Learn English from your favorite songs
ตั้งแต่เด็กอิฉันฟังแต่เพลงฝรั่ง ไม่ได้กระแดะค่ะ แต่เป็นความชอบส่วนตัว ใครจะเลียนแบบก็ได้ ที่ชอบเพราะมันฟังไม่ออก (อ้าว ...คืออิฉันเป็นคนไม่ชอบอะไรที่ชัดเจน ถ้าฟังรู้เรื่องจะไม่ฟัง มันไม่ท้าทาย) อันนี้ต้องยกความดีให้คุณพ่อเดี๊ยน เพราะท่านเปิดเพลงฝรั่งกรอกหู (แถมร้องตามด้วย) ทุกวัน เพลงคันทรี่คลาสสิคทั้งหลายนั่นหล่ะ
และแอบมี สาวสาวสาว ดอน สอนระเบียบ รอยัลสไปรท์ คาราบาว แถมสลับฉาก
(อืมม เด็กยุค 80s คงจำกันได้ใช่ไหมท่าน)
คุณพ่อมิได้เป็นนักร้องอาชีพแต่อย่างใดบ้านเราชอบฟังเพลง มันเลยกลายเป็นความเคยชินและเป็นความชอบเพลงภาษาอังกฤษตั้งแต่บัดนั้น
เชื่อไหม เพลงสามารถสอน Present Perfect ให้ดิฉันจำจนถึงทุกวันนี้ได้ ที่ดังมากๆ ตอนอยู่มัธยมชื่อเพลงอะไร
“Have you ever seen the rain?”
จำโฆษณามอเตอร์ไซค์ ซูซูกิ อากีร่า ได้ไหมคะ
โหย สมัยดิฉันเป็นสาวรุ่น พ.ศ. 2534 หนุ่มนักเรียนม.ปลายคนไหนขี่มอไซค์คันโตๆ เหมือนพระเอก
หลิวเต๋อหัว “ผู้หญิงข้าใครอย่าเตะ เอ้ย อย่าแตะ”
รับรองว่าถึงหน้าตาไม่เอาไหนแต่มีสาวซ้อนท้ายแน่นอนค่ะ อิอิ
(สวยไม่สวยอีกเรื่องนึง)
เออ เด็กๆ อย่าพึ่ง งง นะคะ ให้ป้าเล่าความหลังนิด งั่กๆๆตอนอิฉันเด็กๆ เวลาทำข้อสอบ Present perfect รอดตัวทุกทีเพราะจำเพลงนี้ได้
Present Perfect ต้องใช้ Verb have / has ตามด้วย V 3
ลองดูประโยคนี้
I ever goed to Japan. ฉัน เคย ไป ประเทศญี่ปุ่น
อ้าว อย่าหัวเราะเชียว ไม่เคยใช้เหรอ
เชยนะเนี่ย คนเราเรียนจากความผิดพลาดรู้ไหม มา แก้ได้ ให้โอกาส
ฉันเคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว อ่ะ มี Choice ให้เลือก
a. I have been to Japan.
b. I ever went to Japan.
c. I have gone to Japan.
d. I gone to Japan before.
อันไหนถูกเอ่ย.............
ever ใช้เฉพาะกับคำถามเท่านั้น
ห้ามไปโผล่ในประโยคบอกเล่าเด็ดขาด วันนี้จะขอนำเสนอบทเพลงที่ชื่นชอบ พร้อมคำศัพท์ค่ะ
“I’m going to introduce a song that means a lot to me. Sometimes when we can’t express our feeling, a song can do the good job for us.
You will see yourself in the song. Who knows? Maybe the song composer has written this up for you….or it’s just a coincidence? This song speaks for me, telling a story about a hard life of a PhD student who travels for half of the world to learn English in a kiwi context and earn herself an academic degree. Being too far to get back home, she has the only one choice, to face the fight…”
Lays your Hands
by Simon Webb (Former BLUE member)
Sometimes life can be a burden
Tryna stay one step ahead
I feel the world upon my shoulder each time
I'm standing out on the edge
And my hopes have all deserted me
Like they washed away in the sand
And it's hurting my pride
Tryna survive
But I know I’ll stand a chance
When you lay your hands
Oh yeah
'Coz it's the only thing I have that still makes sense
(Oh baby, when I'm calling out)
Give me love and affection,
Keep telling me, show me the way.
(Oh, if you see me falling down)
Lift me up from the shadows
Will you take me away to a better place?
