นฉบับแรกๆ กิมย้งเคยเขียนว่าดรรชนีสุริยันเป็นของเฮ้งตั้งเอ๊ยง เขียนอยู่สักประโยคหนึ่งช่วงต้นจริง ถ้าอ่านผ่านๆแทบไม่เจอประโยคนี้เลย แมอ่านไปเรื่อยๆจนถึงท้ายๆ เนื้อหาชักเริ่มเปลี่ยนเป็นว่านิ้วสุริยันเป็นวิชาถ่ายทอดกันมาเรื่อยๆ ดังน้นจึงดูจากเจตนาของผู้เขียนคงต้องการให้นิ้วสุริยันเป็นของตระกูลต้วน ยิ่งฉบับแก้ไขใหม่ระบุชัดเจนว่านิ้วสุริยันเป็นของตระกูลต้วน

โดยส่วนตัวผมชอบฉบับเก่ามากที่สุด ฉบับที่กิมย้งนำมาแก้ไข เพื่อทำให้เนื้อหากระชับขึ้น โดยตัดรายละเอียดบางส่วนออกไปค่อนข้างมาก ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มีส่วสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ในยุคนั้น

อีกเรื่องหนึ่งคือนิยายแปลจีนเวลานำกลับมาพิมพ์ใหม่หรือแปลกันใหม่ เนื้อเรื่องกระชับมาก โครงเรื่องรายละเอียดบางส่วนหายไปดื้อๆ ถ้าคนไม่เคยอ่านฉบับก่อนๆก็ไม่รู้สึก แต่คนที่เคยอ่านจะรู้ทันทีถ้าอ่านจนจำได้ สาเหตุส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะคนเขียนแก้สำนวน เพราะคนเขียนไม่ได้แก้สำนวนใหม่ แต่มาจากการแปลของพวกเราเอง ขนาดคนแปลคนเดิมเอางานเก่ามาพิมพ์ แก้สำนวนซะห้วน ตัดรายละเอียดบางส่วนทิ้งดื้อๆ เพราะไม่อยากให้หนังสือหนา เพราะราคาหนังสือก็แพงอยู่แล้ว ถ้ามันหนาเป็นหลายเล่มกลัวขายไม่ออก นิยายจีนเด๋ยวนี้เปิดอ่านแล้ววางไว้ชั้นเหมือนเดิม ไปเดินหาเช่าอ่านจากร้านหนังสือนิยายแปลที่มีต้นฉบับเก่าๆใหอ่านดีกว่า นิยายจีนเป็นงานศิลป์ครับ รักจะเอามาพิมพ์ใหม่อย่าทำลายคุภาพตัวเองด้วยครับ

ส่วนคำถามว่าเตียบ้อกี้กับเฉียวฟงใครเก่งกว่ากัน ไม่อยากตอบเลย เอาเป็นว่าคุณว่าใครดีกว่า แต่เฉียวฟงเคยคิดในใจว่า หากต้วนอี้ทุ่มเทฝีมือจนเปล่งอานุภาพกระบี่ชีพจรได้สมบูรณ์แม้แต่เฉียวฟงเองก็ต้านไม่อยู่ ส่วนหลวงจีนคนกลางน้องรองคนนี้แหล่ะมีพลังภายในสูสีกับต้วนอี้เลย เพราะดูดพลังภายในจากยอดยุทธเกินร้อย้ปีทั้งนั้น วิชาสำนักนี้ก็ร้ายกาจมาก เสียดายสาบสูญหมด ไม่งั้นในมังกรหยกคงสนุกกว่านี้อีกเยอะ ถ้าเหลือมาถึงรุ่นก่วยเจ๋ง