สำหรับสานุศิษย์มังกรหยกทั้งหลายที่เทิดทูนมังกรหยก นิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดในโลก เนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยทำให้ท่านที่ยังไม่เข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างมังกรหยกภาคสอง(เอี้ยก้วย)และภาคสาม(ดาบมังกรหยก) ว่าตัวเอกในภาคสองและภาคสามมีการช่วยเหลือกันอย่างไร เพราะระยะเวลาห่างไปเกือบร้อยปี
………………………………………………………………
เมื่อพูดถึงเรื่องมังกรหยกฉบับดาบมังกรหยก จะเห็นมีสตรีลึกลับสวยงามผู้หนึ่งซึ่งเคยช่วยเหลือเหลือเตียบ้อกี้ไว้ถึงสองครั้ง
ครั้งแรกเมื่อพรรคกระยาจกกล่าวหาว่าเตียบ้อกี้มีส่วนร่วมขโมยไม้เท้าตีสุนัขและฆ่าเจ้าสำนัก สตรีผู้นี้ปรากฎตัวครั้งแรกและแก้ข้อกล่าวหาให้ ในฉบับนิยายยังถ่ายทอดวิชาไม้ตีสุนัขบางท่าให้รักษาการเจ้าสำนัขพรรคกระยาจกอีกด้วย
ครั้งที่สองเมื่อครั้งชิงตัวเจี่ยซุ่น แล้วโจวจือเย่อพยายามฉวยโอกาสพยายามฆ่าเจี่ยซุ่นเพื่อปิดปากด้วยวิชามารกระดูกขาว แต่สตรีลึกลับผู้นี้กลับใช้วิชามารกระดูกขาวได้เก่งกว่าโจวจือเย่อเสียอีก จนบางคนงงไปเลยว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมรู้วิชาในดาบอิงฟ้าได้
ในทีวีสตรีผู้นี้ไม่ยอมบอกนามให้ใครทราบนาม และไม่เคยปรากฎตัวอีกเลยหลังจากนั้น ก่อนไปเพียงแต่ระบุว่าตนแซ่หยาง ซึ่งก็คือแซ่เอี้ยนั่นเอง เพราะภาษาจีนเอี้ยกะหยางอันเดียวกัน อย่างเรื่องขุนศึกตระกูลหยางหนังสือเรียกว่าขุนศึกตระกูลเอี้ย
……………………………………………………………..
ตรงนี้เองคือความฉลาดของกิมย้งที่ต้องการทดสอบสานุศิษย์มังกรหยกว่าติดตามมังกรหยกของท่านมาทุกภาคไหม ไม่งั้นจะไม่ทราบรายละเอียด
ก่อนอื่นขอเฉลยนะครับ สตรีสวยงามลึกลับผู้นี้ คือหลานหรือเหลนของเอี้ยก้วยนั่นเอง (ฉบับนิยายสตรีผู้นี้สวยงามมากอายุในราว 30 ต้นๆ เตียบ้อกี้น่าจะอยู่ในราว 24)
มาดูสิ่งที่กิมย้งบอกใบ้ให้ทราบนะครับว่ามีอะไรบ้าง
1. ในฉบับทีวีใบ้ว่าบรรพชนของนางมีความสัมพันธุ์กับพรรคกระยาจก
ในภาคสอง เราคงทราบกันดีว่าเอี้ยก้วยเคยฝึกกระบวนท่าวิชาไม้เท้าตีสุนัขจากอั้งชิดกงแต่ไม่รู้เคล็ดวิชาจึงเปล่งอานุภาพไม่ได้ ต่อมาได้แอบฟังอึ้งย้งสอนเคล็ดวิชาให้ลูอูคาที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคกระยาจกคนใหม่ และได้ฟังส่วนที่เหลืออีกครั้งตอนสู้กับเจ้าธรรมจักรทองเพื่อชิงการเป็นผู้นำยุทธภพในการประลองสามรอบ เพราะอึ้งย้งกำลังท้องสู้เองไม่ได้ และมีแต่เอี้ยก้วยที่พอจะพึ่งพาได้
……………………………………………………………..
