บทสรุปแห่งการเรียนรู้จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอด 9 วัน 9 คือ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ สาธารณะสุขอำเถอ สถานีอนามัย ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ ที่สูญเสียญาติจากเหตุการณ์ มีข้อสรุปที่อาจนำไปใช้แก้ปัญหาดังต่อไปนี้
1. ควรกำหนดแผนเพื่อนช่วยเพื่อนจากจังหวัดนอกเขต 3 จังหวัดชายแดน มาช่วยทุกอำเภอเป็นระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ โดยให้ 1 จังหวัดช่วย 1 อำเภอ เช่น ระดมหาอาสาสมัครของแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข อสม. ส่งไปรษณียบัตร จ่าหน้าถึงตัวเองให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. ในอำเภอเป้าหมายส่งมาให้จังหวัดที่เป็นเพื่อน จะได้อัตราส่วนประมาณ 10-20 คน ต่อ 1 คน ที่อยู่ภาคใต้ เพื่อนช่วยเพื่อนนี้ จะคอยให้กำลังใจ ส่งการ์ดวันเกิด ปีใหม่ รับความรู้สึกต่างๆจากเพื่อนภาคใต้อย่างเป็นระบบ บางครั้ง อาจไปด้วยตัวเอง หรือเชิญให้เพื่อนภาคใต้มาเยี่ยมที่จังหวัดอื่นๆ หากเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย จะได้มีเสียงโทรศัพท์คอยสอบถาม เหตุการณ์เป็นเครือข่ายอย่างเป็นระบบ หากมีการสูญเสียชีวิตหรือทรัพสิน ความช่วยเหลือจะได้ครอบคลุมเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปโดยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย โดนเฉพาะไม่ควรส่งชื่อ จากภาคใต้ขึ้นมาจังหวัดอื่น แต่ควรส่งชื่อจากจังหวัดอื่นลงไปภาคใต้ เพราะ อย่าให้ชาวใต้รู้สึกว่าเป็นผู้ถูกกระทำ แต่พยายามให้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมและอิสระภาพในการเลือกทำ
2. เท่าที่ทราบ ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา ประชาชนไทยมุสลิมในภาคใต้ ต้องไปศึกษาศาสนาและอื่นๆจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง และอื่นๆ... ข่าวลือต่างๆที่ไม่ไว้วางใจในระบบการเรียนรู้ที่เยาวชนไทยมุสลิมได้รับจากประเทศต่างๆเหล่านั้น ควรทำให้เกิดความชัดเจนโดยให้องค์กรกลางรัฐบาลไทยมุสลิมในไทย พบปะแลกเปลี่ยนหาทางออก เพื่อหาแนวทางสันติ ทั้งนี้ ควรเดินทางไปต่างประเทศนั้นๆ เพื่อได้ความจริง ไม่ควรพูดหรือแถลงข่าวเพราะอาจจะกระทบความสำพันธ์ทางการทูตได้ ในอนาคต รัฐบาลและชุมชนภาคใต้ควรพัฒนาระบบศึกษาในภาคใต้ให้เป็น นานาชาติ(ของมุสลิม) เพื่อให้เยาวชนมุสลิมทั่วโลกเดินทางมาเรียนที่ภาคใต้ แทนที่ภาคใต้ไปเรียนที่อื่น ภาพที่เห็นชาวไทยมุสลิมต้องนั่งรถจากโกลกไปเรียนหนังสือที่มาเลเซีย ไปกลับทุกวัน ทำให้รู้สึกห่อเหี่ยวมาก
3.นโยบายสมานฉันต้องกำหนดการปฎบัติให้ชัดเจน มีบางพื้นที่ควรกำหนดให้เป็นพื้นที่วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เช่น พื้นที่ของสาธารณสุข โรงพยาบาล สถานีอนามัย ไม่ควรแจ้งข่าวชี้ตัวจับกุมไม่ว่าฝ่ายใด ควรนำเฮลิคอบเตอร์แพทย์ชั้นนำของประเทศ บริการรักษาทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม อาทิเช่น ดูแลผู้ป่วยของทหารตำรวจข้าราชการ บางครั้งก็ดูแลชาวไทยมุสลิมด้วยลักษณะเดียวกัน และมีสื่อมวลชนรับทราบถึงความปรารถนาดีเช่นนั้น จัดโครงการจิตอาสาของผู้บริจาคเลือดไทยมุสลิม ไปเยี่ยมตึกผู้ป่วยให้เห็นว่าเลือดไทยมุสลิมได้ให้กับชาวไทยมุสลิมและไทยพุทธด้วย และจัดอาสาสมัครบริจาคเลือดไทยพุทธ ทหารตำรวจข้าราชการ ไทเยี่ยมตึกผู้ป่วย ให้เห็นว่าเลือดของตนได้ให้กับไทยพุทธและไทยมุสลิมด้วย ทำเช่นนี้ จากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ช้าๆ นานๆ อย่ารีบร้อน
