วันที่ 17-21 เมษายน ที่ผมว่างเว้นเขียนบล็อกไปหลายวัน เนื่องจากไปร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่โรงแรม บี พี สมิหรา บีชรีสอร์ท จังหวัดสงขลา
การประชุมครั้งนี้ชาวสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ยกคณะมาพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูฯปี 2547 กำหนดไว้หลายเรื่อง โดยใช้เรื่องที่กล่าวข้างต้นเป็นหัวข้อหลักในการประชุม
จุดมุ่งหมายสำคัญของสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็คือการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่มาร่วมพิจารณาให้ความเห็นเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการฯที่คณะทำงาน ก.ค.ศ.ยกร่างไว้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เชิญมาได้แก่ ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ คณาจารย์จาก ม.อ. และ ม.ทักษิณ ตลอดจนผู้นำทางศาสนาของท้องถิ่นด้วย
วิธีการประชุมส่วนใหญ่เป็นการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกกลุ่มเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการต่างๆให้เหมาะสมต่อไป
พอผมได้ฟังการเล่าถึงความทุกข์ยาก ความหวาดกลัว จากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน จากพี่น้องในพื้นที่แล้ว รู้สึกสงสาร เห็นใจ เข้าใจ พวกเขาอย่างจับจิต ทำให้รู้สึกว่าพวกเราที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โชคดีกว่าพวกเขามากนัก แม้พวกเราบางคนจะบ่นว่าตนทำงานหนักเพียงใด ก็ยังไม่หนักหนาสาหัสเพียงเศษเสี้ยวที่เขาได้เป็นอยู่ ก็ขอภาวนาให้เกิดความสงบ ร่มเย็นขึ้นโดยเร็ว และหากมีสิ่งใดที่พวกเราพอจะเสียสละช่วยเหลือ ให้กำลังใจแก่เขาได้บ้างก็อยากเห็นพวกเราได้ช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่
การประชุมครั้งนี้ ผมได้รับการเสนอจากสำนักงาน ก.ค.ศ.และที่ประชุม ให้เป็นประธานดำเนินการประชุมในกลุ่มเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการหรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามมาตรา 55 ซึ่งก็สามารถทำหน้าที่จนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้
โอกาสต่อๆไปจะนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ธเนศ ขำเกิด
ขอบคุณค่ะ
การประเมินผลสัมฤทธ์ทางการเรียนผู้เรียนระดับชาติที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวต่ำสุดในประเทศไทยครับ ใครจะมีกระจิตกระใจเรียน…สอน ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย่อมมาก่อน