยเจ๋งและอึ้งย้งว่าไปเรียนเคล็ดวิชาเก้าอิมจินเก็งมาจากไหน ดังนั้นเรื่องคำภีร์เก้าอิมอยู่ในสุสานจึงรู้แค่เอี้ยก้วยกับเสียวเล่งนึ่ง
หากชาวยุทธรู้ความลับนี้ ชาวยุทธ์คงเลิกตามหากระบี่อิงฟ้า เพราะตามหายากเหลือเกินเพราะเป็นสิ่งของ แต่คงจะเดินทางหาที่ตั้งสำนักสุสานบราณแทน
ในยุคเอี้ยก้วยยังมีชีวิตอยู่ อาจจะมีบางคนที่ยังทราบความลับที่ตั้งสุสานอยู่บ้าง เพราะส่วนหนึ่งเป็นศิษย์สำนักชวนจินก้าที่หนีตายภายหลังมองโกลบุกและเดินทางกลับมาหาของวิเศษสำนัก แต่ไม่สามารถเข้าสุสานได้ เพราะทางเข้าสุสานโบราณทางบกถูกปิดตายไปนานแล้ว เหลือทางเดียวคือใต้น้ำที่ไม่มีใครรู้นอกจากคนเคยดำน้ำเข้าไป
ดังนั้นคนทั่วไปจึงไม่รู้ว่ามีทางลับใต้น้ำ และถึงรู้ก็ไม่รู้ทางนั้นอยู่ตรงไหน ทำให้คนเลิกสนใจเรื่องสุสานโบราณ สุสานโบราณจึงถูกลืม สาบสูญไปจากความทรงจำชาวยุทธ์ตลอดกาล
………………………………………………………………
6. ทำไมวิชาฝ่ามือสิบแปดมังและไม้เท้าตีสุนัขจึงหายสาบสูญไปจากยุทธภพหลังจากก๋วยเจ๋งและอึ้งย้งตาย
คนที่รู้วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกรเหลือเพียงก๋วยเจ๋ง ก๊วยโพวลื่อบุตรชาย และ ลูกเขยจำชื่อไม่ได้(ลูกศิษย์จิวแปะทงสามีก๊วยฮู) ก๊วยโพวลื่อสมองทึบจึงฝึกไม่แตกฉาน ลูกเขยเน้นฝึกวิชาไม้เท้าตีสุนัขเพราะได้เป็นเจ้าสำนักพรรคกระยาจกสืบต่อจากลูอูคาที่ถูกฆ่าตาย วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกรไม่มีข้อห้ามในการถ่ายให้คนนอกสำนักพรรคกระยาจก แต่มีข้อจำกัดว่าผู้ฝึกต้องเป็นผู้ชาย เพราะเป็นวิชาดุดันแกร่งกร้าวมากผู้หญิงฝึกไม่ได้เดี๋ยวช้ำในตาย ตัวก๋วยเจ๋งเองเกือบฝึกไม่สำเร็จเพราะวิชานี้ดุดันมาก ผู้ฝึกต้องฝึกพลังภายในหลายสิบปีจึงจะเปล่งวิชานี้ได้ แต่เพราะก๋วยเจ๋งดื่มเลือดงูวิเศษเพิ่มพลังภายในไปอีก 40 ปี จึงฝึกวิชาสำเร็จได้ ส่วนลูกชายและลูกเขยพลังภายในไม่ถึงขั้น จึงเปล่งพลังวิชานี้ไม่ได้ ก๊วยเซียงถึงจะฉลาดแต่เป็นหญิงหมดทางฝึกวิชานี้
วิชาไม้เท้าตีสุนัขถ่ายทอดแบบปากต่อปากให้เจ้าสำนักพรรคกระยาจกเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ก๊วยเซียงจึงไม่ได้ฝึก เพราะไม่ได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักพรรคกระยาจก
ที่สำคัญคือเมื่อเมืองเซียงเอี๊ยงแตก (เหตุการณ์เกิดขึ้นภายหลังจากการจากไปของเอี้ยก้วยอวสานภาค 2 อีก 19 ปีต่อมา) ก๋วยเจ๋งและอึ้งสู้จนเมืองแตกไม่ยอมหนีและเชือดคอตายบนกำแพงเมืองดีกว่าให้มองโกลล้อมจับ ส่วนลูกเขยและลูกสาวคนโตตายกลางสนามรบเพราะนำทัพคนพรรคกระยาจกตะลุยฆ่าทัพมองโกล
ก๊วยโพวลื่อนำดาบฆ่ามังกรฝ่าวงล้อมมองโกลไม่สำเร็จตายกลางสนามรบ ดาบฆ่ามังกรจึงเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นของวิเศษที่ชาวยุทธ์ต่อสู้เป็นร้อยปีเพื่อแย่งชิงเป็นเจ้าของ
ก๊วยเซียงนำกระบี่อิงฟ้าฝ่าออกมาได้ ภายหลังตั้งสำนักง๊อไบ๊ กระบี่อิงฟ้าจึงกลายเป็นสมบัติประจำสำนักแต่นั้นมา ชาวยุทธ์ภายนอกให้เกียรติก๋วยเจ๋งและอึ้งย้ง อีกทั้งสำนักง๊อไบ๊มีวิชาร้ายกาจ เพราะก๊วยเซียงเคยได้เคล็ดวิชาเก้าเอี๊ยงมาพร้อมกับเตียซำฮงเมื่อครั้งหลวงจีนกั๊กเอี้ยงพาหนีออกจากเส้าหลิน ด้วยเหตุกระบี่อิงฟ้าจึงไม่เคยถูกใครแย่งชิง อยู่ในสำนักง๊อไบ๊ตลอดมา
ที่น่าสนใจแม้ก๊วยเซียงจะเป็นลูกสาวก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง แต่คงไม่ได้ฝึกวิชาเก้าอิม เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการออกตามหาเอี้ยก้วยไม่ค่อยอยู่บ้าน อีกทั้งสองผัวเมียยุ่งกับการนำทัพ ดังนั้นศิษย์รุ่นหลังของง๊อไบ๊จึงไม่รู้วิชาในตำภีร์เก้าอิม แต่รู้จักวิชาในคำภีร์เก้าเอี๊ยงบางส่วนที่ก๊วยเซียงจำได้ มีเพียงเตียบ้อกี้ที่รู้วิชานี้ทั้งหมดเพราะตัวคำภีร์ซ่อนอยู่ในท้องค่างที่ผูร้ายในภาคเอี้ยก้วยไปขโมยมาจากวัดเส้าหลินแล้วผ่าท้องซ่อนคำภีร์เพื่อไม่ให้คนของเสียวลิ้มยี่หาเจอ สองคนนี้ตอนหลังฆ่ากันตายเองเพราะไม่ไว้ใจกลัวอีกคนหนึ่งจะยึดคำภีร์เก้าเอี๊ยงเป็นของตนเอง จึงเหลือแต่ค่างที่อายุยืนมาถึงยุคเตียบ้อกี้ผ่าท้องรักษาให้
………………………………………………………………
7. กระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรมีอะไรซุกซ่อนอยู่
คนที่รู้ความลับมีเพียงคนเดียวคือ ก๊วยเซียง เพราะเป็นคนเดียวที่ฝ่าวงล้อมทัพมองโกลได้ ดังนั้นก่อนตายก๊วยเซียงจึงบอกความลับนี้ให้เจ้าสำนักรุ่นต่อๆมาได้รู้ ความลับนี้จึงรู้เฉพาะเจ้าสำนักง๊อไบ๊เท่านั้น ดังนั้นแม่ชีมิกจงจึงรู้ความลับและถ่ายทอดให้โจวจือเย่อรู้ว่าภายในกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรมีอะไร
กระบี่อิงฟ้า มีคำภีร์เก้าอิมและฝ่ามือสิบแปดมังกร แต่ไม่มีวิชาไม้ตีสุนัข เพราะวิชานี้ห้ามถ่ายทอดให้คนนอก ดังนั้นอึ้งย้งจึงไม่เขียนเคล็ดวิชานี้ เมื่ออึ้งย้งและลูกเขย วิชานี้ก็สาบสูญ คนที่พอจะรู้ก็คือทายาทของเอี้ยก้วยเท่านั้น
