ประเด็นร้อนที่สุดตอนนี้ที่ผมอ่านเจอ คือคนทะเลาะกัน เรื่อง เตียบ้อกี้ เก่งกว่าเอี้ยก้วยหรือก๋วยเจ๋งจริงไหม ซึ่งทุกคนจะใช้ผู้ร้ายในสมัยนั้นเป็นตัววัดความเก่งของพระเอก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาว่าคนรุ่นหลังเก่งสู้คนรุ่นก่อนไม่ได้เพราะวิชามันหายไปเยอะ
ตรงจุดนี้เราพอจะวัดความเก่งของเตียบ้อกี้ได้ครับ แต่ไม่ได้ใช้ผู้ร้ายในแต่ละรุ่นมาวัด ต้องใช้วิธีอื่น
ลองอ่านไปก่อนนะครับ แล้วค่อยมาเถียงกันว่าเตียบ้อกี้เก่งกว่าก๋วยเจ๋งหรือเอี้ยก้วยไหม
…………………………………………………………….
1. คนแรกที่พอจะรับประกันความเก่งของเตียบ้อกี้คือเตียซำฮง เพราะเตียซำฮงเห็นเตียบ้อกี้ ถึงกับอัศจรรย์ใจนักว่าทำไมหนุ่มน้อยแค่นี้กลับมีพลังภายในแกร่งกร้าวเทียบเท่าท่านก๋วยเจ๋งเมื่อครั้งกระโน้น (เตียซำฮงเจอก๋วยเจ๋งที่มีอายุ 53 และเจอเตียบ้อกี้ที่มีอายุ 18)
ตรงจุดนี้เป็นการบอกใบ้อีกแล้วครับ เพราะก๋วยเจ๋งดื่มเลือดงูจึงมีพลังภายในเพิ่มขึ้นรวดเดียว 40 ปี ยิ่งภายหลังมาฝึกวิชา 18 ฝ่ามือพิชิตมังกร พลังภายในยิ่งกล้าแข็งมากเพราะเป็นวิชาดุดัน พลังภายในก้าวหน้าเร็วมาก ส่วนเอี้ยก้วยด้านกำลังภายในน่าจะเป็นรองก๋วยเจ๋ง เพราะเอี้ยก้วยเคยนอนเตียงหยกเพิ่มพลังภายในไปอีก 20 ปี แต่วิชาที่เอี้ยก้วยฝึกไม่เน้นด้านพลังภายใน แต่เน้นด้านกระบวนท่าฉับไว ยิ่งวิชากระบี่ดำเป็นแบบฟันตรงๆในมุมพิศดาร ดังนั้นศัตรูหลบยากเผลอปุปโดนฟัน วิชาไม้ตีสุนัขก็เป็นวิชาด้านเน้นลีลาทำให้ศัตรูไม่รู้อะไรจริงอะไรเท็จ มาตอนหลังมี่เอี้ยก้วยคิดวิชาของตนเอง คือวิชาเศร้าสลดปลิดวิญญาณ วิชานี้ความรุนแรงความเศร้าโศกของผู้ใช้ จึงเป็นวิชาเอาแน่เอานอนไม่ได้ พลังภายในจึงไม่ได้ดุดันแบบสม่ำเสมอเหมือนการฝึกวิชาฝ่ามือสยบมังกร ซึ่งฝีกนานขึ้นพลังภายในยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าอาสัยพลังภายในก๋วยเจ๋งน่าจะสูงกว่าเอี้ยก้วย แต่เรื่องกระบวนท่าอำมหิตของเอี้ยก้วยร้ายกาจกว่าเยอะ เพราะโจมตีจุดตายลูกเดียว ธรรมจักรทองตายเพราะโดนฝ่ามือซัดที่จุดตายในยามที่เอี้ยก้วยเสียใจสุดขีดเพราะคิดว่าจะไม่ได้อยู่กะเสียวเล้งนึ้ง ตอนนั้นพลังภายในทั้งหมดมารวมที่ฝ่ามือจุดเดียวกระแทกใส่จุดตายของธรรมจักร
…………………………………………………………….