2. ในฉบับนิยายใบ้มากกว่านี้อีก บอกว่าก่อนเจ้าสำนักพรรคกระยาจกจะถูกฆ่าตาย สั่งให้ลูกสาวถือไม้เท้าหยกไปตะโกนยังหน้าสุสานโบราณแห่งหนึ่งแล้วจะมีคนให้ความช่วยเหลือ
สุสานที่ว่านี้คือสุสานโบราณที่เอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ่งอาศัยและฝึกวิชานั่นเอง ตรงจุดนี้ยังช่วยเฉลยปริศนาอีกว่า ทำไมก๊วยเซียงถึงตามหาเอี้ยก้วยไม่พบจนอายุ 40 ปีจึงตัดใจและออกบวชตั้งสำนักง๊อไบ๊ เพราะถ้าตอนนั้นเอี้ยก้วยยังไม่ตายก็อายุ 57 เสียวเล่งนึ้งอายุ 69 โดยประมาณ (เอี้ยก้วยอายุ 35 เจอก๊วยเซียงอายุ 18 เอี้ยก้วยอายุ 8 เจอเสียวเล่งนึ้งอายุ 20 ถ้าผมจำอายุไม่ผิด)
ทำไมเอี้ยก้วยกับเสียวเล่งนึ้งต้องกลับไปอยู่สุสานโบราณ ในภาคสองเสียวเล่งนึ่งสั่งเอี้ยก้วยตั้งแต่เด็กจนโตหลายครั้งว่าศิษย์สุสานโบราณต้องกลับมาตายเคียงข้างปรมาจารย์ลิ้มเฉียวเอ็ง โดยทั้งคู่จะมานอนตายในโลงเดียวกัน อีกโลงเก็บไว้ให้ลีมอกโช้ว ซึ่งตกหน้าผาตายซะก่อนเลยไม่ได้กลับมาตายในสำนัก
ที่สำคัญที่ยังเป็นปริศนาคือ เอี้ยก้วยเคยบอกว่เสียวเล่งนึ้งว่า หากเสียวเล้งนึ้งตายวันใดจะขอตายตามด้วย ตรงนี้จึงไม่รู้ว่าเอี้ยก้วยจะฆ่าตัวตายไหมหากเสียวเล่งนึ้งตายก่อนหรืออยู่เลี้ยงลูกต่อไป
การมีสตรีลึกลับแซ่เอี้ยจึงเป็นการยืนยันว่าเอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ้งมีลูกด้วยกันหลังจากอวสานภาค 2
………………………………………………………………
3. ทำไมทายาทรุ่นหลังของเอี้ยก้วยจึงรู้จักวิชาไม้เท้าตีสุนัขและวิชาในคำภีร์เก้าอิมจินเก็ง
ในภาคสองได้เฉลยให้ทราบว่า คำภีร์เก้าอิมแต่เดิมมีสองฉบับ
ฉบับหนึ่งอยู่จิวแปะทง ซึ่งตอนหลังอึ้งเอี๊ยะซือ ,จิวแปะทง, ก๋วยเจ๋ง, อึ้งย้ง, อั้งชิดกง ได้ฝึกตามลำดับมากบ้างน้อยบ้างเท่าที่ได้มาและสภาพความสามารถทางสมอง
อีกฉบับหนึ่งปรมาจารย์สำนักชวนจินก้าไม่ยอมเสียหน้าแฟนตัวเองที่เป็นปรมาจารย์สำนักสุสานโบราณว่าลูกศิษย์รุ่นหลังฝีมือต่ำทรามกว่า เลยสลักเคล็ดวิชาให้ศิษย์รุ่นหลังแห่งสุสานโบราณดูว่า สำนักชวนจินก้ายังมีเคล็ดวิชาเก้าอิมเหนือกว่าอยู่ แม้จะไม่ใช่ของสำนักชวนจินก้าคิดเอง ซึ่งภายหลังเอี้ยก้วยและเสียวเล่งนึ้งค้นพบได้ฝึกฝนและตกทอดมายังทายาทรุ่นหลัง
ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขนั้น เอี้ยก้วยฝึกกระบวนท่าทั้งหมดจากอั้งชิดกงเมื่อครั้งประลองกับอาวเอี๊ยงฮงเพื่อดูว่าใครจะคิดเพลงมวยสยบฝ่ายตรงข้ามได้ เอี้ยกวยรู้กระบวนท่าแต่ไม่รู้เคล็ดวิชาจึงเปล่งอานุภาพไม่ได้ ฝึกไปก้เหมือนไม่ได้ฝึก อั้งชิดกงจึงถ่ายทอดให้เพราะคิดไม่ถึงว่าเอี้ยก้วยจะมารู้เคล็ดวิชาภายหลัง (วิชาไม้ตีสุนัขเป็นของหวงพรรคกระยาจกห้ามถ่ายทอดให้คนนอดกเด็ดขาด เฉพาะเจ้าสำนักพรรคกระยาจกเท่านั้นจึงมีสิทธิฝึกวิชานี้ครบทุกท่า การฝึกวิชานี้ต้องรู้ทั้งกระบวนท่าและเคล็ดวิชา เพื่อไม่ให้คนภายนอกลอกเลียนไปฝึกได้ และยังถ่ายทอดแบบปากต่อปากระหว่างเจ้าสำรักรุ่นก่อนกับรุ่นต่อไปเท่านั้น ห้ามเขียนเป็นตำรา หวงมากนักเลยสาบสูญไปเลย)
ภายหลังเอี้ยก้วยได้เคล็ดวิชาจากอึ้งย้งเมื่อตอนสอนให้ลูอูคาหัวหน้าพรรคกระยาจกรุ่นต่อไปท่องเคล็ดวิชาให้ขึ้นใจและยังได้จนครบเมื่อตอนที่ต้องชิงตำแหน่งผู้นำยุทธภพกับเจ้าธรรมจักรทองในการประลองสามรอบ เพราะอึ้งย้งท้องแก่จึงไม่มีแรงจะสู้ คนที่พอจะพึ่งพาได้ตอนนั้นมีแค่เอี้ยก้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าที่หญิงสาวไม่ยอมบอกชื่อ เอ่ยว่า บรรพชนของตนมีความสัมพันธุ์อันดีกับพรรคกระยาจก เพราะเอี้ยก้วยเคารพทั้งอั้งชิดกงและอึ้งย้ง
…………………………………………………………
4. ทำไมชาวยุทธยุคหลังจึงไม่มีรู้จักสุสานโบราณ
อย่าว่าแต่ชาวยุทธ์รุ่นหลังเลย แม้แต่ก๊วยเจ๋งเองยังไม่รู้จักเลยจนมาที่สำนักชวนจินก้าเมื่อครั้งพาเอี้ยก้วยไปลงทะเบียนเรียนที่นั่น แล้วมีคนคิดบุกสำนักชวนจินเพื่อไปยังสุสานโบราณ คนในสำนักชวนจินก้าจึงยอมเปิดปากให้ก๋วยเจ๋งรู้ว่าในสำนักชวนจินก้า ยังมีอีกสำนักตั้งอยู่ด้านหลังที่ปรมาจารย์สั่งไว้ห้ามคนในสำนักเข้าไปถือเป็นเขตหวงห้าม และห้ามบอกให้คนภายนอกรู้
ต่อมาศิษย์สำนักชวนจินก้าตายเกือบหมดเมื่อครั้งมองโกลนำทัพทำลายสำนักชวนจิน ตัว 6 บรรพชิตก็ฆ่าตัวตายพร้อมกันหมด เพราะไม่ยอมหนีและไม่ยอมถูกจับ คนที่รู้ว่ายังมีสุสานโบราณอยู่หลังสำนักชวนจินก้าจึงน้อยลงไปอีก ผ่านไปอีกร้อยปีคนที่รู้ตายหมดแล้ว สุสานโบราณจึงกลายเป็นความลับตลอดกาล ยกเว้นแต่คนในสำนักสุสานจะติดต่อกับคนภายนอก
จึงเป็นไปได้ว่าการที่เจ้าสำนักพรรคกระยาจกบอกทางให้ลูกสาวเดินทางไปยังสุสานโบราณได้ เพราะทายาทเอี้ยก้วยยังไม่ลืมพระคุณอั้งชิดกงและอึ้งย้งคอยแอบช่วยเหลือลับๆมาตลอด
…………………………………………………………
5. ไม่มีใครรู้จักสุสานโบราณ และยิ่งกว่านั้นไม่มีใครรู้ว่าในสุสานโบราณมีคำภีร์เก้าอิม แต่ถ้าชาวยุทธ์รู้ว่าสุสานโบราณมีคำภีร์เก้าอิม จะเกิดอะไรขึ้น ?