ดาบฆ่ามังกรใส่คำภีร์พิชัยสงครามงักฮุย ซึ่งเป็นของวิเศษในภาคแรกที่ก๊วยเจ๋งค้นหาเจอในสำนักฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ และเอามาปราบทัพไต้กิมก๊ก ถึงมือเตียบ้อกี้ ซึ่งเตียบ้อกี้มอบให้ลูกน้องคนหนึ่งที่เก่งการรบและซื่อสัตย์มาก ซึ่งคนนี้ภายหลังได้กลายเป็นขุนศึกคู่ใจของจูงวนเจียง แม่ทัพห้าธงของพรรคจรัส(เม้งก้า) ซึ่งภายหลังทรยศเตียบ้อกี้ ตามฆ่าศิษย์ร่วมพรรคจรัสจนพรรคแตก lและตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศหมิงในเวลาต่อมา
ทางเข้าสุสานโบราณเหลือทางเข้าเพียงทางเดียวคือต้องด
สุสานโบราณปลอดภัย เพราะชาวยุทธ์ทั่วไปไม่รู้จักมาตั้งแต่สมัยก่อนก๋วยเจ๋งเกิด และยังไม่มีใครรู้ว่าในสำนักสลักวิชาคำภีร์เก้าอิมไว้ที่ผนัง จึงกลายเป็นความลับตลอดกาล
รวมทั้งทางเข้า เพราะทางเข้าเป็นทางลับอยู่ใต้น้ำ ทางอื่นถูกปิดไปแล้ว
ดังนั้นสตรีผแซ่เอี้ย(หยาง) จึงรู้วิชาดีกว่าโจวจือเย่อ เพราะฝึกมาตั้งแต่เด็กแถมได้นอนเตียงหยกด้วย ส่วนโจวจือเย่อพึ่งขโมยจึงฝึกได้แต่วิชาระดับล่างและยังไม่ชำนาญอย่างวิชามารกระดูกขาว
คำภีร์เก้าอิมแต่เดิมมี 2 ฉบับมาแต่ต้น ฉบับหนึ่งจิวแปะทงเก็บไว้จึงถ่ายทอดมาถึงก๋วยเจ๋ง อึ้งย้ง อั้งชิดกง อึ้งเอี๊ยะซือ อีกฉบับสลักที่ผนังสุสานโบราณเพราะปรมาจารย์ชวนจินก้าอยากให้ศิษย์รุ่นหลังสุสานโบราณว่าวิชาสุสานโบราณยังไงก็ปราบสำนักชวนจินก้าไม่ได้ จึงตกทอดมาที่เสียวเล่งนึ่งแอ้ยก้วยและลูกหลานต่อๆมา
ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขนั้นเอี้ยก้วยฝึกสำเร็จเพราะเรียนกระบวนท่าทั้งหมดจากอั้งชิดกงตอนสู้กับอาวเอี้ยงฮง แล้วได้เคล็ดวิชาจากอึ้งย้งตอนสู้กับธรรมจักรและแอบฟังอึ้งย้งสอนหัวหน้าพรรคคนใหม่ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทายาทรุ่นหลังของเอี้ยก้วยจะรู้วิชาไม้เท้าตีสุนัขด้วยแต่อาจจะไม่สมบูรณ์เท่วิชาอื่นๆ
ที่น่าเสียดายคือวิชาไม้เท้าตีสุนัขและฝ่ามือสิบแปดมังกรหายสาบสูญหลังจากการตายของก๊วยเจ๋ง เพราะลูกชายก๋วยเจ๋ง ลูกเขยก๋วยเจ๋ง ล้วนตายพร้อมกับก๋วยเจ๋งเมื่อเซียงเอี๊ยงถูกกุไบข่านตีแตก จึงไม่มีใครรู้วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกร วิชานี้ผู้หญิงฝึกไม่ได้เพราะเป็นวิชาดุดันเกินไป(เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหลังเหตุการณ์อวสานมังกรหยกภาค 2 ไปอีก 19 ปี) ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขถ่ายทอดให้เฉพาะเจ้าสำนักพรรคกระยาจก ก๊วยเซียงไม่ได้เป็นศิษย์พรรคกระยาจกจึงไม่ถ่ายทอดให้ และด้วยเหตุผลนี้เองดาบอิงฟ้าจึงมีเคล็ดวิชาเฉพาะคำภีร์เก้าอิมกับวิชาฝ่ามือสิบแปดมังกร แต่ไม่มีวิชาไม้ตีสุนัขเพราะวิชานี้ไม่อาจถ่ายทอดให้คนนอกได้ จึงเรียกว่าหลังจากนั้นมาพรรคกระยาจกไม่มีใครฝึกวิชาไม้ตีสุนัขได้จนครบถ้วนอีกเลย
………………………………………………………………..
8. คำภีร์เก้าอิมและเก้าเอี๊ยงเกี่ยวข้องกันอย่างไร ?
คำภีร์เก้าอิมฉบับทีวีและการ์ตูนบอกว่า อัจฉริยะผู้หนึ่งของพรรคจรัส(เม้งก้า)ในยุคต้นราชวงศ์ซ่งคิดค้นขึ้นมา ภายหลังจากครอบครัวถูกคนฆ่าล้างตระกูล ผู้ตายใช้เวลาเกือบ 40 ปีจึงคิดยอดวิชาและฝึกเพื่อล้างแค้น แต่นานไปหน่อยกลุ่มคนที่ฆ่าล้างตระกูลตาบไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงเด็กหญิงคนเดียวกลายเป็นแม่เฒ่า เลยเบื่อหน่ายปลงตกอำลายุทธภพ เหลือไว้เพียงคำภีร์เก้าอิมให้คนรุ่นหลังแย่งชิงกันมาหลายร้อยปี
คำภีร์เก้าอิมฉบับนิยายระบุว่าวิชานี้เป็นวิชาของปรมาจารย์ตักม้อแห่งเส้าหลินคิดขึ้นมาเมื่อครั้งกระโน้น ภายหลังสูญหายจากสำนักไปสร้างกลียุคในยุทธภพ
คำภีร์เก้าเอี๊ยไม่ทราบที่มา แต่หลังจากเตียบ้อกี้ได้ฝึกวิชาเก้าอิมจึงนำไปเทียบกับวิชาเก้าเอี๊ยงที่ฝึกมาแต่แรก เลยสรุปว่าคำภีร์เก้าอิมน่าจะเกิดก่อนคำภีร์เก้าเอี๊ยง โดยคำภีร์เก้าเอี๊ยงน่าจะเป็นศิษย์รุ่นต่อมาของตักม้ออาศัยคำภีร์เก้าอิมเป็นแนวทางในการคิดวิชาคำภีร์เก้าเอี๊ยง
วิชาในคำภีร์เก้าอิมคือการฝึกวิชาแนวหยิน โคจรพลังภายในผ่านเส้นเลือดดำ
วิชาในคำภีร์เก้าเอี๊ยงคือการฝึกวิชาแนวหยาง โคจรพลังภายในผ่านเส้นเลือดแดง
กล่าวโดยสรุปนับแต่โบราณมา มีแต่เตียบ้อกี้เท่านั้นที่ฝึกยอดวิชาที่ดีสุดในยุทธภพครบ 3 แขนง คือ เก้าอิม เก้าเอี๊ยง เคลื่อนย้ายจักรวาล
เอี้ยก้วยที่ฉลาดมากยังต้องฝึกจนอายุ 35 ปีจึงตีความวิชาเก้าอิมจนแตกฉานกลายเป็นยอดฝีมือแห่งยุทธภพ แต่ยังไม่ถือว่ารู้เคล็ดวิชาเก้าอิมทั้งหมด สาเหตุน่าจะเป็นเพราะการฝึกวิชาเก้าอิมให้สำเร็จจนถึงระดับสุดยอด ต้องฝึกทั้งวิชาเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงควบคู่กันไป
มีแต่เตียบ้อกี้อายุไม่ถึง 25 กลับฝึกสำเร็จ ที่สำคัญคือเตียบ้อกี้สำเร็จเก้าอิมทันทีที่อ่านคำภีร์จบ สาเหตุเพราะเคยฝึกวิชาเก้าเอี๊ยงที่มีแนวทางเดียวกับเก้าอิมมาก่อนหน้า และยังเคยดูดพลังภายในแบบหยินจากโจวจือเย่อจนหมด และคงไม่มีใครอีกแล้วที่จะฝึกวิชาเก้าอิมได้สำเร็จรวดเดียวแบบเตียบ้อกี้ ดังนั้นภายหลังเตียบ้อกี้จึงเดินทางพลังแบบเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงพร้อมกันได้ ทั้งสองส่วนนี้ช่วยเสริมจุดอ่อนจุดแข็งให้กันและกัน จนไม่มีใครจะเก่งกว่าเตียบ้อกี้อีกแล้ว
