หลังจากคำถามว่าเตียบ้อกี้เก่งแค่ไหนเมื่อเทียบกับเอี้ยก้วยและก๋วยเจ๋งคนรุ่นก่อนผ่านไปแล้ว
คราวนี้มาถึงคำถามเรื่องเตียบ้อกี้กับแม่นางเสื้อเหลืองซึ่งอาจจะเป็นหลานหรือเหลนของเอี้ยก้วยนั่นเอง
ก่อนที่จะบอกว่าใครเก่งกวาใคร ขออธิบายเรื่องอื่นก่อนนิดนึง อันจะโยงไปสู่คำตอบเรื่องนี้ในภายหลัง
………………………………………………………………..
1. ทำไมโจวจือเย่อสู้กับเยบ้อดี้ได้นาน แต่เจอแม่นางเอี้ยซัดทีเดียวกระเด็นเลย??
คำตอบ คือ แม่นางเอี้ยฝึกวิชาเดียวกันกับโจวจือเย่อ ต่างกันที่แม่นางเอี้ยฝึกวิชาทั้งหมดในคำภีร์เก้าอิมเป็นเวลาหลายปี แต่โจวจือเย่อมีเวลาแค่สามเดือน จึงไม่สามารถฝึกวิชาขั้นสูงในคำภีร์เก้าอิมได้ ต้องเลือกฝึกแต่วิชาพื้นฐานที่ฝึกง่ายหน่อยแต่อานุภาพน่ากลัวเพียงพอจะเอาชนะชาวยุทธทั้งหลายเว้นแต่จะไปเจอยอดฝีมือขั้นสูงสุด
วิชามารกระดูกขาวฝึกได้หลายแบบ ผู้ฝึกต้องมีพลังแบบหยาง (เย็นยะเยียบ) จนกล้าแข็งถึงระดับหนึ่งก่อน
ปัญหาคือจะทำยังไงถึงจะฝึกพลังภายในแบบหยางให้กล้าแข็ง มีวิธีฝึกหลายวิธทั้งแบบธัมมะและอธรรม
แบบอธรรมฝึกง่าเป็นเร็วเพราะเรียนลัด แต่ผู้ฝึกจะกลายป้นมารไม่รู้ตัว แบบอนาคินปลี่ยนเป็นดาร์ธเวเดอร์ อันนี้ผลจากการเรียนลัด วิธีฝึกแบบมารคือไปดูดพลังหยางจากโครงกระดูกมาไว้ในร่างกายจนกล้าแข็ง เล่นของต่ำเลยกลายเป็นมาร ฝึกแนวทางนี้หน้าตาและนิสัยจะน่าเกลียดลงเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นลูกศิษย์อึ้งเอี๊ยะซือ ตั้งทิฮวง บ๊วยเทียวฮวง เดิมเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดี นิสัยซื่อสัตย์ ฝึกไปแล้วหน้ากลายเป็นผี นิสัยชอบฆ่าคนเป็นงานอิเรก ส่วนโจวือเย่อฝึกได้แค่สามเดือนเลยยังฝึกได้ไม่มาก หน้าตาจึงยังไม่น่าเกลียด แต่เห้นไหมครับช่วงใช้วิชามารกระดูกขาวหน้าตาออกไปในทางชั่วร้ายเล็บงอกด้วย
ถ้าฝึกแบบธัมมะคือต้องนั่งฝึกพลังภายในทีละขั้นจนแกร่งกล้า แต่แบบนี้ใช้เวลาหลายปี แม่นางเอี้ยฝึกแบบนี้ก่อน พอใช้วิชามารกระดูกขาวเลยหน้าตายังสวย เล็บไม่งอก แถมดูสวยงามอีกตะหาก
ที่จริงวิชานี้ไม่ได้ชื่อวิชามารกระดูกขาว แต่เพราะชาวยุทธเห็นผู้ฝึกแบบมาร ที่มีหน้าตาน่าเกลียด เล็บงอก ฝึกจากโครงกระดูกเลยตั้งชื่อแบบนี้
มีเรื่องหนึ่งทีน่าสนใจคือ เหมยเทียวฮวงยอมตายแทนอึ้งเอี๊ยะซือในการประลองกับเจ็ดนักพรตชวนจินก้า ตรงนี้อ่านเผินๆจะไม่คิดอะไร แต่ที่จริงแล้วกิมย้งต้องการสอนว่า คนดีเลือกหากเลือกเดินทางผิดชีวิตก็พังทลาย ดังนั้นอย่าเดินทางผิด แล้วยังบอกเป็นนัยว่าโดยพื้นฐานแล้วลูกศิษย์ของอึ้งเอี๊ยะซือดีหมด แม้จะหลงเดินทางชั่วในยามสุดท้ายของชีวิตยังเรียกคุณธรรมกลับคืนมาได้
ตรงกับปัจจุบนนี้คืออย่าคบมารหน้าเหลี่ยม เดี๋ยวจะโดนไอมาร ความดีหายหมด กลายเป็นคนชั่วของสังคม
