ของใหม่ล้วนตื่นตาตื่นใจเสมอ,

วันนี้ห้องพักของผมกลับมาคึกคักอีกครั้ง   เนื่องจากเจ้าตัวเล็กทั้งสองกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน  ซึ่งเมื่อวานนี้  ทันทีที่การประชุมยุติลงในราวทุ่มเศษ ๆ   ผมก็ขับรถฝ่าสายฝนกลับไปรับพวกเขาที่กาฬสินธุ์  และกลับมาถึงสารคามอีกครั้งในราว  5  ทุ่ม

 

เช้าวันนี้ยังก็เป็นเหมือนเช้าของทุกวัน...  พวกเขาทั้งสองตื่นแต่เช้า  และเข้ามาคลุกเคล้าปีนป่ายอยู่ตามลำตัวของผมอย่างสนุก

 

อากาศครึ้มหม่นราวกับกำลังจะบอกว่า   ในเร็ววันนี้  ฤดูฝนจะเข้ามาเป็นฤดูกาลของชีวิต  และถึงแม้อากาศจะชวนให้คลุมโปงหลับฝันเป็นอย่างยิ่ง    แต่ก็ไม่ได้มีความสำคัญไปกว่าพันธกิจที่ต้องตื่นขึ้นมาเป็นเครื่องเล่นสำหรับลูก

 

......

 

เป็นเรื่องแปลกที่น้องดินเปรยบ่นมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าอยากกิน "pizza"   มาก,     ผมเองก็สงสัยไม่น้อยว่าน้องดินรู้จัก pizza  มาจากที่ไหนกันแน่    เพราะลำพังทั้งผมและแฟนก็ยังไม่เคยพาลูก ๆ เป็นลิ้มลองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

กระนั้น,  คำตอบก็ถูกเฉลยจากเจ้าตัวว่า  "ดูมาจากทีวี.."

 

ผมเองยังไม่เชื่อเต็มร้อยนัก   แต่เมื่อผ่านไปพักใหญ่ ๆ  น้องดินก็ร้องขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับชี้ให้ดูทีวี  อันเป็นช่วงเวลาที่โทรทัศน์กำลังโฆษณาขาย pizza  อยู่อย่างเหมาะเจาะ   (ช่วงนี้พ่วงแถมไอศกรีมอีกหนึ่งกล่อง)

 

เราจำยอมต่อการสั่งอาหารใหม่อย่างไม่มีข้อแม้,  ตอนแรกก็พยายามอธิบายให้ลูกรู้ว่าระยะทางจากมหาวิทยาลัยถึงตัวเมืองร่วม 12  กิโลเมตรนั้นไกลมากโข   เกรงว่าทางร้านจะไม่สะดวกออกมาส่ง  จึงพยายามหว่านล้อมให้ลูก ๆ เปลี่ยนใจไปนั่งทานที่ร้านแทน

 

แต่น้องดินยืนยันว่ายังไงก็ต้องมา  เพราะในทีวีก็บอกในทำนองว่า  "ส่งถึงที่อย่างแน่นอน"

 

 

ภายหลังจากคุณแม่บ้านสั่ง pizza  ทางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อย  เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็ดูจะตื่นเต้นและมีชีวิชีวาต่อการเฝ้ารออย่างน่ารัก    

 

พวกเขาทำตัวราวกับกำลังรอคอยของขวัญที่อยากจะได้มาแรมปี ... และความตื่นเต้นนั้นก็ฉายปรากฏอย่างเด่นชัดในแววตาและท่วงท่าต่าง ๆ ที่ถูกขับแสดงออกมา  ยิ่งชวนให้ผมเห็นใจลูก ๆ  ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองในของกินพรรค์นี้เลย

 

เรารออยู่นานพอสมควร ... นานกว่าที่โฆษณาไว้ในทีวี   แต่นั่นก็มิใช่อุปสรรคต่อความรื่นรมย์ของลูก ๆ 

......

ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำถาด pizza  มาส่ง   พวกเขาต่างระริกระรี้ต่ออาหารใหม่ที่วางอยู่ตรงหน้า,  ไม่รีรอที่จะนั่งล้อมวงกับคุณแม่จัดการแจกแจงอาหารฝรั่งอย่างน่าขำ...

 

พวกเขา,  ลงมือทาน pizza  กันอย่างคึกคัก  บรรยากาศที่เกิดขึ้นยั่วยวนให้ผมหันไปมองอยู่ถี่ครั้ง  จนแล้วจนรอดก็อดใจไม่ได้ที่จะป้วนเปี้ยนไปใกล้ ๆ  และเอ่ยปาก "ขอลองชิม"  ดูบ้าง

 

  "กินโลดพ่อ  บ่ ต้องขอดอก"   น้องแผ่นดินไฟเขียวให้เต็มที่ 

 

นี่คือครั้งแรกของผมที่มีโอกาสและวาสนาได้ลิ้มลองรสชาติของ  pizza    ซึ่งโดยปกติ  ผมไม่เคยพิศมัยต่ออาหารฝรั่งเลยแม้แต่น้อย   เพราะผมเป็น "คออีสาน"  และเป็น "ลูกข้าวเหนียวนึ่ง"  พันเปอร์เซนต์ !

 

 

ของใหม่ล้วนตื่นตาตื่นใจเสมอ,  ผมพูดอย่างไม่อายว่า   การได้ลิ้มลองของใหม่  ซึ่งหมายถึง pizza   ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตของผมกับลูก ๆ

 

เมื่อเวลาล่วงไป,  การทำสงครามกับ pizza  เริ่มซาลง ..  น้องแผ่นดินเริ่มฉากออกไปทีละนิด   ขณะที่น้องแดนไทยปักหลักจัดการกับ  pizza  อย่างไม่ลดละ   ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีวี่แววของการสิ้นสุดอย่างชัดเจน

 

ผมหันไปถามน้องแผ่นดินว่า  "แซบ บ่ ...แซบ คือ ข้าวเหนียวเฮา บ่บักหล่า ?" 

"บ่แซบ ...  มัน บ่ แซบ คือ ข้าวเหนียวเฮาดอก  !"   

 นั่นคือบทสรุปของลูกข้าวเหนียวตัวน้อยที่เพิ่งผ่านพ้นการลิ้มรสชาติของอาหารฝรั่งมาสดๆ ร้อน ๆ .... (มัน บ่ ใช่ !)