2. มารกระดูกขาวเหมยเชียวฟงเก่งมากแล้วครับในยุคนั้น เพราะยุคนั้นมียอดยุทธ์สุดยอดที่เหนือกว่าเพียง 5 คนเท่านั้น คืออึ้งเอียะซือ อาวเอี้ยงฮง อั้งชิดกง จิวแปะทง หลวงจีนอิดเต็ง ดังนั้นถือว่าเป็นอันดับ 6 ของยุทธภพแล้วครับไม่ได้กระจอก
3. ยุทธภพยุคหลังเอี้ยก้วยถูกมองโกลบุก ทำให้ชาวยุทธตายไปมากมาย ชาวยุทธ์มีนิสัยไม่ชอบถ่ายทอดวิชาให้ใคร ผลคือชาวยุทธ์รุ่นหลังเก่งสู้สมัยชาวยุทธรุ่นก๋วยเจ๋งไม่ได้ครับ
4. ตอนที่เตียบ้อกีกลับไปกู้ภัยที่บู๊ตึงช่วยเหลือเตียซำฮง อนนั้นเตีซำฮงยังไม่รู้ว่าเป็นเตียบอกี้ แห็นประกายตายามเกร็งพลังภายในต่อสู้ศัตรู เตียซำฮงคิดในใจว่า ตั้งแต่เคยพบชาวยุทธ์มาจนถึงอายุเท่านี้ พึ่งจะมีเด็กหนุ่มคนนี้ที่มีประกายตาเจิดจ้าเฉกเช่นท่านก๋วยเจ๋งเมื่อครั้งกระโน้น อันนี้เป็นการบอกให้ทราบครับว่า เตียซำฮงเคยเจอก๋วยเจ๋งมาครั้งหนึ่งสมัยเป็นเณรน้อยตามหลวงจีนกักเอี๊ยงนำคำภีร์เก้าเอ๊ยงกลับวัดเส้าหลิน
ก๋วยเจ็งในช่วงที่เจอกับเตียซำฮงจดจำได้บนยอดเขาฮั้วซัวอายุไปประมาณ 53 แล้วครับ ส่วนเตียบ้อกี้อายุไม่ถึง 18 ปี แต่สำเร็จยอดวิชาเก้าเอี๊ยงและเคลื่อนย้ายจักรวาลแล้วครับ ระดับเตียซำองเห้นเยบ้อกี้แล้วคิดถึงก๋วยเจ๋ง แสดงให้เห็นเตียบ้อกี้เก่งขนาดไหนแล้ว
5. เตียบ้อกี้เอาชนะวิชามารกระดูกขาวของโจวจือเย่อได้ครับ แต่ต้องใช้วิชาโต้กลับไป แต่เตียบ้อกี้เกรงว่าพังภายในจะทำร้ายโจวจือเย่อจนบาดเจ็บสาหัส เพราะพลังฝีมือเตียบ้อกี้ล้ำลึกครับ กลัวรั้งลมปราณไม่ได้หากสู้เต็มีมือ
อันนี้กิมย้งตั้งใจปั้นนิสัยตัวละครแบบเตียบ้อกี้ให้แตกต่างจากเอี้ยก้วยคับ
เอี้ยก้วยจะมีนิสัยรักเดียวใจเดียว ไม่โลเลรักคนอื่น จึงฝ่าปัญหารักต่างๆมาจนครองคู่กับเสียวเล้งนึ้งได้แม้จะรอนานถึง 16 ปี
เตียบ้อกี้อยู่ใกล้ใครก็รักคนนั้น การที่เตียบ้อกี้มาลงเอยกับเตียวเมี่ยง เพราะเตียวเมี่ยงเกาะเตียบ้อกี้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้ นิสัยอยู่ใกล้ใครรักคนนั้นเลยเสร็จเตียวเมี่ยง นิสัยอย่างเตียบ้อกี้จึงไม่มีทางได้ครองรักกับเสียวเล้งนึ้งแน่ครับ เพราะโลเลเหลือเกิน
กิมย้งฉลาดครับ พยายามบอกอะไรไว้เยอะในตัวละคร ต้องอ่านหลายๆรอบจะเข้าใจแบบอ่านสามก๊กครับ
6. นิยายมังกรหยกภาคดาบมังกรหยกพยายามปูเรื่องมาแต่แรกแล้วครับว่า เตียบ้อกี้สมัยไปศึกษาวิชาแพทย์ ได้เรียนอักขระโบราณด้วย จึงรู้อักษรสันสกฤตเพราะตำราแพทย์บางส่วนเป็นภษาอื่นๆครับ อันนี้ช่วยเสริมว่าเมื่อเตีบ้อกี้อ่านคำภีร์เก้าอิมจึงอ่นอักษรตอนท้ยได้หมดโดยไม่ต้องให้ใครมาแปลให้
7. มังกรหยกฉบับจำลอง พิศนาคะ ซึ่งถือเป้นฉบับแรกและก่อนแก้ไขของกิมย้งทีกลับมาเขียนเรียบเรียงใหม่ โจวจือเย่อให้คำภีร์เก้าอิมกลับเตียบ้อกี้ครับ เตียบอกี้เอามานั่งอ่านกลางแสงจันทร์ อ่านไปเข้าใจทันทีในแต่ละหน้า อ่านจบก็สำเร็จวิชาเกาอิม แบบเดียวที่สำเร็จเคลื่อนย้ายจักรวาลและฝ่ามือไท้เก็กที่คนอื่ฝึกกันหลายสิบปีครับ
8. ส่วนวิชาที่เจี๊ยะพั่วเทียนฝึกนั้นเป็นอักษรภาพวาดลูกน้ำ ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นวิชาอะไร ใครเป็นผู้สลัก แต่ตั้งใจกวนประสาท โดยใครอ่านเคล็ดวิชาจะหลงทาง แต่ถ้าคนอ่านหนังสือไมออกจะเห็นเป็นลูกน้ำโลดเต้นไปมา ฝึกสำเจรวดเดียว เพราะเจ้าของวิชาที่สลักต้องการให้คนไม่รุ้หนังสือฝึก และฝึกได้ไม่ยากถ้าไม่รู้หนังสือ อันนี้เป็นอารมณ์ขันของกิมย้งครับ
เพิ่มเติมอีกนิดในจำนวนวิชาทั้งหมด วิชาที่ถือว่าสุดยอดที่สุดคือนิ้วสุริยัน แต่ต้องฝึกให้ถึงขั้นกระบี่ชีพจร ซึ่งไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จ เพราะต้องมีกำลังภายในอย่างน้อยเกือบสองร้อยปี ที่ผ่านมาวิชานี้ใช้แบบให้คนฝึกวิชานิ้วสุริยันหลายคนรวมพลังจึงสำแดงวิชากระบี่ชีพจรได้ แต่ไม่ถือว่าสมบูรณ์ เพราะที่จริงจะต้องให้คนเดียวแสดงวิชานี้ออกมา เพราะคนหลายคนจิตใจประสานเป็นหนึ่งไม่ได้
ต้วนเอี้ยพระเอกในเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าฝึกวิชากระบี่ชีพจรสำเร็จเพราะดูดกำลังภายในผู้อื่นมาหลายคนจนกำลังภายในเกือบสองร้อยปี แต่ไม่ขยันและใม่ใส่ใจฝึกวิชาแต่เด็ก จึงใช้มั่งไม่ได้มั่งและสำแดงอานุภาพได้ไม่เต็มที่แม้จะฝึกสำเร็จแล้ว
พอมาถึงยุคหลังวิชานี้เลยสาบสูญเหลือแค่วิชานิ้วสุริยันซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของกระบี่ชีพจร ขนาดวิชานิ้วสุริยันจะเป้นวิชาพื้นฐานยังสามารถทำให้หลวงจีนอิดเต็งขึ้นเป็นยอดฝีมือกลับคนอื่นๆที่ฝึกวิชาในคำภีร์เก้าอิมได้
(เรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าเกิดก่อนยุคก๋วยเจ๋งขึ้นไปเป็นร้อยปีครับ)
ที่น่าสนใจวิชาในยุคแปดเทพอสูรมังกรฟ้าร้ายกาจกว่ายุคก๋วยเจ๋งมากนักแต่หายสาบสูญไปแล้ว เช่นเดียวกับวิชายุคก๋วยเจ๋งมาถึงยุคเตียบ้อกี้ก้หายสาบสูญไปอีกเหมือนกัน ดังนั้นมาถึงยุคปัจจุบันวิชายุทธภพก็สาบสูญไปจนหมดสิ้น ถ้าดูหนังหลายๆเรื่องจะเห็นว่าหวงเฟยหงที่ว่าเก่งมากหากไปเทียบยอดฝีมือสมัยก่อนถือว่าธรรมดามาก อันนี้เพราะยอดวิชาหายสาบสูญไปหมดแล้ว จึงต้องมาคิดวิชาใหม่ๆแต่สู้คนรุ่นก่อนไม่ได้
