ประเทศไทยนอกจากจะเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรของโลกแล้วยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยวและแฟชั่นโลกแห่งใหม่ด้วย..............

โลกอนาคต

  

                                                                                                                               

 ผมปิดหนังสือประวัติศาสตร์องค์การการค้าโลกในช่วงศควรรษที่ 21 หลังจากนั่งอ่านมาตลอดเวลาช่วงเช้าไม่อยากคิดเลยว่า ระบบการค้าระหว่างประเทศในยุคสมัยก่อนที่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนโยบายการค้าเสรีจะกลายไปเป็นนโยบายถ่วงความเจริญของโลกได้ถึงขนาดนี้ เพราะทำให้เกิดความขัดแย้งมากมายจนเกือบจะลุกลามกลายเป็นสงครามผมจำได้ว่าสมัยยังเป็นเด็กเล็กๆ มีข่าวสำคัญที่ดังไปทั่วโลกคือการประชุมขององค์การการค้าโลกที่เมืองแคนคูนในประเทศเม็กซิโก การประชุมดังกล่าวเริ่มต้นด้วยความหวังว่าจะตกลงกันได้ในประเด็นทางการค้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกษตร การเปิดตลาด การลงทุนและอื่นๆ แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้สักอย่าง  ผู้แทนประเทศต่างๆ แตกแยกกันอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในเรื่องเกษตรและประเด็นใหม่ๆ ในขณะที่ภายนอกที่ประชุมก็มีการเดินขบวนประท้วงของกลุ่มผู้ประท้วงจากทุกมุมโลกหลายพันคน มีผู้ประท้วงชาวเกาหลีคนหนึ่งใช้มีดแทงหัวใจน้อยๆ ของตนเองโดยไม่กลัวตาย และก็ต้องตายไปจริงๆ นับเป็นรอยด่างพร้อยอีกครั้งขององค์การนับตั้งแต่การประท้วงที่ซีแอ๊ตเติ้ล สหรัฐอเมริกา ชายชาวเกาหลีคนที่เสียชีวิตนี้เป็นคนที่เคยไปยืน นั่ง นอนประท้วงที่หน้าประตูองค์การการค้าโลกที่เจนีวาเป็นเวลาหลายเดือนช่วงต้นปี 2546 ซึ่งขณะนั้นอากาศหนาวมาก ใครผ่านเข้าออกองค์การก็จะเห็นชายคนนี้ใส่เสื้อกันหนาวสีเหลืองยืนตัวสั่นในมือถือป้ายประท้วงเรื่องเกษตรหน้าประตูสีเขียวขององค์การการค้าโลก ผู้แทนประเทศต่างๆ รู้จักคุ้นเคยหน้าตากันดี เพราะเวลาเดินทางไปที่ประชุมจะต้องเห็นหน้าที่มีรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากทุกครั้งไป ผู้แทนหลายคนบอกอย่างเศร้าๆ ว่าหลังจากแคนคูนแล้วเวลาไปประชุมที่องค์การยังนึกเห็นหน้าชายผู้นี้อยู่เสมอเลยการประชุมที่แคนคูนและต่อๆ มาล้มเหลวไม่เป็นท่า ตกลงอะไรกันไม่ได้เลยนอกจากรับสมาชิกใหม่ 2 ประเทศ ก็เป็นการจบการประชุมที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของโลกครั้งสำคัญแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์การในเวลาต่อมาองค์การการค้าโลกที่โด่งดังในยุคนั้นยุติบทบาทลงเมื่อสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนตัวออกจากองค์การเป็นประเทศแรก ตามมาด้วยประชาคมยุโรปและอีกหลายประเทศที่ไหวตัวทันก็ชิงลาออกกันเป็นแถว หลังจากที่องค์การการค้าโลกล่มไป โลกตกอยู่ในภาะสุญญากาศชั่วคราว การค้าระหว่างประเทศระส่ำระสายพักใหญ่ก่อนที่จะกลับไปสู่ยุคโบราณคือใช้วิธีการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ไม่มีการตั้งกำแพงภาษีกัน ไม่มีการกีดกันกันไม่ว่าในรูปแบบใดอีกแล้วใครต้องการสินค้าใดก็ใช้วิธีแลกสินค้ากันตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย สถานการณ์เช่นนี้ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหลายคนเกิดอาการพิสวงงงวยเป็นอันมาก หลายคนฉีกตำราเรียนทิ้งไปเลย                 ผมยังจำได้ว่าไม่ว่าโลกจะผ่านวิกฤติอะไรก็ตาม ข้าวไทยยังเป็นพระเอกเพราะทุกประเทศต่างต้องการข้าวไทย เราใช้ข้าวทั้งหอมมะลิและไม่หอมมะลิ(ข้าว 32 เปอร์เซ็นต์) แลกสินค้าได้ทุกอย่างตามที่เราต้องการจนไทยกลายเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมากที่สุดในยุคนี้ผมย้อนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา มีการจัดตั้งองค์การขึ้นมาใหม่แทนองค์การเดิม เรียกว่าองค์การแลกเปลี่ยนสินค้าโลก   World Barter Trade Organization   (WBTO)      เป็นองค์กรใหม่โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการจัดตั้งและก็ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากอาเซียน กลุ่มเอเปค และกลุ่มประเทศแอฟริกา แคริบเบี้ยนและแปซิฟิก โดยประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างอินเดียไม่ได้แสดงอาการขัดข้องแต่ประการใด                ผมเคยจำได้ว่าหลายสิบปีก่อนไทยนั้นมีบทบาทสำคัญในองค์การการค้าโลกมาตั้งแต่สมัยคุณศุภชัย พานิชภักดิ์เป็นผอ.ใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นคนเอเซียคนแรกและคนเดียว หลังจากนั้นเป็นคนประเทศพัฒนาแล้วทั้งนั้นจนกระทั่งเป็นองค์การแลกเปลี่ยนสินค้าโลกในปัจจุบันนั่นแหละที่มีคนไทยเป็นหัวหน้าอีกครั้งหนึ่งทุกวันนี้ประเทศต่างๆ เจริญขึ้นมากตั้งแต่    WBTO    ใหม่เกิดขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่มีประเทศพัฒนา กำลังพัฒนาหรือประเทศพัฒนาน้อยที่สุดแล้ว มีแต่ประเทศที่มีรายได้พิเศษและรายได้สูงสินค้าเกษตรไม่เป็นปัญหาระหว่างประเทศเช่นในอดีตอีกต่อไปเพราะโลกสมัยนี้ได้มีการศึกษาและกำหนดไว้เลยว่าประเทศใดสามารถปลูกพีชเกษตรอะไรดีที่สุด ก็จะให้ประเทศนั้นเป็นผู้ปลูกและป้อนตลาดโลกและก็ไม่ใช่สินค้าเกษตรอย่างเดียวแต่สินค้าอุตสาหกรรมก็ใช้วิธีการเดียวกัน วีธีการนี้ทำให้โลกผลิตของมาพอดีกับความต้องการของมนุษย์โลก ไม่เกิดการผลิตล้นเกินความต้องการภายในประเทศหรือผลิตน้อยไม่พอกับการบริโภคในประเทศเช่นสมัยก่อนไทยได้รับมอบหมายให้ปลูกข้าวหอมมะลิ และพืชสวนครัวทุกชนิด ในขณะที่จีนปลูกถั่ว ปลูกมัน เวียดนามปลูกข้าวและมันแกว สหรัฐฯ ปลูกตระไคร้กับมะเขือพวง สหภาพยุโรปปลูกถั่วงอก องุ่นและมะเขือเทศ ออสเตรเลียปลูกทะเรียนและมังคุด แอฟริกาปลูกกล้วยและแอ๊บเปิ้ล ส่วนอาหารทะเลนั้นไทยยังคงเป็นผู้นำเรื่องกุ้งทั้งทะเลและกุ้งน้ำจืด ในขณะที่ลาวกลายเป็นผู้ส่งออกอาหารแช่แข็งที่สำคัญของโลกเรื่องสินค้าบริการเฟื่องฟูสุดๆ เรื่องแรงงานที่เคยเป็นปัญหาของประเทศกำลังพัฒนาที่ถูกกีดกันมิให้เข้าไปตลาดของประเทศพัฒนาแล้วในอดีตหมดปัญหา เมื่อการไปมาหาสู่กันระหว่างคนของประเทศต่างๆ เป็นไปอย่างเสรี ไม่มีวีซ่าอีกต่อไป ใครใคร่ไปที่ไหน อยู่ที่ไหนในโลกนี้ได้ทั้งนั้นเพราะมีชิปที่ฝังอยู่ในตัวที่สามารถบอกข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างแม่นยำ พัทยา Phataya International   กลายเป็นชื่อเมืองที่มีคนนำไปตั้งชื่อเมืองมากที่สุดในโลกและสาขามากที่สุดในโลก