จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ทายาทแห่งหมอทำขวัญ

  

ประสบการณ์ตรง 

"พิธีทำขวัญนาค"

 โดย ชำเลือง มณีวงษ์

           ครั้งแรกที่ได้เริ่มต้นทำขวัญนาค  เมื่อผมฝึกหัดกับพ่อคุณวัน มีชนะ (คุณตาวัน มีชนะ) ประมาณ 1 เดือน หรือกว่าเล็กน้อย พ่อคุณบอกว่า "เดือนหกข้างขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ (ปี พ.ศ. 2513) มีงานบวชนาค พ่อจะต้องไปทำขวัญนาค จะเอาพวกเอ็งไปด้วย ใครจำบทว่าได้เต็มเนื้อหาทั้งบทบ้าง พ่อจะจัดการครอบครูให้" ในกลุ่มหลานที่ฝึกหัดทำขวัญนาคกันทั้งหมดมี 9 คน ผมกับบุญพา มีชนะ (ปัจจุบันมีความรู้เปรียญธรรม 9 ประโยค แต่สึกจากพระแล้ว) ที่สามารถว่าบททำขวัญนาคได้โดยลำพังจบบท ผมบอกกับพ่อคุณว่า "พ่อ ผมว่าบทนามนาคได้จบเลย" ส่วนบุญพา เขาว่าบทเคารพคุณได้จบเช่นกัน พ่อคุณวันให้เรา 2 คนทบทวนบทร้องทำขวัญนาค โดยที่พ่อคุณไม่ได้สนใจฟังเรา 2 คนร้องเลย ท่านสั่งว่า ให้เตรียมเสื้อผ้าใหม่ ๆ ไปออกงาน ขอให้สวมเสื้อขาว หรือสีอ่อน ๆ ไป

             ผมตั้งตารอวันที่จะได้ไปออกงานทำขวัญนาคร่วมกับพ่อคุณ วันเวลาที่รอดูเหมือนว่าจะนานมาก ทั้งที่มันห่างจากวันที่พ่อคุณบอกงานไม่ถึง 10 วัน  แล้ววันสำคัญที่รอคอยก็มาถึง  วันนั้นเป็นงานบวชพี่ชายของเพื่อนหมู่บ้านไฟไหม้ ตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ บ้านอยู่ไม่ห่างกันมากนักผมขับรถจักรยานยนต์ ไปรับพ่อคุณและบุญพาที่บ้าน เราไปถึงบ้านงานประมาณห้าโมงเช้าข้าวของที่ทางเจ้าภาพเตรียมเอาไว้ให้ใช้ในการประกอบพิธีทำขวัญนาค มีครบทุกอย่าง มีบายศรี 7 ชั้น ต้นสูง ส่วนบนยึดเอาไว้กับสายเชือกที่ประดับด้วยกระดาษสายรุ้งหลากสีเป็นแบบรัศมีแยกออกไป สลับด้วยงานตัดกระดาษเป็นภาพนาคพนมมือขออโหสิกรรม ห้อยเป็นระยะ ๆ สวยงามมาก พ่อคุณเตรียมขันน้ำ ทำน้ำมนต์ แล้วหยิบพานกำนลมาบอกครู ผมกับบุญพาว่าคาถาบอกครูพร้อมกับพ่อคุณ ผมและบุญพาช่วยกันหุ้มบายศรีที่ใส่เครื่องกระยาบวชเอาไว้ทั้ง 7 ชั้นแล้ว โดยหุ้มผ้าม่านเวียนขวา (ทักษิณาวัตร) ทุกอย่างเรียบร้อย พ่อคุณบอกว่า ผ้าที่หุ้มบายศรี จะต้องจัดให้สวยงามด้วย แล้วเอาพวงเงินพวงทองมาคาดรอบบายศรี  รอการเริ่มพิธี  

           