ตอนจบดาบมังกรหยกแก้กันมาหลายรอบแล้วครับ ทั้งจากตัวกิมย้งเองและจากทีวี แต่เดิมคือโจวจือเย่อบวชไม่สึกแล้วให้คำภีร์เก้าอิม เตียวเมี่ยงอยู่กินกับเตียบ้อกี้ ส่วนฉบับทีวีให้เตียวเมี่ยงตายครับ คงอยากให้จบแบบหนังดราม่าเศร้าเค้าน้ำตา
ฉบับแก้ไขของกิมย้งในภายหลัง โจวจือเย่อไม่ได้บวชคือเหมือนกับกิมย้งจะทิ้งเป้นปริศนารักสามเส้าว่าเตียบ้อกี้ที่รับปากจะครองรักกับเตียวเมี่ยงจะรักษาคำพูดได้ป่าว เพราะนิสัยโลเลในรัก ไม่แน่หากโจวจือเย่อพัวพันก็อาจไปรักกันอีก อันนี้ทิ้งไว้ให้คนอ่นไปนึกต่อ สงสัยเพราะมีคนอ่านบ่นสงสารโจวจือเย่อกันเยอะ เพราะผมคิดว่าผู้อ่านชอบโจวจือเย่อมากกว่าเตียวเมี่ยง เพราะบุคลิกบอบบางดูน่าสงสาร
กิมย้งเลยหักใจเปลี่ยนตอนจบใหม่ แบบคุณไปวาดฝันกันเอง ไม่ทำลายน้ำใจ ครับ
ซ่งแชจือไม่ได้สำเร็จวิชาฝ่ามือสิบแปดมังกรครับ ตามนิยายที่จริงซ่งแชจือฝึกวิชามารกระดูกขาวเหมือนกัน แต่ฝึกสู้โจงจือเย่อไม่ได้ เพราะโจวจือเย่อฝึกได้แค่ไหนก้ถ่ายทอดให้อีกต่อหนึ่ง ส่วนในทีวีที่เห็นซ่งแชจือฝึกวิชาสยบสิบแปดมังกรนั้น คงฝึกได้เพียงสองสามท่าครับและอานุภาพไม่ร้ายแรงเท่าของเดิม แต่เพราะชาวยุทธรุ่นหลังเก่งสู้คนรุ่นก่อนไม่ได้ เพราะวิชาสาบสูญไปเยอะในยุคมองโกลบุกเมืองจีน ชาวยุทธตายกลางสนามรบเยอะครับ
มาดูที่เอี้ยก้วยก่อนครับ
เอี้ยก้วยเป้นคนนิสัยขี้เล่นชอบแหย่โดยฉพาะเด็กหญิง อันนี้เป็นคาแรกเตอร์ตั้งแต่ฉากแรกตอนเปิดตัวเอี้ยก้วยเลยคับที่กิมย้งต้องการชี้ให้เห็น เอี้ยก้วยปรากฏตัวครั้งแรกในเมืองที่เป็นหลุมศพแม่ของเขา
ช่วงแรกที่เอี้ยก้วยออกตามหาเสียวเล้งนึ้งเจอสาวหลายคน แล้วเข้าไปยั่วเย้า ถ้าดูทีวีอาจจะนึกว่าเอี้ยก้วยเจ้าชู้ แต่ในหนังสือเขียนไว้ว่า เอี้ยก้วยมองสาวคนอื่นเป็นเงาร่างของเสียวเล้งนึ้งในอารมณ์ต่างๆ ที่ใกล้ชิดสาวเหล่านั้นก็เหมือนกับได้อยู่ใกล้เสียวเล้งนึ้งในอารมณ์ต่างๆ เช่นก๊วยฮูคือเสียวเล้งนึ้งตอนดุเมื่อเอี้ยก้วยฝึกว้อม สาวน้อยที่ขาพิการคือเสียวเล้งนึ้งตอนที่งอน เทียเอ็งคือเสียวเล้งนึ้งยามสงบนิ่ง เป็นต้น ในหัวของเอี้ยก้วยไม่มีใครในใจนอกจากเสียวเล้งนึ้งคนเดียวครับ
ภายหลังมาเจอลูกสาวของกิ๊วเชยเชียะ ก็เห็นเป้นเสียวเล้งนึ้งยามอ่อนหวาน แต่ไม่เคยนึกว่าลูกสาวกิ๊วเชยเชี๊ยะจะหลงรักจนขนาดยอมตาเพื่อให้ยาแก้พิษดอกรัก
เพาะการตายของกิ๊วเชยเชี๊ยะ ทำให้เอี้ยก้วยสาบานต่อฟ้าว่าจะไม่ยั่วเย้าสาวคนไหนอีก เพราะในใอ้ยก้วยไม่เคยรักใครนอกจากเสียวเล้งนึ้ง จึงกลัวว่าสาวที่ต้องเจอในภายหน้าจะมารักหน้าตา ดังนั้นเอี้ยก้วยจึงใส่หน้ากากปิดบังหน้าตาแท้จริง อนนี้หลายคนที่ดูทีวีอาจะสงสัยว่าทำไมเอี้ยก้วยต้องใส่หน้ากากนานถึง 16 ปี เพราะกลัวสาวหลงความหล่อครับ และที่ออกท่องยุทธภพโดยไม่ยอมพาเทียเอ็งและน้องสาวไปด้วยก้เพราะกลวว่าสองคนนี้จะมารักจนถอนตัวไม่ขึ้น และยอมตายแทนอีก
ตรงนีคือสิ่งที่กิมย้งบอกโดยตลอดครับว่า เอี้ยก้วยเป็นคนยึดมั่นในรักมาก แต่ในทีวีบางทีมันบรรยายลำบากไม่เหมือนในนิยายครับ คนดูจึงเข้าใจว่าเอี้ยก้วยเจ้าชู้ ที่จริงไมใช่ครับ
มาที่เตียบ้อกี้
แดมผมกคิดว่าเตียบ้อกี้รักเตียวเมี่ยง ไม่รักคนอื่น แต่พออ่านมังกรหยกไปหลายๆรอบในแต่ละภาค ใหตุการณ์ต่างๆ เลยพอเข้าใจสิ่งที่กิมยงพยายามบอกครับ อันนี้เป็นเรื่องการตีความ ซึ่งในทีวีจะสู้นิยายไม่ได้ เพราะการถ่ายทอดความรู้สึกในใจนี่ต้องอ่านครับ
สมัยอยู่บนเรือห้าสี มีสาวงามนอนเรียงรายโดยรอบ เตียบ้อกี้นอนวาดภาพว่าสาวงามทุกคนล้วนอยู่กินกับเตียบ้อกี้ทั้งหมด(ฉบับนิยาย) อันนี้เป็นการบอกใบ้ครับว่าถ้าคนที่รักใครคนเดียไม่มานั่งวาดภาพตัวเองเดินไปไหนแล้วมีฮูหยินเดินตามไปด้วยสี่คน
ช่วงเตียบ้อกี้เข้าพิธีแต่งงานกับโจวจือเย่อก็ยังคิดถึงคนอื่นรวมทั้งเตียวเมี่ยง เพราะยังโลเล ดูเหมือนจะคิดถึงเตียวเมี่ยง แต่ที่จริงตอนนั้นเตียบ้อกี้ยังไม่รู้ใจตัวเองเลยครับว่าตัวเองรักใคร
มาถึงตอนท้ายๆที่โจวจือเย่อเรียกเตียบ้อกี้มาพบ แล้วถามตรงๆว่า เตียบ้อกี้รักตนหรือเตียวเมี่ยงมากกว่ากัน ตอนนั้นเตียบ้อกี้อึดอัดมากที่จะบอก ครั้งแรกผมเองยังเข้าใจเตียบ้อกี้รักเตียวเมี่ยงแต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวทำร้ายจิตใจโวจือเย่อ แต่กลับมาอ่านใหม่หลายๆรอบ อ่านไปคิดไป เลยถึงบางอ้อ ที่จริงเตียบ้อกี้ตอบไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัวเตียบอกี้เองยังไม่รู้ใจตัวเอง และตัวเองก็ไม่กล้าถามใจตนเอง เพราะเรื่องความรักเป้นเรื่องที่เตียบ้อกี้ปวดหัวที่สุด เพราะความเป็นคนที่มองแต่ข้อดีคนอื่น ซึ่งพอเป็นผู้หญิงเลยชอบสาวทุกคนที่อยู่ใกล้ ช่วงไหนใกล้ใครมากก็เทใจให้คนนั้น ดังนั้นเมื่อโดนถามตรงๆวาชอบใคร ที่ตอบไม่ได้เพราะตัวเองก็ตอบไม่เต้มปาก จะบอกว่ารักเตียวเมี่ยงสุดหัวใจ ลึกๆแล้วก้คงคดถึงสาวน้อยที่ไปอยู่เปอร์เชีย คิดถึงความรักของโจวจือเย่อ นี่แหล่ะครับข้อแตกต่างของเอี้ยก้วยกับเตียบ้อกี้ ถ้าเป็นเอี้ยก้วยตอบชัดเจนไม่ต้องคิดเลยว่า เสียวเล้งนึงคนเดียวที่ไอต้องการ
…………………………………………………….