คือมีพัทยาในสหรัฐฯ ถึง 10 พัทยาและในอีกหลายประเทศทุกทวีปประมาณ 50 พัทยาร้านอาหารไทยก็ดังไม่แพ้กัน มีในทุกประเทศทั่วโลกจนกระทั่งรัฐบาลต้องตั้งกระทรวงใหม่ชื่อว่ากระทรวงร้านอาหารไทยในต่างประเทศโดยมีรัฐมนตรีเป็นกุ๊กไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกและที่ฮือฮามากก็คือในสถานทูตไทยทุกแห่งจะมีร้านอาหารไทยและร้านไทยโอทอ๊ปตั้งอยู่ด้วยเรื่อง จีไอที่เคยมีปัญหานั้นต่อมากลายเป็นเรื่องจีทีเคไอ  Geographical  and Traditional Knowledge Indications    รวมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกันทำให้มีความชัดเจนและไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันเหมือนเดิมในส่วนของสาธารณสุขและการเข้าถึงยารักษาโรคในราคาถูกก็หมดปัญหาเช่นกัน เนื่องจากมีการจัดตั้งธนาคารยาโลก  World Medicine Bank     (WMB) ทำหน้าที่คลังแจกจ่ายยาให้กับทุกประเทศที่ต้องการโดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองไทย โรคร้ายแรงในสมัยนี้แทบจะสูญพันธ์ไปหมด ประชากรโลกส่วนใหญ่มีสุขภาพอ้วนท้วนแข็งแรงสมบูรณ์ ปัญหาก็มีเหมือนกันเพราะว่ามีแต่คนอ้วนและค่อนข้างจะอ้วนมาก ยาที่คนต้องการมากคือยาแก้ความอ้วนซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือส้มตำของไทยส้มตำไทย   Somtam    ซึ่งบัดนี้กลายมาเป็นอาหารนานาชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก มีการตั้งสถาบันสัมตำระหว่างประเทศ  International Institut of Somtam    ตลอดจนมหาวิทยาลัยส้มตำนานาชาติ  International University of Somtam   ที่มีนักเรียนจากทุกประเทศมาเรียนกันมาก แม้แต่ทำเนียบขาวก็ต้องเสริฟส้มตำของไทยทุกวัน นอกจากนั้นกระแช่ไทย  Krachair   ก็กลายเป็นสุราที่มีคุณภาพ ชื่อเสียงในระดับเดียวกับไวน์และสุราของฝรั่งเศส มีข่าวลงในกินเนสบุ๊คว่ากระแช่ไทยที่เก่ามีราคามากที่สุดของโลกคือปี 2004 มีราคาขวดละ 10000 บาท ซึ่งเท่ากับประมาณ 13000 เหรียญสหรัฐฯ ราคานี้สามารถซื้อรถยุโรปดีๆ ได้หนึ่งคันทีเดียวการค้าโลกนั้นก็ดำเนินเป็นไปด้วยดียิ่ง ไม่มีการขัดแย้งหรือข้อพิพาทมากเหมือนสมัยก่อน เพราะตลาดโลกกลายเป็นตลาดเดียวทั่วโลก  ธนาคารกลางของโลกตั้งอยู่ที่สวิสมีหน้าที่ดูแลจัดสรรเงินกำไรจากการค้าไปยังประเทศต่างๆ อย่างยุติธรรมประเทศไทยนอกจากจะเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรของโลกแล้วยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยวและแฟชั่นโลกแห่งใหม่ด้วย.........................................

กริ้งๆ กริ้งๆ  นาฬิกาปลุกหัวเตียงของผมดังขึ้น  ผมสะดุ้งตื่นอย่างงัวเงีย  เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดเสียงนาฬิกาปลุก พร้อมกับกวาดสายตาไปดูปฏิทินที่ติดอยู่ข้างฝาด้านซ้าย.............วันที่ 15 กค.  2570

เฮ้อ อีกเช้าวันหนึ่ง........ผมตั้งใจว่าหลังจากทานอาหารเช้าแล้ว จะต้องบันทึกประจำวันใน G2K ซะหน่อย วันนี้น่าจะเป็นบันทึกที่ 5000 บันทึกของผม

........................................................................

ปล.ฝันนะครับ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศฝนตกในช่วงนี้