เอี้ยก้วยและเสียวเล้งนึ่งไม่เคยบอกใครแม้แต่ก๋วยเจ๋งและอึ้งย้งว่าไปเรียนเคล็ดวิชาเก้าอิมจินเก็งมาจากไหน ดังนั้นเรื่องคำภีร์เก้าอิมอยู่ในสุสานจึงรู้แค่เอี้ยก้วยกับเสียวเล่งนึ่ง
หากชาวยุทธรู้ความลับนี้ ชาวยุทธ์คงเลิกตามหากระบี่อิงฟ้า เพราะตามหายากเหลือเกินเพราะเป็นสิ่งของ แต่คงจะเดินทางหาที่ตั้งสำนักสุสานบราณแทน
ในยุคเอี้ยก้วยยังมีชีวิตอยู่ อาจจะมีบางคนที่ยังทราบความลับที่ตั้งสุสานอยู่บ้าง เพราะส่วนหนึ่งเป็นศิษย์สำนักชวนจินก้าที่หนีตายภายหลังมองโกลบุกและเดินทางกลับมาหาของวิเศษสำนัก แต่ไม่สามารถเข้าสุสานได้ เพราะทางเข้าสุสานโบราณทางบกถูกปิดตายไปนานแล้ว เหลือทางเดียวคือใต้น้ำที่ไม่มีใครรู้นอกจากคนเคยดำน้ำเข้าไป
ดังนั้นคนทั่วไปจึงไม่รู้ว่ามีทางลับใต้น้ำ และถึงรู้ก็ไม่รู้ทางนั้นอยู่ตรงไหน ทำให้คนเลิกสนใจเรื่องสุสานโบราณ สุสานโบราณจึงถูกลืม สาบสูญไปจากความทรงจำชาวยุทธ์ตลอดกาล
………………………………………………………………
6. ทำไมวิชาฝ่ามือสิบแปดมังและไม้เท้าตีสุนัขจึงหายสาบสูญไปจากยุทธภพหลังจากก๋วยเจ๋งและอึ้งย้งตาย
คนที่รู้วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกรเหลือเพียงก๋วยเจ๋ง ก๊วยโพวลื่อบุตรชาย และ ลูกเขยจำชื่อไม่ได้(ลูกศิษย์จิวแปะทงสามีก๊วยฮู) ก๊วยโพวลื่อสมองทึบจึงฝึกไม่แตกฉาน ลูกเขยเน้นฝึกวิชาไม้เท้าตีสุนัขเพราะได้เป็นเจ้าสำนักพรรคกระยาจกสืบต่อจากลูอูคาที่ถูกฆ่าตาย วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกรไม่มีข้อห้ามในการถ่ายให้คนนอกสำนักพรรคกระยาจก แต่มีข้อจำกัดว่าผู้ฝึกต้องเป็นผู้ชาย เพราะเป็นวิชาดุดันแกร่งกร้าวมากผู้หญิงฝึกไม่ได้เดี๋ยวช้ำในตาย ตัวก๋วยเจ๋งเองเกือบฝึกไม่สำเร็จเพราะวิชานี้ดุดันมาก ผู้ฝึกต้องฝึกพลังภายในหลายสิบปีจึงจะเปล่งวิชานี้ได้ แต่เพราะก๋วยเจ๋งดื่มเลือดงูวิเศษเพิ่มพลังภายในไปอีก 40 ปี จึงฝึกวิชาสำเร็จได้ ส่วนลูกชายและลูกเขยพลังภายในไม่ถึงขั้น จึงเปล่งพลังวิชานี้ไม่ได้ ก๊วยเซียงถึงจะฉลาดแต่เป็นหญิงหมดทางฝึกวิชานี้
วิชาไม้เท้าตีสุนัขถ่ายทอดแบบปากต่อปากให้เจ้าสำนักพรรคกระยาจกเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ก๊วยเซียงจึงไม่ได้ฝึก เพราะไม่ได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักพรรคกระยาจก
ที่สำคัญคือเมื่อเมืองเซียงเอี๊ยงแตก (เหตุการณ์เกิดขึ้นภายหลังจากการจากไปของเอี้ยก้วยอวสานภาค 2 อีก 19 ปีต่อมา) ก๋วยเจ๋งและอึ้งสู้จนเมืองแตกไม่ยอมหนีและเชือดคอตายบนกำแพงเมืองดีกว่าให้มองโกลล้อมจับ ส่วนลูกเขยและลูกสาวคนโตตายกลางสนามรบเพราะนำทัพคนพรรคกระยาจกตะลุยฆ่าทัพมองโกล