เรื่องเมียเอี้ยคัง มกเนียมชื้อ
มกเนียมชื้อไม่ได้ฝึกวิชาฝามือ 18 มังกรคับ ถ้าจำไม่ผิดเพราะอั้งชิดกงสอนมกเนียมชื้อผ่านหลังกำแพง โดยถามว่ามกเนียมชื้อฝึกิชาอะไรมาบ้าง แล้วให้ร่ายรำวิชาที่ตนถนัด มกเนียมชือรำเพลงทวนตระกูลเอี้ยของเอี้ยทิซิม
จากนั้นอั้งชิดกงเลยแนะนำแก้ไขดัดแปลงทวนให้ใหม่ แล้วอธิบายแก้ไขเพลงมวยบางุดที่มกเนียมชื้ออกมาห้เหมาะสมกับความเป้นหญิงจนฝีมือเก่งกว่าเอี้ยทิซิม อันนี้กิมย้งต้องการบอกว่าขนาดแนะนำนิดเดียวผู้ฝึกยังเก่งขึ้นกว่าเดิมเยอะ แล้วก๋วยเจ๋งกะอึ้งย้งอยู่นานถึง 3 เดือนจะเก่งขนาดไหน
ประเด็นร้อนที่สุดตอนนี้ที่ผมอ่านเจอ คือคนทะเลาะกัน เรื่อง เตียบ้อกี้ เก่งกว่าเอี้ยก้วยหรือก๋วยเจ๋งจริงไหม ซึ่งทุกคนจะใช้ผู้ร้ายในสมัยนั้นเป็นตัววัดความเก่งของพระเอก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาว่าคนรุ่นหลังเก่งสู้คนรุ่นก่อนไม่ได้เพราะวิชามันหายไปเยอะ
ตรงจุดนี้เราพอจะวัดความเก่งของเตียบ้อกี้ได้ครับ แต่ไม่ได้ใช้ผู้ร้ายในแต่ละรุ่นมาวัด ต้องใช้วิธีอื่น
ลองอ่านไปก่อนนะครับ แล้วค่อยมาเถียงกันว่าเตียบ้อกี้เก่งกว่าก๋วยเจ๋งหรือเอี้ยก้วยไหม
…………………………………………………………….
1. คนแรกที่พอจะรับประกันความเก่งของเตียบ้อกี้คือเตียซำฮง เพราะเตียซำฮงเห็นเตียบ้อกี้ ถึงกับอัศจรรย์ใจนักว่าทำไมหนุ่มน้อยแค่นี้กลับมีพลังภายในแกร่งกร้าวเทียบเท่าท่านก๋วยเจ๋งเมื่อครั้งกระโน้น (เตียซำฮงเจอก๋วยเจ๋งที่มีอายุ 53 และเจอเตียบ้อกี้ที่มีอายุ 18)
ตรงจุดนี้เป็นการบอกใบ้อีกแล้วครับ เพราะก๋วยเจ๋งดื่มเลือดงูจึงมีพลังภายในเพิ่มขึ้นรวดเดียว 40 ปี ยิ่งภายหลังมาฝึกวิชา 18 ฝ่ามือพิชิตมังกร พลังภายในยิ่งกล้าแข็งมากเพราะเป็นวิชาดุดัน พลังภายในก้าวหน้าเร็วมาก ส่วนเอี้ยก้วยด้านกำลังภายในน่าจะเป็นรองก๋วยเจ๋ง เพราะเอี้ยก้วยเคยนอนเตียงหยกเพิ่มพลังภายในไปอีก 20 ปี แต่วิชาที่เอี้ยก้วยฝึกไม่เน้นด้านพลังภายใน แต่เน้นด้านกระบวนท่าฉับไว ยิ่งวิชากระบี่ดำเป็นแบบฟันตรงๆในมุมพิศดาร ดังนั้นศัตรูหลบยากเผลอปุปโดนฟัน วิชาไม้ตีสุนัขก็เป็นวิชาด้านเน้นลีลาทำให้ศัตรูไม่รู้อะไรจริงอะไรเท็จ มาตอนหลังมี่เอี้ยก้วยคิดวิชาของตนเอง คือวิชาเศร้าสลดปลิดวิญญาณ วิชานี้ความรุนแรงความเศร้าโศกของผู้ใช้ จึงเป็นวิชาเอาแน่เอานอนไม่ได้ พลังภายในจึงไม่ได้ดุดันแบบสม่ำเสมอเหมือนการฝึกวิชาฝ่ามือสยบมังกร ซึ่งฝีกนานขึ้นพลังภายในยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าอาสัยพลังภายในก๋วยเจ๋งน่าจะสูงกว่าเอี้ยก้วย แต่เรื่องกระบวนท่าอำมหิตของเอี้ยก้วยร้ายกาจกว่าเยอะ เพราะโจมตีจุดตายลูกเดียว ธรรมจักรทองตายเพราะโดนฝ่ามือซัดที่จุดตายในยามที่เอี้ยก้วยเสียใจสุดขีดเพราะคิดว่าจะไม่ได้อยู่กะเสียวเล้งนึ้ง ตอนนั้นพลังภายในทั้งหมดมารวมที่ฝ่ามือจุดเดียวกระแทกใส่จุดตายของธรรมจักร
…………………………………………………………….
2. เป็นเรื่องจริงที่ว่าวิชาต่างๆในยุทธภพรุ่นต่อมาจะสู้รุ่นก่อนหน้าไม่ได้ เพราะอาจารย์จะเก็บท่าไม้ตายไม่สอนให้ลูกศิษย์ทั้งหมด อันนี้มีหลายสาเหตุ เช่น กลัวคุมลูกศฺษย์ไม่ได้ กลัวลูกศิษย์ฆ่ากันเพื่อแย่งเป็นเจ้าสำนักหลังจากตนตายจึงต้องเลือกสอนเฉพาะศิษย์ที่จะให้สืบทอดเป็นเจ้าสำนักเท่านั้น บางคนตายแต่หนุ่มยังไม่ทันหาลูกศิษย์ เพราะฆ่ากันทุกวันเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง บางทีการถ่ายทอดแบบรุ่นสู่รุ่น คนสอนก็ตีความได้ไม่หมด เมื่อถ่ายทอดก็ผิดๆถูกๆ หลังๆเข้าก็เลยเข้าป่าไปเลย ยิ่งมีมองโกลมาบุกประเทศ ชาวยุทธ์ไปตายในสนามรบก่อนถ่ายทอดวิชาให้คนรุ่นต่อไป
แต่เตียบ้อกี้เป็นข้อยกเว้นของชาวยุทธรุ่นหลัง เพราะเตียบ้อกี้ไม่ได้ฝึกวิชามาจากคน แต่ฝึกมาจากคำภีร์ต้นฉบับทั้งสิ้น คำภีร์ที่ฝึกล้วนเขียนขึ้นก่อนยุคก๋วยเจ๋งเกิดเป็นร้อยปี ดังนั้นเตียบ้อกี้จึงเป็นคนยุคหลังคนเดียวที่ฝึกแต่วิชายุคโบราณครับ
คำภีร์เก้าเอี๊ยงฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับของวัดเส้าหลิน
คำภีร์เคลื้อนย้ายจักรวาลฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับ เพราะพรรคจรัสมีกฎห้ามนำคำภีร์ออกจากเขตหวงห้ามที่ประมุขพรรคเท่านั้นมีสิทธิเข้าไปได้ ดังนั้นประมุขพรรคทุกรุ่นจึงต้องไปฝึกในเขตหวงห้ามไม่มีคนไหนนำออกมาฝึกข้างนอก ศิษย์ในพรรคไม่มีสิทธิเข้าไป สงสัยกลัวคนในพรรคจะเข้าไปขโมยคำภีร์ จนเตียบ้อกี้ในฐานะประมุขพรรคแก้ไขกฎนี้
ประมุขพรรคจรัสจะฝึกได้ถึงขั้นไหนก็แล้วแต่สติปัญญาครับ แต่ทุกคนล้วนไปฝึกในเขตหวงห้าม คำภีร์ต้นฉบับจึงไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายไปไหน ขนาดเตียบ้อกี้ฝึกสำเร็จแล้วยังวางไว้ที่เดิม
คำภีร์เก้าอิมจินเก็ง ฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับ เพราะก๋วยเจ๊งมีคำภีร์เก้าอิมครบสมบูรณ์ ส่วนแรกมาจากตั้งทิฮวง ส่วนหลังได้มาจากจิวแปะทง ที่จริงมันเป็นฉบับเดียว แต่เฮ้งตังเอียงคงกลัวว่าจิวแปะทงจะทำหาย เลยแยกเป็นสองส่วน อย่างน้อยคงจะไม่หายรวดเดียว
สำหรับก๋วยเจ๋งและเอี้ยก้วยได้ฝึกยอดวิชาโบราณเฉพาะจากคำภีร์เก้าอิมเท่านั้น นอกนั้นก็ฝึกวิชาโดดเด่นในยุคนั้น แม้วิชา 18 ฝ่ามือมังกรจะเป็นวิชาโบราณ แต่อานุภาพก็ไม่เท่ายุคก่อนเพราะถ่ายทอดกันมาไม่ครบต้องมาคิดเสริมส่วนที่ขาดในภายหลังจากปากคำบอกเล่าคนรุ่นก่อน พูดง่ายๆคือฝึกจากคนยังไงก็สู้ตำราไม่ได้ เพราะไม่เพี้ยนเมื่อเวลาผ่านไป
3. คนรุ่นก๋วยเจ๋งและเอี้ยก้วยใช้เวลาฝึกวิชานานเป็นสิบกว่าปี แต่เตียบ้อกี้โชคดีได้ฝึกจากคำภีร์เก้าเอี๊ยงซึ่งเป็นฉบับที่คำอธิบายฝึกง่ายกว่าคำภีร์เก้าอิมเลยใช้เวลาฝึกประมาณ 6 ปี จากนั้นมาฝึกคำภีร์เคลื่อนย้ายและเก้าอิมแบบอ่านรวดเดียวจบแล้วเข้าใจทันที
ตรงนี้เพราะคำภีร์เก้าเอี๊ยงเน้นการปรับพลังภายในแนวสงฆ์ขนานแท้ ไม่ได้เน้นเรื่องวิชาการต่อสู้ ดังนั้นฝึกสำเร็จทำให้ผู้ฝึกมีพลังภายในกล้าแข็งมากจนแม้อายุจะน้อยแต่พลังภายในไม่น้อยกว่าก๋วยเจ๋ง