2. เป็นเรื่องจริงที่ว่าวิชาต่างๆในยุทธภพรุ่นต่อมาจะสู้รุ่นก่อนหน้าไม่ได้ เพราะอาจารย์จะเก็บท่าไม้ตายไม่สอนให้ลูกศิษย์ทั้งหมด อันนี้มีหลายสาเหตุ เช่น กลัวคุมลูกศฺษย์ไม่ได้ กลัวลูกศิษย์ฆ่ากันเพื่อแย่งเป็นเจ้าสำนักหลังจากตนตายจึงต้องเลือกสอนเฉพาะศิษย์ที่จะให้สืบทอดเป็นเจ้าสำนักเท่านั้น บางคนตายแต่หนุ่มยังไม่ทันหาลูกศิษย์ เพราะฆ่ากันทุกวันเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง บางทีการถ่ายทอดแบบรุ่นสู่รุ่น คนสอนก็ตีความได้ไม่หมด เมื่อถ่ายทอดก็ผิดๆถูกๆ หลังๆเข้าก็เลยเข้าป่าไปเลย ยิ่งมีมองโกลมาบุกประเทศ ชาวยุทธ์ไปตายในสนามรบก่อนถ่ายทอดวิชาให้คนรุ่นต่อไป
แต่เตียบ้อกี้เป็นข้อยกเว้นของชาวยุทธรุ่นหลัง เพราะเตียบ้อกี้ไม่ได้ฝึกวิชามาจากคน แต่ฝึกมาจากคำภีร์ต้นฉบับทั้งสิ้น คำภีร์ที่ฝึกล้วนเขียนขึ้นก่อนยุคก๋วยเจ๋งเกิดเป็นร้อยปี ดังนั้นเตียบ้อกี้จึงเป็นคนยุคหลังคนเดียวที่ฝึกแต่วิชายุคโบราณครับ
คำภีร์เก้าเอี๊ยงฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับของวัดเส้าหลิน
คำภีร์เคลื้อนย้ายจักรวาลฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับ เพราะพรรคจรัสมีกฎห้ามนำคำภีร์ออกจากเขตหวงห้ามที่ประมุขพรรคเท่านั้นมีสิทธิเข้าไปได้ ดังนั้นประมุขพรรคทุกรุ่นจึงต้องไปฝึกในเขตหวงห้ามไม่มีคนไหนนำออกมาฝึกข้างนอก ศิษย์ในพรรคไม่มีสิทธิเข้าไป สงสัยกลัวคนในพรรคจะเข้าไปขโมยคำภีร์ จนเตียบ้อกี้ในฐานะประมุขพรรคแก้ไขกฎนี้
ประมุขพรรคจรัสจะฝึกได้ถึงขั้นไหนก็แล้วแต่สติปัญญาครับ แต่ทุกคนล้วนไปฝึกในเขตหวงห้าม คำภีร์ต้นฉบับจึงไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายไปไหน ขนาดเตียบ้อกี้ฝึกสำเร็จแล้วยังวางไว้ที่เดิม
คำภีร์เก้าอิมจินเก็ง ฝึกจากคำภีร์ต้นฉบับ เพราะก๋วยเจ๊งมีคำภีร์เก้าอิมครบสมบูรณ์ ส่วนแรกมาจากตั้งทิฮวง ส่วนหลังได้มาจากจิวแปะทง ที่จริงมันเป็นฉบับเดียว แต่เฮ้งตังเอียงคงกลัวว่าจิวแปะทงจะทำหาย เลยแยกเป็นสองส่วน อย่างน้อยคงจะไม่หายรวดเดียว
สำหรับก๋วยเจ๋งและเอี้ยก้วยได้ฝึกยอดวิชาโบราณเฉพาะจากคำภีร์เก้าอิมเท่านั้น นอกนั้นก็ฝึกวิชาโดดเด่นในยุคนั้น แม้วิชา 18 ฝ่ามือมังกรจะเป็นวิชาโบราณ แต่อานุภาพก็ไม่เท่ายุคก่อนเพราะถ่ายทอดกันมาไม่ครบต้องมาคิดเสริมส่วนที่ขาดในภายหลังจากปากคำบอกเล่าคนรุ่นก่อน พูดง่ายๆคือฝึกจากคนยังไงก็สู้ตำราไม่ได้ เพราะไม่เพี้ยนเมื่อเวลาผ่านไป
3. คนรุ่นก๋วยเจ๋งและเอี้ยก้วยใช้เวลาฝึกวิชานานเป็นสิบกว่าปี แต่เตียบ้อกี้โชคดีได้ฝึกจากคำภีร์เก้าเอี๊ยงซึ่งเป็นฉบับที่คำอธิบายฝึกง่ายกว่าคำภีร์เก้าอิมเลยใช้เวลาฝึกประมาณ 6 ปี จากนั้นมาฝึกคำภีร์เคลื่อนย้ายและเก้าอิมแบบอ่านรวดเดียวจบแล้วเข้าใจทันที
ตรงนี้เพราะคำภีร์เก้าเอี๊ยงเน้นการปรับพลังภายในแนวสงฆ์ขนานแท้ ไม่ได้เน้นเรื่องวิชาการต่อสู้ ดังนั้นฝึกสำเร็จทำให้ผู้ฝึกมีพลังภายในกล้าแข็งมากจนแม้อายุจะน้อยแต่พลังภายในไม่น้อยกว่าก๋วยเจ๋ง
ตรงนี้ในนิยายเขียนถึงความวิเศษของคำภีร์เก้าเอี๊ยงไว้ว่า
