การ ฝึกอบรมอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ เพราะนั่นจะเป็นการหวังผลเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น

           เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา ผมได้นัดให้น้องๆนักศึกษาฝึกงานได้มาแลกเปลี่ยนเรียนกัน  เพื่อทบทวนถึงสิ่งที่น้องๆได้เรียนรู้กันตลอดเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง  ซึ่งก็เป็นการเปิดให้น้องๆได้พูดคุยสอบถาม  ส่วนใหญ่น้องๆจะถามถึงรูปแบบและประสบการณ์ในการทำหน้าที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ผมทำมากกว่าที่จะถามถึงความรู้เชิงวิชาการ ผมจึงได้สรุปแนวทางของการเป็นนักทรัพยากรมนุษย์ ตามความคิดและแนวทางการทำงานของผม  ..กลายเป็นว่าในวันนั้นผมจึงเป้นผู้เล่าประสบการณ์และแนวคิดการทำงานให้น้องๆฟังว่า...

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ผมพึ่งมารับบทบาทเป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ได้ไม่นานครับ ตลอดเวลาที่ทำงานด้านนี้ก็พยายามถามตนเองอยู่เสมอว่า    สิ่งที่เราทำอยู่นี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  มุ่งสู่เป้าหมายขององค์กรได้มากน้อยเพียงใด  พยายามปรับปรุงรูปแบบการทำงาน  ให้หลากหลาย เพื่อผลักดันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ขึ้นอย่างแท้จริง และเป็นรูปแธรรม ที่เห็นผลได้ชัดเจน ในองค์กร</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             การทำงานพัฒนาบุคลากรในยุคปัจจุบัน โดยส่วนตัวผมคิดว่า   จะหวังผลจากการ ฝึกอบรมอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ เพราะนั่นจะเป็นการหวังผลเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น  แต่ในระยะยาวแล้ว คิดว่าการฝึกอบรมไม่ได้ก่อให้เกิดทักษะหรือความเชี่ยวชาญ ในวิชาชีพ และความยั่งยืนขององค์กร  แต่หากเราพัฒนาบุคลากร โดยการร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ ของคนในองค์กร เอง ประกอบกับความรู้ใหม่ที่เป้นไปตามยุคตามสมัย โดยที่เราสามารถผลักดันหรือสร้างให้ บุคลากรในองค์กรตื่นตัว ใฝ่หาความรู้ได้เองก็น่าจะเป็นหนทางการพัฒนาที่ยั่งยืนได้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          กระนั้นก็ตามครับ คนที่มีหน้าที่พัฒนาบุคลากร ก็ต้องพัฒนาตนเองด้วยเช่นกัน มิใช่จะมัวแต่พัฒนาตนอื่น แต่ตัวเองกลับทำตัวเป็น กบจำศีล ไม่คิดหาความรู้หรือยุทธวิธีใหม่ ไม่นานก็เหมือนตลกหมดมุข  นั่นแหละครับ ฉะนั้นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่  จึงต้องปรับตัวครับ  ปรับแบบไหน  ซึ่ง ผมพอกำหนดเป็นแนวทางสำหรับการทำงานของผมไว้ประมาณนี้ครับ...</p>  <ol style="margin-top: 0cm">

  • พัฒนาตนเองให้เป็นตัวอย่างที่ทันและนำกระแสด้วยความรู้ ความคิดที่สามารถนำมาปฏิบัติได้  ซึ่งหมายความว่าจะต้องเป้นผู้ที่ตื่นตัวให้ทันกับกระแสของการเปลี่ยนแปลง เป็นเพื่อนกับข่าวสาร และข้อมูล เป็นผู้คิดรอเริ่มที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  พัฒนาวิธีการทำงานใหม่ๆ  ไม่ยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ หรือมัวแต่ พายเรือในอ่าง เห็นเขาทำอะไรก็ทำตามนั้น  ผมจะคิดหาวิธีหรือรูปแบบใหม่มาใช้ผสมผสานกับวิธีการที่มีอยู่เดิม..และพัฒนาการไปเรื่อย
  • ส่งเสริมให้เกิการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางขององค์กร อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  นั่นหมายถึงว่าต้องเป็นต้นแบบ ของการพัฒนาสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างจริงจัง ไม่ใช่คิดแต่สร้างภาพไปวันๆ  ปรับบทบาทของตนเอง มาเป็นผู้ร่วมคิด ร่วมกำหนดนโยบาย จัดกระบวนการพัฒนาที่เป็นผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร
  • ส่งเสริมก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนความคิด ค่านิยม และวัฒนธรรมขององค์กร ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง  มุ่งสร้างกระบวนการที่ก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในองค์กร  ทำให้คนในองค์กรมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน  มองถึงผลประโยชน์โดยรวม   ปลูกฝังค่านิยมอันพึงประสงค์ขององค์กร จนก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรม ที่ปฏิบัติสืบต่อๆกันในกลุ่มคนขององค์กร
  • สร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง   ทำหน้าที่เป็นนักบริหารความรู้ในองค์กร โดยการบริหารประสบการณ์ของผู้คนในองค์กร  ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ ปรับเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาบุคลากรจากวิธี  การ ให้ปลา เป็นการ สอนวิธีหาปลา ให้คนในองค์กร สามารถเป็นผุ้ที่รู้จัก  คิดได้ คิดเป็น ทำเป็น ทำชอบ
  • เป็นผู้ที่มีส่วนในการบริหารความรู้ ในองค์กร  บริหารองค์ความรู้ของคนในองค์กร โดยการสร้างกระบวนการที่สามารถถอดความรู้หรือประสบการณ์ ของคนในองค์กร การสนับสนุนให้มีการร่วมสร้าง  แสวงหา  แบ่งปัน  ขัดเกลา เก็นรักษา  ประมวล  เผยแพร่  และใช้ความรู้ต่างจากคนในองค์กรให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะเป็นการสร้างสมรรถนะที่เป็นจุดแข็ง ที่ยากต่อการเลียนแบบให้กับองค์กร
  • เป็นผู้ที่มีบทบาทต่อการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้  หากพูดกันถึงการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ หลายสำนักก็มีมุมมองหรือตัววัดผลเป็นหลายๆแนวทาง นักพัฒนาทรัพยกรมนุษย์ ต้องสร้างกระบวนการที่ก่อให้เกิดผล ที่มุ่งสู้การเป็นเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น สร้างกระบวนการพัฒนาจนคนในองค์กรสามารถยกระดับความรู้ ความสามารถของตนเองได้ด้วยตนเอง หรือ คนในองค์กรเกิดการตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้  คนในองค์กรรู้จักคิด รู้จักทำ โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง พุดง่ายๆว่าคนในองค์กรสามารถทำงานอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ใช่ทำงานแบบรอคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์
  • ทบทวนมาตรฐานการทำงานของตนเอง  อย่างที่บอกแต่ต้นครับ ว่าการที่เราจะให้คนอื่นพัฒนา เราต้องพัฒนาตนเองก่อน เมื่อทำงานไปจึงจำเป็นต้องทบทวนมาตารฐานการทำงานของตนเอง เพื่อที่จะได้พัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ
  • </ol>      ก็เป็นแนวทางการทำงานในบทบาทนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามรูปแบบที่ผมทำอยู่ และ บางส่วนก็เป็นสิ่งที่อยากจะเป็นครับ  หากท่านใดมีข้อแนะนำหรือเสนอแนะเพิ่มเติมก็กรุณาชี้แนะด้วยนะครับ ผมถือว่างานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นงานที่ใหม่ และท้าทายสำหรับผม ซึ่งต้องเรียนรู้อีกมากครับ