แม้แต่หมายังรักกันเลย ทำไมคนไม่รักกัน

 



"อะตอมเป็นหมาตัวสีขาว"
"ซื้อแผ่นมาเลยพ่อ แอมป์ชอบ"
นี่เป็น Feedback ของลูกๆ หลังจากออกจากโรงภาพยนตร์

เย็นๆ รอบ ๑๘.๐๐ น. วันผู้สูงอายุ หลังจากขนของเข้าบ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว เดินทางไปโลตัส สุราษฎร์ธานี เพื่อดูหนังเรื่องนี้ตามคำเรียกร้องของลูกๆ ก่อนมาน้องอะตอมหลับ เลยไม่แน่ใจว่า จะเข้าไปหลับในโรงหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงครับ นั่งดูตาแป๋วตลอดเรื่อง มีลุ้นบ้างเป็นระยะๆ
ส่วนน้องแอมป์ไม่ต้องพูดถึง มีความสุขกับ Popcorn และ โค้ก ขณะดูหนังเรื่องนี้ตลอดเรื่อง แอบเห็นซึมๆ ฉากข้ามถนน สงสัยลุ้นหนัก
ครั้งนี้ไม่ให้น้องอะตอมแตะ Popcorn และ โค้กเลย กลัววิ่งเข้าห้องน้ำกลางเรื่อง ก็ได้ผลดี

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองแล้วที่พาลูกๆ ดูหนังในโรงภาพยนตร์ เรื่องแรกเป็นก้านกล้วย เรื่องนั้นคุณแม่เข้าดูด้วย เรื่องนี้คุณแม่ขอบาย ไปเดินดูของเข้าบ้านกับคุณยาย รอบนี้คุณพ่อเหมา

ซื้อตั๋วสองใบ ให้น้องอะตอมไปฉี่ ผมและน้องแอมป์ซื้อ Popcorn และ โค้ก รอ จากนั้นเดินเข้าโรงภาพยนตร์ น้องอะตอมร้องไห้เล็กน้อย เลยอุ้มไปนั่งที่ โดยน้องแอมป์นั่งด้านซ้าย น้องอะตอมนั่งบนตักคุณพ่อ บางครั้งก็เอนนอน บางครั้งลุ้นก็นั่งตัวตรง ส่วนน้องแอมป์ กิน ดื่ม ดู แถมมีบอก "ดื่มโค้กน้อยๆ จะได้ไม่ปวดฉี่" แน่ซิทานอยู่คนเดียว ไม่แบ่งใครบ้างเลยนี่

ตัวหนังดีครับ ดูจากแววตาลูกๆ แล้วเข้าไปในหัวใจเด็กได้ดี แต่กับผู้ใหญ่อาจจะเฉยๆ ความเก่งคงอยู่ที่การกำกับสุนัข ให้เล่นเป็นเรื่องเป็นราวได้ ส่วนบทพากษ์ก็น่ารักดีครับ โดยส่วนตัวชอบบทเปี๊ยก สร้างสีสันดี
อีกตัวที่ชอบคือ พิกุล นิ่มๆ ดี
จริงๆ ชอบทุกตัวเลยนะ ลุงกาแฟ เป็นผู้ใหญ่ดี ชอบฉากกระเสือกกระสนขึ้นรถเข็น เนียนดี
เก่ง น้องแอมป์แอบกระซิบ เก่งสมชื่อ
น้ำค้าง น้องแอมป์ชอบตัวนี้
เซ็กซี่ น้องอะตอมชอบตัวนี้
เจ้าทอมมี่ก็น่ารักดี ดูหื่นไปนิด
เจ้ามะขามก็เล่นดีในระดับที่น่าพอใจ
ลืมไม่ได้คือ นกแก้ว นกขุนทอง ที่มาถูกที่ถูกเวลา จนน้องแอมป์ออกปากชม

ออกจากโรงภาพยนตร์ด้วยใบหน้ามีความสุขของลูกๆ และความสุขของพ่อที่ได้พาลูกสองคนมาดูหนังที่ลูกอยากดู แวะดูหน้าคนพากย์ในโปสเตอร์หน้าโรง คิดไว้ว่าจะหาโปสเตอร์ไว้ติดในห้องลูกๆ

เอาไว้ดูกับลูกอีกเรื่องหนึ่งครับเรื่องนี้ ไม่ผิดหวัง ไม่มีพิษมีภัยใดๆ สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
สองเรื่องก่อนที่น่าจะเอาไว้ดูกับลูกๆ
คือ โตโตโร่ และ The Polar Express ครับ
จริงๆ เรื่อง Cars ก็น่าสนใจนะ ฉากเข็นรถสอนลูกได้สบาย

มีความสุขกับครอบครัวทุกคนนะครับ

ปล.เพิ่งอ่านเจอบทสัมภาษณ์ผู้กำกับ และ ผู้ช่วย ใน สีสัน ได้เกร็ดน่าสนใจ
ผู้กำกับเคยกำกับเรื่อง ไอ้ฟัก
ใช้เวลาพัฒนาหนังเรื่องนี้ 3 ปี
ใช้เวลาเลือกตัวละครสี่ขาร่วมปี
ใช้เวลาถ่ายทำ 13 เดือน เพราะต้องฝึกสุนัขไปด้วย
ข้อคิดที่ผู้กำกับเขาอยากบอกคือ แม้แต่หมายังรักกันเลย ทำไมคนไม่รักกัน