การที่แม่นางเอี้ยจู่โจมโจวจือเย่อเพียงท่าเดียวกระเด็นเลย เพราะรู้ถึงจุดอ่อนในท่าต่างๆของวิชานี้ เพราะตัวเองฝึกมาแล้วอย่างชำนาญ
ส่วนเตียบ้อกี้ไม่เคยพเห็นวิชานี้มาก่อนในชีวิตจึงอดตื่นเต้นอยากรู้ความร้ายกาจของวิชานี้ จึงปล่อยให้โจวจือเย่อแสดงกระบวนท่าที่เรียนรู้ออกมาทั้งหมด
ต้องอย่าลืมว่าคำภีร์เก้าเอี๊ยงไม่ได้สอนกระบวนท่าแต่สอนฝึกพลังภายในแบบการนั่งกรรมฐานแบบสงฆ์ ผู้ฝึกสำเร็จไม่เพียงมีพลังภายในสูงส่ง แต่มีประสาทสัมผัสไวมาก ผลจากการฝึกตามคำภีร์เก้าเอี๊ยง ทำให้เตียบ้อกี้มีความจำดีเหนือกว่าคนทั่วไป 10 เท่า กล่าวคือมีความจำแบบภาพถ่าย
ดังนั้นเมื่อหลวงจีนเส้าหลินร่ายรำวิชาเพลงมวยเพียงรอบเดียวหรือเตียซำฮงรำมวยรอบเดียว เตียบ้อกี้รำได้ดีกว่าเจ้าของวิชาซะอีก อีกทั้งสมัยที่ต้องประลองกับชาวยุทธ์ที่บุกพรรคจรัส เตียบ้อกี้งไม่รู้จักกระบวนท่า แต่อาศัยปล่อยให้คู่ต่อสู้บกก่อนแล้วจำกระบวนท่าคู่ต่อสู้มาดัดแปลงเป็นเพลงมวยตีโต้กลับไป ตรงน้ในนิยายเขียนไว้อ่านสนุกมากเรื่องการต่อสู้ของเตียบ้อกี้ใหมู่ชาวยุทธ์ สนุกกว่าในทีวีอีก สุดท้ายชาวยุทธต่างสงสัยว่าเตียบ้อกี้เป็นศิษย์สำนักไหนกันแน่ เพราะดึงเอาวิชาสำนักโน้นมาสู้กับสำนักนี้ ที่จริงเตียบ้อกี้ใช้วิธีสู้ไปจำไป นอกจากนี้สมัยอยู่บนเกาะย้ำแข็งไฟโลกันต์ เจี่ยซุ่นเอาเคล็ดวิชาที่ขโมยมาจากชาวยุทธที่ตนเองฆ่ามาสอนให้เตียบ้อกี้ท่องจำ พอดูไปก็นึกถึงเคล็ดวิชาที่เคยท่องมาใช้ได้ทันที
ดังนั้นที่เตียบ้อกี้จึงสู้กับโจวจือเย่อนานเพราะอยากรู้วิชาคู่ต่อสู้ และเมื่อรู้แล้วก้ไม่อยากโต้กลับเพาะกลัวพลาดพลั้งทำร้ายคู่ต่อสู้
………………………………………………………….
2. แม่นางเอี้ยกับเตียบ้อกี้ใครเก่งกว่ากัน
ด้านกระบวนท่าแม่นางเอี้ยเหนือกว่า
เพราะเอี้ยก้วยและเสียวเล้งนึ่งฝึกกระบวนท่ามากมาย เช่น วิชากระบี่ดำของต๊กโกวคิ้วป่าย ไม้เท้าตีสุนัขของอั้งชิดกง วิชากระบี่ชวนจินเฮงตั้งเอี๊ยง วิชากระบี่สุสานโบราณลิ้มเฉียวเอ็ง วิชาคางคกของอาวเอี้ยงฮง วิชาสองคนสู้กันจากจิวแปะทง
แต่ละวิชาฝึกอย่างจริงจังก็เหลือเฟือแล้วที่จะเป้นจ้าวยุทธ
ที่จริงยังมีอีกวิชา คือวิชาเศร้าสลดปลิดวิญญาณที่เอี้ยก้วยคิดเองในภายหลัง แต่วิชานี้ลูกหลานคงฝึกไม่ได้และตายพร้อมเอี้ยก้วย เพราะวิชานี้ผู้ฝึกต้องเสียใจระทมรักจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ ซึ่งลูกหลานของเอี้ยก้วยคงไม่มีใครต้องระทมรักแบบนั้นอีก
แต่ต้องอย่าลืมว่าแม่นางเอี้ยเป็นหญิงจึงฝึกเพลงกระบี่ดำได้ยาก เพราะโดยนิสัยผู้หญิงและความอำมหิตที่จะต้องไปถือกระบี่เล่มโตย่อมไม่ถนัด ส่วนวิชากระบี่สุสานโบราณเป็นวิชาเน้นความสวยงามและไม่เอาถึงตายแค่บาดเจ็บและจะมีอานุภาพต้องร่ายรำคู่กับเพลงกระบี่ชวนจิน เพราะคนคิดวิชานี้ลิ้มเฉียวเอ็งเป็นคนเมตตาไม่ได้ต้องการเอาชีวิตคู่ต่อสู้ ส่วนวิชาคางคกท่าร่างน่าเกลียดมากเพราะต้องไปนั่งกางขาแบบคางคก ผู้หญิงคงไม่ไปฝึกวิชานี้
