เงิน งาน และการศึกษา ไม่ใช่คำตอบและ "สรณะที่สูงสุดแห่งชีวิต"

เมื่อนึกถึงคำถามนี้ "ทำไมต้องพระพุทธศาสนา" ก็ทำให้อาตมาต้องนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อช่วงท้ายปีก่อนที่ผ่านมาว่า "ทำไมต้องมาบวช" ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนค้างอยู่ทั้ง ๆ ที่งาน เงิน และทุนเรียนปริญญาเอกจากป้าที่อยู่ต่างประเทศอยู่ใกล้แค่เอื้อม.....

 ...............เพราะอะไร

เพราะ เงิน งาน และการศึกษา ไม่ใช่คำตอบและ "สรณะที่สูงสุดแห่งชีวิต" 

นตฺถิเมสรณัง อัญญัง พุทธโธ ธัมโม สังโฆ เม สรณัง วรัง ... ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่ได้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ (ที่พึ่ง) อันเกษมสูงสุดของข้าพเจ้า 

บทสวดมนต์ทำวัตรเช้าและวัตรเย็นที่ก้องกังวานอยู่ในหู ทุกเมื่อเชื่อมั่น

คำตอบนี้ อาตมาได้ค้นพบเมื่อเย็นวันหนึ่งใต้ต้นไม้ต้นไหนสักต้น ริมฝั่งแม่น้ำที่ไหนสักแห่ง ในวันที่ชีวิตเข้าใกล้ความตายอย่างที่สุด ในช่วงระหว่างการเดินธุดงค์บนผืนป่าเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

วันที่เข่าอย่างซ้ายปวดร้ายระบมกับการรับน้ำหนักตัวที่ผนวกกับน้ำหนักของสัมภาระ ถุงบาตร ย่าม กลด พร้อมกับเสบียงที่ต้องแบกเข้าป่านั้น รวมกันอยู่บนบ่าและหลังหนักรวมกันเกือบ ๆ ๒๐ กิโลกรัม

วันที่เท้าข้างขวาถูกคมของไม้ไผ่ที่ถูกตัดเป็นปากฉลามทิ่มแทงผ่านทะลุรองเท้าเสียบเข้าบริเวณกลางฝ่าเท้า

วันที่ต้องนอนซมพิษไข้เพราะอาการอักเสบของแผลจนตัวหนาวและสั่นเทา

จิตที่อ่อนแรงด้วยการปรุงของนิวรณ์รอบด้าน 

สิ่งที่จะแก้ไขอาการพ้นทุกข์เหล่านี้ได้อย่างชะงักนั่นก็คือ ไฟแช็คและฟืนสักกอง............. 

วันที่อาตมาต้องนั่งเขียน ชื่อ ที่อยู่ ชื่อพ่อ ชื่อแม่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ใส่กระดาษแผ่น้อย ๆ ใส่ไว้ในกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่อยู่ติดตัวในขณะนั้น เพื่อที่จะให้ครูบาอาจารย์เพื่อนสหธรรมิกที่ร่วมเดินทางในคณะธุรงค์ครั้งนั้น ได้ติดต่อส่งเถ้ากระดูกของอาตมาส่งกลับให้ถึง "บ้าน" ส่งกลับให้ถึงมือของโยมพ่อและโยมแม่ของอาตมา

เมื่อถึงวันนั้นสัจธรรมแห่งความทุกข์และความตาย

ความกลัวระหว่างความทุกข์และความตาย

จะบอกเราให้รู้ว่า

ปริญญาสูงระดับก็ไม่เพียงพอกับการที่จะแลกกับ "ชีวิต"....