เตียบ้อกี้ไม่เคยฝึกกระบวนท่าอะไรเลยเพราะในคำภีร์เก้าเอี๊ยงสอนแต่ฝึกพลังภายใน ใครกระแทกมาสะท้อนกลับไป แต่ผู้ฝึกวิชานี้สำเร็จจะมีประสาทสัมผัสรับรู้ไวมาก ดังนั้นแม้ว่าผู้อื่นจะใช้กระบวนท่ารวดเร็วขนาดไหน เตียบ้อกี้จะมองเห็นการร่ายรำนั้นอย่างชัดเจน ทำให้หลบหลีกได้ จึงพอแก้ขัดเวลาไปสู้กับคนอื่นได้แม้จะไม่มีกระบวนท่าอะไรเลย วิชาเก้าเอี๊ยงยังแฝงหลักธรรมไปด้วย ดังนั้นผู้ฝึกสำเร็จจะเป็นคนใจเมตตา ดังนั้นเตียบ้อกี้เมื่อเจอศัตรูที่ทำให้พ่อแม่ฆ่าตัวตายจึงไม่คิดล้างแค้นอีก แม้แต่โดนโจวจือเย่อทำร้ายก็ไม่โกรธเคือง อันนี้เป็นผลมาจากวิชาเก้าเอี๊ยงด้วย ต้องอ่านฉบับนิยายถึงจะรู้ความพิศดาร
ความพิศดารของคำภีร์เก้าเอี๊ยงเน้นด้านพลังภายในและอธิบายพื้นฐานวิทยายุทธ ดังนั้นเตียบ้อกี้จึงฝึกวิชายากๆอย่างอื่นโดยใช้เวลาสั้นมากประเภทรวดเดียวจบ ในขณะที่อัจฉริยะทั่วไปแม้แต่เอี้ยด้วยยังต้องฝึกกันนานสิบกว่าปี แถมเตียบ้อกี้ยังรู้ภาษาสันสกฤตเพราะตอนศึกษาตำราแพทย์เลยต้องฝึกอ่านภาษาอื่นไปด้วยจึงจะเข้าใจเนื้อหาในตำราแพทย์เหล่านั้น
………………………………………………………..
หลายคนเข้าใจว่า 3 หลวงจีนเส้าหลินกระจอก แต่ละคนอายุเกือบ 100 แล้วครับ อายุก็น้องๆเตียซำฮงทั้งนั้น ในวัยหนุ่มไม่เก่งเท่าไรเลยแพ้ประมุขพรรคจรัสรุ่นก่อนที่ฝึกวิชาเคลื่อนย้ายจักราลถึงขั้น 3 ก็ปราบได้
3 คนเลยกลับวัด หลังจากนั้นไม่ทำอะไรเลย ฝึกวิชาลูกเดียว ฝึกด้วยแรงแค้นเลยเก่งเร็ว มีวิชาแยะในเส้าหลินให้ฝึก ตายแล้วเกิดใหม่ได้หลายรอบก็ฝึกไม่หมด จึงเลือกฝึกวิชาที่ประสาน 3 คนเป็นหนึ่งเดียวไปด้วยพร้อๆกับฝึกไม้ตายที่ถนัดกันคนละอย่างสองอย่าง
แต่ขนาดอายุจะ 100 ปี cล้ว แต่ให้มาสู้กับเตียบ้อกี้ทีละคน สู้ไม่ได้ครับ เพราะเตียบ้อกี้ฝึกยอดวิชาสมัยโบราณทั้งนั้น แต่พอ 3 คนรวมพลัง ความเก่งไม่ได้เพิ่มเป็น 3 เท่าแต่เป็น 10 เท่านะครับ แต่ขนาดเก่งเพิ่มขึ้นยังสู้ได้แค่เสมอกับเตียบ้อกี้
คราวนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าหลวงจีนเส้าหลินเก่งขนาดไหน สมัยที่หลวงจีนกักเอี๋ยงอาจารย์เตียซำฮงเจอกับก๋วยเจ๋ง เอี้ยก้วยในวันสุดท้ายของฉากจบภาค 2 (ฉบับนิยายครับ ฉบับทีวีไม่สร้างถึงฉากนี้) เอี้ยก้วยถึงกับคิดในใจเลยว่า หลวงจีนกักเอี๊ยงนี่ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าอึ้งเอียะซือหรือหลวงจีนอิดเต็งเลย เผลอๆอาจจะเหนือกว่าอีก แต่ทำไมไม่เคยมีชื่อเสียงในยุทธภพ
อันนี้กิมย้งบอกใบ้ว่า หลวงจีนวัดเส้าหลินเก่งมาก แต่คนเก่งไปบวชเลยไม่ได้ไปไหนนอกจากสวดมนต์ ยังมีคนเก่งอีกแยะในวัด เพราะมีคำภีร์ยอดวิชามากมาย ถึงเสียคำภีร์เก้าเอี๊ยงไปก็ยังมีวิชาอื่นๆอีก เพียงแต่ต้องรออัจฉริยะนานๆทีจะเกิดมาแล้วตีความในคำภีร์โบราณที่มีอยู่ในวัดได้
อ่านมังกรหยกต้องอ่านกันหลายรอบถึงจะรู้ว่ากิมย้งเหมือนจะเขียนอะไรดูเหมือนลงรายละเอียดที่ไม่จำเป็น แต่ที่จริงมักจะมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่อๆมาเสมอ แต่ต้องให้คิดตาม แบบว่าคนเขียนชอบทดสอบเชาว์ผู้อ่าน