4. ข้าราชการทีเป็นไทยมุสลิม ที่เข้ากับประชาชนได้ดี บางคนกำลังตกอยู่ในสถานะลำบาก เพื่อนไทยมุสลิมระแวงว่าจะเป็นสายข่าวของทางราชการ เพื่อนข้าราชการระแวงว่าเป็นสายข่าวของไทยมุสลิม มีแพทย์มุสลิมบางท่าน เคยถูกขึ้นบัญชีผู้ต้องสงสัย เรื่องนี้แก้ได้โดยให้มีคณะกรรมการกลางจากทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบความชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะยอมรับในเรื่องการใช้สันติวิธีและไม่มีการแบ่งแยกดินแดน และปฎิบัติตามกฎหมาย ที่สำคัญต้องให้เกียรติทุกศาสนา
5. การให้บริการทางด้านสาธารณะสุขแต่ละระดับ เริ่มมีปัญหาในการปฎิบัติ เจ้าหน้าที่มาเลเลียถูกยิง เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขถูกทำร้าย สถานีอนามัยถูกเผา ดังนั้น อาจต้องปรับการให้บริการโดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขให้บริการขีดความสามารถสูงขึ้นสำหรับผู้บริหารทุกระดับ ควรไปเยี่ยมความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ต่างหน่วยงานกันบ้าง เช่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยและ อสม. เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยและ อสม. ไปเยี่ยมโรงพยาบาลจังหวัด ควรจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในแต่ละกลุ่ม ให้มากขึ้น ข้ามจังหวัดข้ามอำเภอบ้าง เพื่อปรับทุกข์ซึ่งกันและกัน ควรให้จังหวัดอื่นมาช่วยเหลือเป็นกลุ่มเล็กๆ 1-3คน เวลา 1-3 อาทิตย์ และให้เจ้าหน้าที่ภาคใต้ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดอื่น 1-3 อาทิตย์เช่นกัน ระดับนโยบายเมื่อเดินทางมาที่ภาคใต้ ก่อนรับปากสั่งการในเรื่องใหม่ๆ ที่เจ้าหน้าที่สาธารณะสุจไม่ได่ร้องขอ ควรปรึกษาหารือกันก่อน เพราะ อาจจะได้มวลชนบางกลุ่มแต่เสียบางกลุ่ม โดยเฉพาะ มีผลเสียกับเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขภาคใต้เองในอนาคต ในภาพรวม ต้องนักว่างานสาธารณสุขมีความจริงจัง จริงใจ ในการแก้ไขปัญหาดีมาก เพียงแต่ให้มีสายตรง และไม่มีช่องว่างจากผู้ปฎิบัติถึงผู้บริหารของทุกระดับ
6. สื่อมวลชนวิทยุชุมชน การจัดรายการสด ให้มีโทรศัพท์เข้าสู่รายการสถานีวิมทยุ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้อารมความรู้สึกให้ชาวบ้านได้พูดภาษายาวีพูดออกวิทยุ โดนมีทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการรับฟังและแก้ไขปัญหา อาจทำให้เหตุการณ์ดีขึ้นได้โดนเร็ว
7. แท้จริงแห่งการแก้ปัญหายังต้องยึดถึงการใช้ความรักความเมตตาการให้อภัยโดยแท้ ไม่เคยมีที่ใดใช้ปืนแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ หวังว่าเมื่อทุกฝ่ายไว้วางใจจะทำให้เหตุการณ์คลี่คลายไปได้
สวัสดี นายแพทย์ บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์
นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี
โทร. 0819415586 21 เมษายน 2550
เป็นข้อคิดที่ดี และค่อยๆหาแนวร่วมต่อไป เสียงจะได้ดังขึ้น กระแสแห่งความรู้สึกที่ดี ช่วยแก้ปัญหาเสมอค่ะ