ดังนั้นผมคิดว่าแม่นาเอี้ยเรียนวิชาไม้เท้าตีสุนัขและสองคนตีกันรวมทั้งวิชามารกระดูกขาว แล้วก็วชากระบี่ชวนจินและกระบี่สุสานโบราณ คืออาศัยหลักนุ่มนวลสยบแข็งกร้าว
ด้านพลังภายในเตียบ้อกี้เหนือกว่า
เพราะเตียบ้อกี้ฝึกวิชาจากคำภีร์เก้าเอี๊ยงที่เป้นพลังภายในสถาบันสงฆ์อย่างแท้จริง ซึ่งวิชาสงฆ์มักถือพรหมจรรย์ไม่เสียตัวก่อนฝึกเสร็จ ผมถือว่าเตียบ้อกี้ถือว่ายังไม่ได้ฝึกเก้าอิม เพราะคำภีร์เก้าอิมในนิยายได้มาตอนเกือบจบแล้ว ตอนนั้นแม่นางเอี้ยกลับสุสานไปนานแล้ว โดยทั่วไปร่างกายผู้ชายจะฝึกพลังภายในดีกว่าผู้หญิง อันนี้ไม่รู้ทำไม แต่ถ้าให้ฝึกพร้อมกันนี่ผู้ชายจะฝึกก้าวหน้ากว่า สงสัยกินแรงเยอร์อึดมาก
ส่วนวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลเป้นวิชาแบบคานดีดคานงัด คือย้ายพลังคู่ต่อสู้ที่จู่โจมตนไปยังอีกคนหนึ่ง ไม่ถือเปเนวิชาพลังภายในแบบแท้จริง แต่วิชานี้มีข้อดีคือถ้าโดนรุมยิ่งแสดงอานุภาพ เพาะคนที่รุมเหมือนสู้กันเอง เพราะไม่ถูกเตียบ้อกี้แต่ไปโดนอีกคนหนึ่งแทน เลยเป็นที่มาของคำว่าเคลื่อนย้าย เพราะไปย้ายพลังคู่ต่อสู้ไปยังผู้อื่น
ส่วนแม่นางเอี้ยแม้ฝึกพลังภายในตามคำภีร์เก้าอิม แต่การฝึกยุทธ์ขั้นสูงต้องอาศัยผู้ชายช่วยด้วย จะเห็นว่าทั้งอึ้งย้งและก๋วยเจ๋งยังต้องนั่งแก้ผ้าเอามือประกันถ่ายพลังไปมา เอี้ยก้วยก็ต้องไปนั่งประกบมือกับเสียวเล้งนึ้ง แต่แม่นางเอี้ยผมเข้าใจว่าเป็นสาวโสดไม่แต่งงาน ดังนั้นไม่น่าจะข้ามไปฝึกกำลังภยในถึงขั้นนั้นได้ วิชานี้ต้องมีแฟนก่อนคราบ
ด้านกระบวนท่าเตียบ้อกี้ฝึกแต่เพลงมวยไท้เก้กและวิชามวยเส้าหลินที่ไปกจำ นอกจากนั้นก็วิชาเพลงยุทธพื้นๆที่ลักจำมาแต่ที่มอานุภาพรุนแรงเพราะอาศัยพลังภายในตัวเองเป็นตัวขับอานุภาพ
เมื่อรู้ข้อดีและด้อยแล้ว หากสองคนมาประลองกัน โดยส่วนตัวผมคิดว่าเตียบ้อกี้ชนะ เพราะเตียบ้อกี้มีวิชาเคลื่อนกายย้ายร่างที่ทำให้ไม่ต้องกลัวเรื่องกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ เพราะย้ายพลังได้ตลอด ส่วนเรื่องพลังภายในเตียบ้อกี้เหนือกว่า แบบว่าพลังภายในย่อมต่อสู้แบบหนักแน่นรุนแรง ส่วนแม่นางเอี้ยต้องสู้แบบฉาบฉวยทำร้ายในมุมที่คาดไม่ถึง แตถ้าคนฝึกพลังภายในมาถึงขั้นสุดยอดแล้ว จะโจมตีมุมไหน พลังภายในจะไปคุ้มครองที่จุดตายนั้นโดยอัติโนมัติ เป็นเกราะทำให้อานุภาพลดลงไปเยอะ เว้นแต่ว่าผู้โจมตีจะมีพลังภายในสูงมาก ขนาดอานุภาพลดลงไปแล้วยังมากพอทำให้คู้ต่อสู้ถึงตาย อย่างกรณีเอี้ยก้วยกระแทกจนธรรมจักรทองตาย
แล้วพบกันใหม่นะคราบสานุศิษย์มังกรหยกทั้งหลาย จะเลียนแบบคำพูดเอี้ยก้วยตอนลำลาชาวยุทธบนเขาฮั้วซัวก็จะเว่อร์ไปหน่อย เอาแบบนี้ละกัน