ก๊วยโพวลื่อนำดาบฆ่ามังกรฝ่าวงล้อมมองโกลไม่สำเร็จตายกลางสนามรบ ดาบฆ่ามังกรจึงเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นของวิเศษที่ชาวยุทธ์ต่อสู้เป็นร้อยปีเพื่อแย่งชิงเป็นเจ้าของ
ก๊วยเซียงนำกระบี่อิงฟ้าฝ่าออกมาได้ ภายหลังตั้งสำนักง๊อไบ๊ กระบี่อิงฟ้าจึงกลายเป็นสมบัติประจำสำนักแต่นั้นมา ชาวยุทธ์ภายนอกให้เกียรติก๋วยเจ๋งและอึ้งย้ง อีกทั้งสำนักง๊อไบ๊มีวิชาร้ายกาจ เพราะก๊วยเซียงเคยได้เคล็ดวิชาเก้าเอี๊ยงมาพร้อมกับเตียซำฮงเมื่อครั้งหลวงจีนกั๊กเอี้ยงพาหนีออกจากเส้าหลิน ด้วยเหตุกระบี่อิงฟ้าจึงไม่เคยถูกใครแย่งชิง อยู่ในสำนักง๊อไบ๊ตลอดมา
ที่น่าสนใจแม้ก๊วยเซียงจะเป็นลูกสาวก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง แต่คงไม่ได้ฝึกวิชาเก้าอิม เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการออกตามหาเอี้ยก้วยไม่ค่อยอยู่บ้าน อีกทั้งสองผัวเมียยุ่งกับการนำทัพ ดังนั้นศิษย์รุ่นหลังของง๊อไบ๊จึงไม่รู้วิชาในตำภีร์เก้าอิม แต่รู้จักวิชาในคำภีร์เก้าเอี๊ยงบางส่วนที่ก๊วยเซียงจำได้ มีเพียงเตียบ้อกี้ที่รู้วิชานี้ทั้งหมดเพราะตัวคำภีร์ซ่อนอยู่ในท้องค่างที่ผูร้ายในภาคเอี้ยก้วยไปขโมยมาจากวัดเส้าหลินแล้วผ่าท้องซ่อนคำภีร์เพื่อไม่ให้คนของเสียวลิ้มยี่หาเจอ สองคนนี้ตอนหลังฆ่ากันตายเองเพราะไม่ไว้ใจกลัวอีกคนหนึ่งจะยึดคำภีร์เก้าเอี๊ยงเป็นของตนเอง จึงเหลือแต่ค่างที่อายุยืนมาถึงยุคเตียบ้อกี้ผ่าท้องรักษาให้
………………………………………………………………
7. กระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรมีอะไรซุกซ่อนอยู่
คนที่รู้ความลับมีเพียงคนเดียวคือ ก๊วยเซียง เพราะเป็นคนเดียวที่ฝ่าวงล้อมทัพมองโกลได้ ดังนั้นก่อนตายก๊วยเซียงจึงบอกความลับนี้ให้เจ้าสำนักรุ่นต่อๆมาได้รู้ ความลับนี้จึงรู้เฉพาะเจ้าสำนักง๊อไบ๊เท่านั้น ดังนั้นแม่ชีมิกจงจึงรู้ความลับและถ่ายทอดให้โจวจือเย่อรู้ว่าภายในกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรมีอะไร
กระบี่อิงฟ้า มีคำภีร์เก้าอิมและฝ่ามือสิบแปดมังกร แต่ไม่มีวิชาไม้ตีสุนัข เพราะวิชานี้ห้ามถ่ายทอดให้คนนอก ดังนั้นอึ้งย้งจึงไม่เขียนเคล็ดวิชานี้ เมื่ออึ้งย้งและลูกเขย วิชานี้ก็สาบสูญ คนที่พอจะรู้ก็คือทายาทของเอี้ยก้วยเท่านั้น