           พ่อคุณอารัมภบท กริ่นนำด้วยการกล่าวถึงที่มาของการบวชให้พ่อนาคเข้าใจ แล้วขึ้นต้นว่า ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าจะขอน้อมเกล้า   นมัสการ ประดิษฐ์ดังชุลี ประนมน้อมขึ้นเหนือเศียร.. สิโรโรจน์  เทพยะดาเจ้าจง ปรีเปรม ปราโมทย์ มโนสารจำนง แห่งพระบรมกษัตริย์ ขัตติยะวงศ์อันเรืองเดช  ท้าวไผทเทเวศร์ ทั่วทุกทิศา.. เสียงของพ่อคุณเพราะมาก ทุ้มนุ่มน่ารับฟัง พ่อคุณว่าไปจนถึงบทเคารพคุณ พ่อจึงส่งตาละปัด ให้กับบุญพา แล้วว่าต่อด้วยบทเคารพคุณจนจบ มีเสียงโห่ร้อง พร้อมกับเสียงรับ "หิ้ว.."พร้อมกัน บางตอนพ่อคุณใช้การพูดและร้องส่งด้วยเพลงไทยเดิม และร้องแหล่สลับกันไปจนถึงบทนามนาค อันเป็นตอนที่ 3 ในบทนี้กล่าวถึงการแปลงกายมาบวชของพญานาค เจ้าเมืองบาดาล พ่อคุณส่งตาละปัดให้ ผมยื่นมือไปรับตาละปัดจากพ่อคุณ แล้วเริ่มต้นร้องทำนองธรรมวัตร บทนามนาคว่า "ศรี ๆ สิทธิวิเศษ ท่านทิศาปาโมกข์สังเกตประกอบฤกษ์ เอิกเกริกทำการกุศลพิธี เทพเจ้าทึกทิศศรี พร้อมสะพรั่ง หมู่ญาติของพ่อนาคก็มานั่งอเนก...ใน"

 

             ผมว่าไปสลับกับการร้องส่งด้วยทำนองเพลง "กลองโยนตัด" เมื่อถึงตอนนาคแปลงกาย และผมร้องส่งด้วยทำนอง "สร้อยเพลง" ตอนนาคถูกขับออกจากวัด ผู้คนที่นั่งฟังในสมัยนั้นนับร้อยคนเต็มบ้านเจ้าภาพ เงียบกริบ ไม่มีเสียงคุยให้ได้ยินเลย ผมว่าทำนองธรรมวัตร จนถึงตอนสุดท้าย  "พระพุทธองค์ทรงพระกรุณา จึงได้รับฝาก จึงได้เรียกกันว่าเจ้านาค ตาม...ประเพณี ท่านทั้งหลาย ณ ที่นี่ อย่าวิมุตและสงสัย หนึ่ง กระเทย บ้าใบ้ ห้ามมิให้บวช ศาสนายิ่งยวดของตถาคต นามเจ้านาคก็หมด  ลงเพียง..นี้"

                 

          พ่อคุณทำพิธีต่อไปจนจบการทำขวัญ เข้าสู่ช่วงสุดท้าย เวียนเทียนเปิดบายศรี พ่อคุณขึ้นต้นร้องส่งท่อนแรก แล้วจุดแว่นเวียนเทียน ผมร้องทำนองนางนาคในท่อน ต่อมาสลับกับบุญพา และมาเปลี่ยนเป็นร้องทำนองลาวเสี่ยงเทียน ในช่วงสุดท้ายก่อนที่พ่อคุณจะป้อนน้ำมะพร้าวอ่อนและเจิมหน้าผากให้นาค

 

        นี่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ทายาทแห่งหมอทำขวัญของผม ซึ่งได้รับมรดกมาจากคุณตา (ผมเรียกว่า พ่อคุณ) นับจากวันนั้นมีผู้ที่ให้ความเชื่อถือในผลงานมาติดต่อให้ไปทำหน้าที่สอนนาค ที่เรียกกันว่าทำขวัญนาคติดต่อกันมาจนถึงวันนี้  แม้ว่ารูปแบบจะถูกปรับเปลี่ยนประยุกต์ไปบ้างตามสมัย (แทรกการแหล่ด้นกลอนสดแบบฉับพลัน)  แต่ในหลักการ และสาระสำคัญจะยังคงของเดิมเอาไว้ให้มากที่สุดครับ

                              

(ชำเลือง  มณีวงษ์ / ประสบการณ์ชีวิต)