ตรงนี้ในนิยายเขียนถึงความวิเศษของคำภีร์เก้าเอี๊ยงไว้ว่า
เตียบ้อกี้ไม่เคยฝึกกระบวนท่าอะไรเลยเพราะในคำภีร์เก้าเอี๊ยงสอนแต่ฝึกพลังภายใน ใครกระแทกมาสะท้อนกลับไป แต่ผู้ฝึกวิชานี้สำเร็จจะมีประสาทสัมผัสรับรู้ไวมาก ดังนั้นแม้ว่าผู้อื่นจะใช้กระบวนท่ารวดเร็วขนาดไหน เตียบ้อกี้จะมองเห็นการร่ายรำนั้นอย่างชัดเจน ทำให้หลบหลีกได้ จึงพอแก้ขัดเวลาไปสู้กับคนอื่นได้แม้จะไม่มีกระบวนท่าอะไรเลย วิชาเก้าเอี๊ยงยังแฝงหลักธรรมไปด้วย ดังนั้นผู้ฝึกสำเร็จจะเป็นคนใจเมตตา ดังนั้นเตียบ้อกี้เมื่อเจอศัตรูที่ทำให้พ่อแม่ฆ่าตัวตายจึงไม่คิดล้างแค้นอีก แม้แต่โดนโจวจือเย่อทำร้ายก็ไม่โกรธเคือง อันนี้เป็นผลมาจากวิชาเก้าเอี๊ยงด้วย ต้องอ่านฉบับนิยายถึงจะรู้ความพิศดาร
ความพิศดารของคำภีร์เก้าเอี๊ยงเน้นด้านพลังภายในและอธิบายพื้นฐานวิทยายุทธ ดังนั้นเตียบ้อกี้จึงฝึกวิชายากๆอย่างอื่นโดยใช้เวลาสั้นมากประเภทรวดเดียวจบ ในขณะที่อัจฉริยะทั่วไปแม้แต่เอี้ยด้วยยังต้องฝึกกันนานสิบกว่าปี แถมเตียบ้อกี้ยังรู้ภาษาสันสกฤตเพราะตอนศึกษาตำราแพทย์เลยต้องฝึกอ่านภาษาอื่นไปด้วยจึงจะเข้าใจเนื้อหาในตำราแพทย์เหล่านั้น
………………………………………………………..
หลายคนเข้าใจว่า 3 หลวงจีนเส้าหลินกระจอก แต่ละคนอายุเกือบ 100 แล้วครับ อายุก็น้องๆเตียซำฮงทั้งนั้น ในวัยหนุ่มไม่เก่งเท่าไรเลยแพ้ประมุขพรรคจรัสรุ่นก่อนที่ฝึกวิชาเคลื่อนย้ายจักราลถึงขั้น 3 ก็ปราบได้
3 คนเลยกลับวัด หลังจากนั้นไม่ทำอะไรเลย ฝึกวิชาลูกเดียว ฝึกด้วยแรงแค้นเลยเก่งเร็ว มีวิชาแยะในเส้าหลินให้ฝึก ตายแล้วเกิดใหม่ได้หลายรอบก็ฝึกไม่หมด จึงเลือกฝึกวิชาที่ประสาน 3 คนเป็นหนึ่งเดียวไปด้วยพร้อๆกับฝึกไม้ตายที่ถนัดกันคนละอย่างสองอย่าง
แต่ขนาดอายุจะ 100 ปี cล้ว แต่ให้มาสู้กับเตียบ้อกี้ทีละคน สู้ไม่ได้ครับ เพราะเตียบ้อกี้ฝึกยอดวิชาสมัยโบราณทั้งนั้น แต่พอ 3 คนรวมพลัง ความเก่งไม่ได้เพิ่มเป็น 3 เท่าแต่เป็น 10 เท่านะครับ แต่ขนาดเก่งเพิ่มขึ้นยังสู้ได้แค่เสมอกับเตียบ้อกี้
คราวนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าหลวงจีนเส้าหลินเก่งขนาดไหน สมัยที่หลวงจีนกักเอี๋ยงอาจารย์เตียซำฮงเจอกับก๋วยเจ๋ง เอี้ยก้วยในวันสุดท้ายของฉากจบภาค 2 (ฉบับนิยายครับ ฉบับทีวีไม่สร้างถึงฉากนี้) เอี้ยก้วยถึงกับคิดในใจเลยว่า หลวงจีนกักเอี๊ยงนี่ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าอึ้งเอียะซือหรือหลวงจีนอิดเต็งเลย เผลอๆอาจจะเหนือกว่าอีก แต่ทำไมไม่เคยมีชื่อเสียงในยุทธภพ
อันนี้กิมย้งบอกใบ้ว่า หลวงจีนวัดเส้าหลินเก่งมาก แต่คนเก่งไปบวชเลยไม่ได้ไปไหนนอกจากสวดมนต์ ยังมีคนเก่งอีกแยะในวัด เพราะมีคำภีร์ยอดวิชามากมาย ถึงเสียคำภีร์เก้าเอี๊ยงไปก็ยังมีวิชาอื่นๆอีก เพียงแต่ต้องรออัจฉริยะนานๆทีจะเกิดมาแล้วตีความในคำภีร์โบราณที่มีอยู่ในวัดได้
อ่านมังกรหยกต้องอ่านกันหลายรอบถึงจะรู้ว่ากิมย้งเหมือนจะเขียนอะไรดูเหมือนลงรายละเอียดที่ไม่จำเป็น แต่ที่จริงมักจะมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่อๆมาเสมอ แต่ต้องให้คิดตาม แบบว่าคนเขียนชอบทดสอบเชาว์ผู้อ่าน
ดัชนีสุริยันเป็นวิชาตระกูลต้วนครับตกทอดกันมา แต่หลวงจีนอิดเต็งสมัยเป็นฆราวาสฝึกวิชาดัชนีสุริยันไม่แตกฉาน เลยไปเชิญเฮ้งตังเอี๊ยงที่ตอนนั้นออกบวชแล้วมาช่วยอธิบายคำที่ไม่เข้าใจในวิชาดัชนีสุริยัน ตอนนั้นพาจิวแปะทงไปด้วยเลยเกิดเรื่องทำสนมรัก เอ็งโกวท้องครับ
นฉบับแรกๆ กิมย้งเคยเขียนว่าดรรชนีสุริยันเป็นของเฮ้งตั้งเอ๊ยง เขียนอยู่สักประโยคหนึ่งช่วงต้นจริง ถ้าอ่านผ่านๆแทบไม่เจอประโยคนี้เลย แมอ่านไปเรื่อยๆจนถึงท้ายๆ เนื้อหาชักเริ่มเปลี่ยนเป็นว่านิ้วสุริยันเป็นวิชาถ่ายทอดกันมาเรื่อยๆ ดังน้นจึงดูจากเจตนาของผู้เขียนคงต้องการให้นิ้วสุริยันเป็นของตระกูลต้วน ยิ่งฉบับแก้ไขใหม่ระบุชัดเจนว่านิ้วสุริยันเป็นของตระกูลต้วน
โดยส่วนตัวผมชอบฉบับเก่ามากที่สุด ฉบับที่กิมย้งนำมาแก้ไข เพื่อทำให้เนื้อหากระชับขึ้น โดยตัดรายละเอียดบางส่วนออกไปค่อนข้างมาก ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มีส่วสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ในยุคนั้น
อีกเรื่องหนึ่งคือนิยายแปลจีนเวลานำกลับมาพิมพ์ใหม่หรือแปลกันใหม่ เนื้อเรื่องกระชับมาก โครงเรื่องรายละเอียดบางส่วนหายไปดื้อๆ ถ้าคนไม่เคยอ่านฉบับก่อนๆก็ไม่รู้สึก แต่คนที่เคยอ่านจะรู้ทันทีถ้าอ่านจนจำได้ สาเหตุส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะคนเขียนแก้สำนวน เพราะคนเขียนไม่ได้แก้สำนวนใหม่ แต่มาจากการแปลของพวกเราเอง ขนาดคนแปลคนเดิมเอางานเก่ามาพิมพ์ แก้สำนวนซะห้วน ตัดรายละเอียดบางส่วนทิ้งดื้อๆ เพราะไม่อยากให้หนังสือหนา เพราะราคาหนังสือก็แพงอยู่แล้ว ถ้ามันหนาเป็นหลายเล่มกลัวขายไม่ออก นิยายจีนเด๋ยวนี้เปิดอ่านแล้ววางไว้ชั้นเหมือนเดิม ไปเดินหาเช่าอ่านจากร้านหนังสือนิยายแปลที่มีต้นฉบับเก่าๆใหอ่านดีกว่า นิยายจีนเป็นงานศิลป์ครับ รักจะเอามาพิมพ์ใหม่อย่าทำลายคุภาพตัวเองด้วยครับ
ส่วนคำถามว่าเตียบ้อกี้กับเฉียวฟงใครเก่งกว่ากัน ไม่อยากตอบเลย เอาเป็นว่าคุณว่าใครดีกว่า แต่เฉียวฟงเคยคิดในใจว่า หากต้วนอี้ทุ่มเทฝีมือจนเปล่งอานุภาพกระบี่ชีพจรได้สมบูรณ์แม้แต่เฉียวฟงเองก็ต้านไม่อยู่ ส่วนหลวงจีนคนกลางน้องรองคนนี้แหล่ะมีพลังภายในสูสีกับต้วนอี้เลย เพราะดูดพลังภายในจากยอดยุทธเกินร้อย้ปีทั้งนั้น วิชาสำนักนี้ก็ร้ายกาจมาก เสียดายสาบสูญหมด ไม่งั้นในมังกรหยกคงสนุกกว่านี้อีกเยอะ ถ้าเหลือมาถึงรุ่นก่วยเจ๋ง
หลังจากคำถามว่าเตียบ้อกี้เก่งแค่ไหนเมื่อเทียบกับเอี้ยก้วยและก๋วยเจ๋งคนรุ่นก่อนผ่านไปแล้ว
คราวนี้มาถึงคำถามเรื่องเตียบ้อกี้กับแม่นางเสื้อเหลืองซึ่งอาจจะเป็นหลานหรือเหลนของเอี้ยก้วยนั่นเอง
ก่อนที่จะบอกว่าใครเก่งกวาใคร ขออธิบายเรื่องอื่นก่อนนิดนึง อันจะโยงไปสู่คำตอบเรื่องนี้ในภายหลัง
………………………………………………………………..