ดาบฆ่ามังกรใส่คำภีร์พิชัยสงครามงักฮุย ซึ่งเป็นของวิเศษในภาคแรกที่ก๊วยเจ๋งค้นหาเจอในสำนักฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ และเอามาปราบทัพไต้กิมก๊ก ถึงมือเตียบ้อกี้ ซึ่งเตียบ้อกี้มอบให้ลูกน้องคนหนึ่งที่เก่งการรบและซื่อสัตย์มาก ซึ่งคนนี้ภายหลังได้กลายเป็นขุนศึกคู่ใจของจูงวนเจียง แม่ทัพห้าธงของพรรคจรัส(เม้งก้า) ซึ่งภายหลังทรยศเตียบ้อกี้ ตามฆ่าศิษย์ร่วมพรรคจรัสจนพรรคแตก lและตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศหมิงในเวลาต่อมา
ทางเข้าสุสานโบราณเหลือทางเข้าเพียงทางเดียวคือต้องด
สุสานโบราณปลอดภัย เพราะชาวยุทธ์ทั่วไปไม่รู้จักมาตั้งแต่สมัยก่อนก๋วยเจ๋งเกิด และยังไม่มีใครรู้ว่าในสำนักสลักวิชาคำภีร์เก้าอิมไว้ที่ผนัง จึงกลายเป็นความลับตลอดกาล
รวมทั้งทางเข้า เพราะทางเข้าเป็นทางลับอยู่ใต้น้ำ ทางอื่นถูกปิดไปแล้ว
ดังนั้นสตรีผแซ่เอี้ย(หยาง) จึงรู้วิชาดีกว่าโจวจือเย่อ เพราะฝึกมาตั้งแต่เด็กแถมได้นอนเตียงหยกด้วย ส่วนโจวจือเย่อพึ่งขโมยจึงฝึกได้แต่วิชาระดับล่างและยังไม่ชำนาญอย่างวิชามารกระดูกขาว
คำภีร์เก้าอิมแต่เดิมมี 2 ฉบับมาแต่ต้น ฉบับหนึ่งจิวแปะทงเก็บไว้จึงถ่ายทอดมาถึงก๋วยเจ๋ง อึ้งย้ง อั้งชิดกง อึ้งเอี๊ยะซือ อีกฉบับสลักที่ผนังสุสานโบราณเพราะปรมาจารย์ชวนจินก้าอยากให้ศิษย์รุ่นหลังสุสานโบราณว่าวิชาสุสานโบราณยังไงก็ปราบสำนักชวนจินก้าไม่ได้ จึงตกทอดมาที่เสียวเล่งนึ่งแอ้ยก้วยและลูกหลานต่อๆมา
ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขนั้นเอี้ยก้วยฝึกสำเร็จเพราะเรียนกระบวนท่าทั้งหมดจากอั้งชิดกงตอนสู้กับอาวเอี้ยงฮง แล้วได้เคล็ดวิชาจากอึ้งย้งตอนสู้กับธรรมจักรและแอบฟังอึ้งย้งสอนหัวหน้าพรรคคนใหม่ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทายาทรุ่นหลังของเอี้ยก้วยจะรู้วิชาไม้เท้าตีสุนัขด้วยแต่อาจจะไม่สมบูรณ์เท่วิชาอื่นๆ
ที่น่าเสียดายคือวิชาไม้เท้าตีสุนัขและฝ่ามือสิบแปดมังกรหายสาบสูญหลังจากการตายของก๊วยเจ๋ง เพราะลูกชายก๋วยเจ๋ง ลูกเขยก๋วยเจ๋ง ล้วนตายพร้อมกับก๋วยเจ๋งเมื่อเซียงเอี๊ยงถูกกุไบข่านตีแตก จึงไม่มีใครรู้วิชาฝ่ามือสิบแปดมังกร วิชานี้ผู้หญิงฝึกไม่ได้เพราะเป็นวิชาดุดันเกินไป(เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหลังเหตุการณ์อวสานมังกรหยกภาค 2 ไปอีก 19 ปี) ส่วนวิชาไม้ตีสุนัขถ่ายทอดให้เฉพาะเจ้าสำนักพรรคกระยาจก ก๊วยเซียงไม่ได้เป็นศิษย์พรรคกระยาจกจึงไม่ถ่ายทอดให้ และด้วยเหตุผลนี้เองดาบอิงฟ้าจึงมีเคล็ดวิชาเฉพาะคำภีร์เก้าอิมกับวิชาฝ่ามือสิบแปดมังกร แต่ไม่มีวิชาไม้ตีสุนัขเพราะวิชานี้ไม่อาจถ่ายทอดให้คนนอกได้ จึงเรียกว่าหลังจากนั้นมาพรรคกระยาจกไม่มีใครฝึกวิชาไม้ตีสุนัขได้จนครบถ้วนอีกเลย
………………………………………………………………..