(And when I'm in my darkest hour)
You're by my side, to turn the tide,
Until the suffering fades.
When life is getting me down,
getting me down, I'm close to defeat,
Come and lay your hands on me.
Feel this road is getting longer now
And i'm too far away from home
Still I gotta keep on moving on
But I can't do it on my own
Baby keep my head above water
Help me swim for my life
'Coz the game is getting harder
The strain is gettin stronger
And I can only face the fight
เพลงนี้ได้ใช้จริงในการสอน Phrasal Verbs ในชั้นเรียน Foundations of English II เมื่อเทอม 2 / 2549
มาจ๊ะ มาเน้น Phrasal Verbs กัน หรือที่บางตำราเรียกว่า Two-Word Verbs
ค่อนข้างเป็น Informal Language
มักใช้ในชีวิตประจำวัน
ไม่น่าเชื่อในชีวิตประจำวัน
เราใช้ Phrasal Verbs กันไม่เบาเลย
ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน wake up/ get on/ hang on/ get on/ นั่นไง คำกริยา ตามด้วย คำบุพบท มีความหมายเฉพาะตัว ต้องจำและใช้เท่านั้น จำได้เป็นหลัก มีมากเหลือเกิน
ทดสอบความรู้กันหน่อย ไม่ยากเลย
1. Call out = _________
2. Get someone down = ________
3. Keep on = __________
<p>
มีตัวเลือก
a. ใช้โทรศัพท์
b. รักษาผู้ป่วย
c. ร้องขอให้ช่วย
d. เอาชนะ
e. ทำให้บางคนเสียใจ
ส่วนคำที่ไฮไลท์สีเหลือง ให้ทายกันเองนะจ๊ะ หรือจะเปิดดิกชันนารีตามใจ แหม ไหนๆ อ่านบล็อกทั้งทีใครยังเปิดดิกเล่มอยู่นะ ควรใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เข้านี่ http://www.freedictionary.com/ แล้วพิมพ์คำที่ต้องการลงไป มีเสียงอ่านให้ด้วยค่ะ </p><p>ไปถามนิสิตกลุ่มที่เคยสอนเมื่อเทอมสองที่ผ่านมาได้ว่ามีเป็นร้อยๆ ตัว โดยเฉพาะวิศวะคอมฯ ภาคพิเศษ รหัส49 ที่ต้องมาท่องกับดิฉันอย่างน้อยคนละยี่สิบตัว ป่านนี้ลืมแล้วมั้งเด็กๆ
put on/ put out / put off / put up / put away โอย สารพัด
ครูยังจำไม่ได้เลย 555555 </p><p> </p><p> </p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody>
</tbody></table>
สวัสดีครับ อ.ฐิติรัตน์ ขออนุญาตเก็บ blog ของอาจารย์เข้าแพลนเน็ตนะครับ
English through song ชอบๆๆ โปรดรับข้าน้อยไว้เป็นศิษย์ด้วยคน....ท่านอาจารย์
สวัสดีครับ
ครูอังกฤษเก่า แต่ยังไม่รู้สึกแก่ ขอชื่นชมครับ อ่านสนุก ได้ประโยชน์
ที่ชอบมากคือ .. โอย สารพัด
ครูยังจำไม่ได้เลย .
ซูฮกยกนิ้วให้ครับ
ได้ฟื้นฟูความรู้เดิม แถมมีความรู้ใหม่
ขอบคุณมากครับ
ไม่มีใครมาเฉลยหรือนี่
รอสักพัก วันนี้วันหยุดนี่นา Royal Ploughing Day
1. Call out = c. ร้องขอให้ช่วย
<p>2. Get someone down = e. ทำให้บางคนเสียใจ
3. Keep on = continue doing something</p><p> </p>
สวัสดีครับ กระทู้วันนี้จาก อ. ฐิติรัตน์ ได้แนวทางไปสอนลูกสาว สองคน ที่กำลังเติบโต ให้มีความชอบในภาษาอังกฤษครับ
เยี่ยมเลยครับอาจารย์ ชอบมากแต่เพลงเก่าดีเนอะ สมัย สว เลยจริงๆ มีประโยชน์แก่คนที่จะเรียนภาษาอังกฤษครับ
ขอบพระคุณสำหรับข้อคิดเห็นของทุกท่าน
และการเยี่ยมชมค่ะ
ชอบเพลงภาษาอังกฤษมากค่ะ และมีประโยชน์ในการนำไปสอนนักเรียนด้วยค่ะ Thank you very much.