1. ทำไมโจวจือเย่อสู้กับเยบ้อดี้ได้นาน แต่เจอแม่นางเอี้ยซัดทีเดียวกระเด็นเลย??
คำตอบ คือ แม่นางเอี้ยฝึกวิชาเดียวกันกับโจวจือเย่อ ต่างกันที่แม่นางเอี้ยฝึกวิชาทั้งหมดในคำภีร์เก้าอิมเป็นเวลาหลายปี แต่โจวจือเย่อมีเวลาแค่สามเดือน จึงไม่สามารถฝึกวิชาขั้นสูงในคำภีร์เก้าอิมได้ ต้องเลือกฝึกแต่วิชาพื้นฐานที่ฝึกง่ายหน่อยแต่อานุภาพน่ากลัวเพียงพอจะเอาชนะชาวยุทธทั้งหลายเว้นแต่จะไปเจอยอดฝีมือขั้นสูงสุด
วิชามารกระดูกขาวฝึกได้หลายแบบ ผู้ฝึกต้องมีพลังแบบหยาง (เย็นยะเยียบ) จนกล้าแข็งถึงระดับหนึ่งก่อน
ปัญหาคือจะทำยังไงถึงจะฝึกพลังภายในแบบหยางให้กล้าแข็ง มีวิธีฝึกหลายวิธทั้งแบบธัมมะและอธรรม
แบบอธรรมฝึกง่าเป็นเร็วเพราะเรียนลัด แต่ผู้ฝึกจะกลายป้นมารไม่รู้ตัว แบบอนาคินปลี่ยนเป็นดาร์ธเวเดอร์ อันนี้ผลจากการเรียนลัด วิธีฝึกแบบมารคือไปดูดพลังหยางจากโครงกระดูกมาไว้ในร่างกายจนกล้าแข็ง เล่นของต่ำเลยกลายเป็นมาร ฝึกแนวทางนี้หน้าตาและนิสัยจะน่าเกลียดลงเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นลูกศิษย์อึ้งเอี๊ยะซือ ตั้งทิฮวง บ๊วยเทียวฮวง เดิมเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดี นิสัยซื่อสัตย์ ฝึกไปแล้วหน้ากลายเป็นผี นิสัยชอบฆ่าคนเป็นงานอิเรก ส่วนโจวือเย่อฝึกได้แค่สามเดือนเลยยังฝึกได้ไม่มาก หน้าตาจึงยังไม่น่าเกลียด แต่เห้นไหมครับช่วงใช้วิชามารกระดูกขาวหน้าตาออกไปในทางชั่วร้ายเล็บงอกด้วย
ถ้าฝึกแบบธัมมะคือต้องนั่งฝึกพลังภายในทีละขั้นจนแกร่งกล้า แต่แบบนี้ใช้เวลาหลายปี แม่นางเอี้ยฝึกแบบนี้ก่อน พอใช้วิชามารกระดูกขาวเลยหน้าตายังสวย เล็บไม่งอก แถมดูสวยงามอีกตะหาก
ที่จริงวิชานี้ไม่ได้ชื่อวิชามารกระดูกขาว แต่เพราะชาวยุทธเห็นผู้ฝึกแบบมาร ที่มีหน้าตาน่าเกลียด เล็บงอก ฝึกจากโครงกระดูกเลยตั้งชื่อแบบนี้
มีเรื่องหนึ่งทีน่าสนใจคือ เหมยเทียวฮวงยอมตายแทนอึ้งเอี๊ยะซือในการประลองกับเจ็ดนักพรตชวนจินก้า ตรงนี้อ่านเผินๆจะไม่คิดอะไร แต่ที่จริงแล้วกิมย้งต้องการสอนว่า คนดีเลือกหากเลือกเดินทางผิดชีวิตก็พังทลาย ดังนั้นอย่าเดินทางผิด แล้วยังบอกเป็นนัยว่าโดยพื้นฐานแล้วลูกศิษย์ของอึ้งเอี๊ยะซือดีหมด แม้จะหลงเดินทางชั่วในยามสุดท้ายของชีวิตยังเรียกคุณธรรมกลับคืนมาได้
ตรงกับปัจจุบนนี้คืออย่าคบมารหน้าเหลี่ยม เดี๋ยวจะโดนไอมาร ความดีหายหมด กลายเป็นคนชั่วของสังคม
การที่แม่นางเอี้ยจู่โจมโจวจือเย่อเพียงท่าเดียวกระเด็นเลย เพราะรู้ถึงจุดอ่อนในท่าต่างๆของวิชานี้ เพราะตัวเองฝึกมาแล้วอย่างชำนาญ
ส่วนเตียบ้อกี้ไม่เคยพเห็นวิชานี้มาก่อนในชีวิตจึงอดตื่นเต้นอยากรู้ความร้ายกาจของวิชานี้ จึงปล่อยให้โจวจือเย่อแสดงกระบวนท่าที่เรียนรู้ออกมาทั้งหมด
ต้องอย่าลืมว่าคำภีร์เก้าเอี๊ยงไม่ได้สอนกระบวนท่าแต่สอนฝึกพลังภายในแบบการนั่งกรรมฐานแบบสงฆ์ ผู้ฝึกสำเร็จไม่เพียงมีพลังภายในสูงส่ง แต่มีประสาทสัมผัสไวมาก ผลจากการฝึกตามคำภีร์เก้าเอี๊ยง ทำให้เตียบ้อกี้มีความจำดีเหนือกว่าคนทั่วไป 10 เท่า กล่าวคือมีความจำแบบภาพถ่าย
ดังนั้นเมื่อหลวงจีนเส้าหลินร่ายรำวิชาเพลงมวยเพียงรอบเดียวหรือเตียซำฮงรำมวยรอบเดียว เตียบ้อกี้รำได้ดีกว่าเจ้าของวิชาซะอีก อีกทั้งสมัยที่ต้องประลองกับชาวยุทธ์ที่บุกพรรคจรัส เตียบ้อกี้งไม่รู้จักกระบวนท่า แต่อาศัยปล่อยให้คู่ต่อสู้บกก่อนแล้วจำกระบวนท่าคู่ต่อสู้มาดัดแปลงเป็นเพลงมวยตีโต้กลับไป ตรงน้ในนิยายเขียนไว้อ่านสนุกมากเรื่องการต่อสู้ของเตียบ้อกี้ใหมู่ชาวยุทธ์ สนุกกว่าในทีวีอีก สุดท้ายชาวยุทธต่างสงสัยว่าเตียบ้อกี้เป็นศิษย์สำนักไหนกันแน่ เพราะดึงเอาวิชาสำนักโน้นมาสู้กับสำนักนี้ ที่จริงเตียบ้อกี้ใช้วิธีสู้ไปจำไป นอกจากนี้สมัยอยู่บนเกาะย้ำแข็งไฟโลกันต์ เจี่ยซุ่นเอาเคล็ดวิชาที่ขโมยมาจากชาวยุทธที่ตนเองฆ่ามาสอนให้เตียบ้อกี้ท่องจำ พอดูไปก็นึกถึงเคล็ดวิชาที่เคยท่องมาใช้ได้ทันที
ดังนั้นที่เตียบ้อกี้จึงสู้กับโจวจือเย่อนานเพราะอยากรู้วิชาคู่ต่อสู้ และเมื่อรู้แล้วก้ไม่อยากโต้กลับเพาะกลัวพลาดพลั้งทำร้ายคู่ต่อสู้
………………………………………………………….