8. คำภีร์เก้าอิมและเก้าเอี๊ยงเกี่ยวข้องกันอย่างไร ?
คำภีร์เก้าอิมฉบับทีวีและการ์ตูนบอกว่า อัจฉริยะผู้หนึ่งของพรรคจรัส(เม้งก้า)ในยุคต้นราชวงศ์ซ่งคิดค้นขึ้นมา ภายหลังจากครอบครัวถูกคนฆ่าล้างตระกูล ผู้ตายใช้เวลาเกือบ 40 ปีจึงคิดยอดวิชาและฝึกเพื่อล้างแค้น แต่นานไปหน่อยกลุ่มคนที่ฆ่าล้างตระกูลตาบไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงเด็กหญิงคนเดียวกลายเป็นแม่เฒ่า เลยเบื่อหน่ายปลงตกอำลายุทธภพ เหลือไว้เพียงคำภีร์เก้าอิมให้คนรุ่นหลังแย่งชิงกันมาหลายร้อยปี
คำภีร์เก้าอิมฉบับนิยายระบุว่าวิชานี้เป็นวิชาของปรมาจารย์ตักม้อแห่งเส้าหลินคิดขึ้นมาเมื่อครั้งกระโน้น ภายหลังสูญหายจากสำนักไปสร้างกลียุคในยุทธภพ
คำภีร์เก้าเอี๊ยไม่ทราบที่มา แต่หลังจากเตียบ้อกี้ได้ฝึกวิชาเก้าอิมจึงนำไปเทียบกับวิชาเก้าเอี๊ยงที่ฝึกมาแต่แรก เลยสรุปว่าคำภีร์เก้าอิมน่าจะเกิดก่อนคำภีร์เก้าเอี๊ยง โดยคำภีร์เก้าเอี๊ยงน่าจะเป็นศิษย์รุ่นต่อมาของตักม้ออาศัยคำภีร์เก้าอิมเป็นแนวทางในการคิดวิชาคำภีร์เก้าเอี๊ยง
วิชาในคำภีร์เก้าอิมคือการฝึกวิชาแนวหยิน โคจรพลังภายในผ่านเส้นเลือดดำ
วิชาในคำภีร์เก้าเอี๊ยงคือการฝึกวิชาแนวหยาง โคจรพลังภายในผ่านเส้นเลือดแดง
กล่าวโดยสรุปนับแต่โบราณมา มีแต่เตียบ้อกี้เท่านั้นที่ฝึกยอดวิชาที่ดีสุดในยุทธภพครบ 3 แขนง คือ เก้าอิม เก้าเอี๊ยง เคลื่อนย้ายจักรวาล
เอี้ยก้วยที่ฉลาดมากยังต้องฝึกจนอายุ 35 ปีจึงตีความวิชาเก้าอิมจนแตกฉานกลายเป็นยอดฝีมือแห่งยุทธภพ แต่ยังไม่ถือว่ารู้เคล็ดวิชาเก้าอิมทั้งหมด สาเหตุน่าจะเป็นเพราะการฝึกวิชาเก้าอิมให้สำเร็จจนถึงระดับสุดยอด ต้องฝึกทั้งวิชาเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงควบคู่กันไป
มีแต่เตียบ้อกี้อายุไม่ถึง 25 กลับฝึกสำเร็จ ที่สำคัญคือเตียบ้อกี้สำเร็จเก้าอิมทันทีที่อ่านคำภีร์จบ สาเหตุเพราะเคยฝึกวิชาเก้าเอี๊ยงที่มีแนวทางเดียวกับเก้าอิมมาก่อนหน้า และยังเคยดูดพลังภายในแบบหยินจากโจวจือเย่อจนหมด และคงไม่มีใครอีกแล้วที่จะฝึกวิชาเก้าอิมได้สำเร็จรวดเดียวแบบเตียบ้อกี้ ดังนั้นภายหลังเตียบ้อกี้จึงเดินทางพลังแบบเก้าอิมและเก้าเอี๊ยงพร้อมกันได้ ทั้งสองส่วนนี้ช่วยเสริมจุดอ่อนจุดแข็งให้กันและกัน จนไม่มีใครจะเก่งกว่าเตียบ้อกี้อีกแล้ว