2. แม่นางเอี้ยกับเตียบ้อกี้ใครเก่งกว่ากัน
ด้านกระบวนท่าแม่นางเอี้ยเหนือกว่า
เพราะเอี้ยก้วยและเสียวเล้งนึ่งฝึกกระบวนท่ามากมาย เช่น วิชากระบี่ดำของต๊กโกวคิ้วป่าย ไม้เท้าตีสุนัขของอั้งชิดกง วิชากระบี่ชวนจินเฮงตั้งเอี๊ยง วิชากระบี่สุสานโบราณลิ้มเฉียวเอ็ง วิชาคางคกของอาวเอี้ยงฮง วิชาสองคนสู้กันจากจิวแปะทง
แต่ละวิชาฝึกอย่างจริงจังก็เหลือเฟือแล้วที่จะเป้นจ้าวยุทธ
ที่จริงยังมีอีกวิชา คือวิชาเศร้าสลดปลิดวิญญาณที่เอี้ยก้วยคิดเองในภายหลัง แต่วิชานี้ลูกหลานคงฝึกไม่ได้และตายพร้อมเอี้ยก้วย เพราะวิชานี้ผู้ฝึกต้องเสียใจระทมรักจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ ซึ่งลูกหลานของเอี้ยก้วยคงไม่มีใครต้องระทมรักแบบนั้นอีก
แต่ต้องอย่าลืมว่าแม่นางเอี้ยเป็นหญิงจึงฝึกเพลงกระบี่ดำได้ยาก เพราะโดยนิสัยผู้หญิงและความอำมหิตที่จะต้องไปถือกระบี่เล่มโตย่อมไม่ถนัด ส่วนวิชากระบี่สุสานโบราณเป็นวิชาเน้นความสวยงามและไม่เอาถึงตายแค่บาดเจ็บและจะมีอานุภาพต้องร่ายรำคู่กับเพลงกระบี่ชวนจิน เพราะคนคิดวิชานี้ลิ้มเฉียวเอ็งเป็นคนเมตตาไม่ได้ต้องการเอาชีวิตคู่ต่อสู้ ส่วนวิชาคางคกท่าร่างน่าเกลียดมากเพราะต้องไปนั่งกางขาแบบคางคก ผู้หญิงคงไม่ไปฝึกวิชานี้
ดังนั้นผมคิดว่าแม่นาเอี้ยเรียนวิชาไม้เท้าตีสุนัขและสองคนตีกันรวมทั้งวิชามารกระดูกขาว แล้วก็วชากระบี่ชวนจินและกระบี่สุสานโบราณ คืออาศัยหลักนุ่มนวลสยบแข็งกร้าว
ด้านพลังภายในเตียบ้อกี้เหนือกว่า
เพราะเตียบ้อกี้ฝึกวิชาจากคำภีร์เก้าเอี๊ยงที่เป้นพลังภายในสถาบันสงฆ์อย่างแท้จริง ซึ่งวิชาสงฆ์มักถือพรหมจรรย์ไม่เสียตัวก่อนฝึกเสร็จ ผมถือว่าเตียบ้อกี้ถือว่ายังไม่ได้ฝึกเก้าอิม เพราะคำภีร์เก้าอิมในนิยายได้มาตอนเกือบจบแล้ว ตอนนั้นแม่นางเอี้ยกลับสุสานไปนานแล้ว โดยทั่วไปร่างกายผู้ชายจะฝึกพลังภายในดีกว่าผู้หญิง อันนี้ไม่รู้ทำไม แต่ถ้าให้ฝึกพร้อมกันนี่ผู้ชายจะฝึกก้าวหน้ากว่า สงสัยกินแรงเยอร์อึดมาก
ส่วนวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลเป้นวิชาแบบคานดีดคานงัด คือย้ายพลังคู่ต่อสู้ที่จู่โจมตนไปยังอีกคนหนึ่ง ไม่ถือเปเนวิชาพลังภายในแบบแท้จริง แต่วิชานี้มีข้อดีคือถ้าโดนรุมยิ่งแสดงอานุภาพ เพาะคนที่รุมเหมือนสู้กันเอง เพราะไม่ถูกเตียบ้อกี้แต่ไปโดนอีกคนหนึ่งแทน เลยเป็นที่มาของคำว่าเคลื่อนย้าย เพราะไปย้ายพลังคู่ต่อสู้ไปยังผู้อื่น
ส่วนแม่นางเอี้ยแม้ฝึกพลังภายในตามคำภีร์เก้าอิม แต่การฝึกยุทธ์ขั้นสูงต้องอาศัยผู้ชายช่วยด้วย จะเห็นว่าทั้งอึ้งย้งและก๋วยเจ๋งยังต้องนั่งแก้ผ้าเอามือประกันถ่ายพลังไปมา เอี้ยก้วยก็ต้องไปนั่งประกบมือกับเสียวเล้งนึ้ง แต่แม่นางเอี้ยผมเข้าใจว่าเป็นสาวโสดไม่แต่งงาน ดังนั้นไม่น่าจะข้ามไปฝึกกำลังภยในถึงขั้นนั้นได้ วิชานี้ต้องมีแฟนก่อนคราบ
ด้านกระบวนท่าเตียบ้อกี้ฝึกแต่เพลงมวยไท้เก้กและวิชามวยเส้าหลินที่ไปกจำ นอกจากนั้นก็วิชาเพลงยุทธพื้นๆที่ลักจำมาแต่ที่มอานุภาพรุนแรงเพราะอาศัยพลังภายในตัวเองเป็นตัวขับอานุภาพ
เมื่อรู้ข้อดีและด้อยแล้ว หากสองคนมาประลองกัน โดยส่วนตัวผมคิดว่าเตียบ้อกี้ชนะ เพราะเตียบ้อกี้มีวิชาเคลื่อนกายย้ายร่างที่ทำให้ไม่ต้องกลัวเรื่องกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ เพราะย้ายพลังได้ตลอด ส่วนเรื่องพลังภายในเตียบ้อกี้เหนือกว่า แบบว่าพลังภายในย่อมต่อสู้แบบหนักแน่นรุนแรง ส่วนแม่นางเอี้ยต้องสู้แบบฉาบฉวยทำร้ายในมุมที่คาดไม่ถึง แตถ้าคนฝึกพลังภายในมาถึงขั้นสุดยอดแล้ว จะโจมตีมุมไหน พลังภายในจะไปคุ้มครองที่จุดตายนั้นโดยอัติโนมัติ เป็นเกราะทำให้อานุภาพลดลงไปเยอะ เว้นแต่ว่าผู้โจมตีจะมีพลังภายในสูงมาก ขนาดอานุภาพลดลงไปแล้วยังมากพอทำให้คู้ต่อสู้ถึงตาย อย่างกรณีเอี้ยก้วยกระแทกจนธรรมจักรทองตาย
แล้วพบกันใหม่นะคราบสานุศิษย์มังกรหยกทั้งหลาย จะเลียนแบบคำพูดเอี้ยก้วยตอนลำลาชาวยุทธบนเขาฮั้วซัวก็จะเว่อร์ไปหน่อย เอาแบบนี้ละกัน
แม่นางเสื้อเหลือง มาช่วยเตี้ยอกี้ครั้งแรกกล่าวไว้ว่าบรรพบุรุษตนมีความสัมพันธ์กับพรรคกะยาจก ครั้งที่สอง ใช้วิชากรงเล็บ ฉบับสมบูรณ์ปราบจิวจี้เยือก
ในสุสานโบราณห้องฝึกยุทธ ปรมจารย์ได้สลักวิชาที่ใช้ข่มวิชาชวนจินไว้ และ เฮงเตี้ยงเอี้ยงพบเข้าจึงสลักเคล็บวิชา คำภีร นพเก้าหรือเก้าอิม ฉบับสมบูรณ์ไว้ ที่ เพดานห้องลับ ภายในสุสานโบราณมีเตียงหยกหิมะ ที่ช่วยในการฝึกยุทธฝึก1ปีเท่ากับได้ผล10ปี
แม่นางเสื้อเหลือง คาดว่าอายุราวๆ27-28ปีเพียงได้นอนบนเตียงนี้.............................ฝึกวิชาไม้เท้าตีสุนัขฝึกวิชาในคำภีร์เก้าอิม เคล็ดวิชาสมบูรณ์เชื่อว่ากำลังภายในไม่ด้อยกว่า เตี้ยบ่อกี้ที่สำเร็จพลังเก้าเอี้ยง วิชาพลังเคลื่อนย้ายจักวาล กระปี่ไท้เก๊ก