ดิฉันว่ามหาวิทยาลัยไทย ควรเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบสนองความต้องการของประเทศไทย และความต้องการของชุมชนในประเทศก่อน ...

ดิฉันอ่านข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10628 เรื่อง หา"ตัวตน"มหา"ลัยไทย ในแผนอุดมศึกษา 15 ปี ฉบับที่ 2 เมื่อสักครู่นี้ อ่านแล้วก็รู้สึกแปลกๆ คำว่า World Class Universityของ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ที่ให้คำสัมภาษณ์ไว้ว่า

สิ่งสำคัญต้องมีนโยบายให้สถาบันอุดมศึกษาแข่งขันกันในเชิงคุณภาพมากขึ้น เห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาควบคู่ไปกับการสอน นอกจากนี้ ต้องทำให้สถาบันอุดมศึกษาหลากหลาย โดยมีนโยบายชัดเจนให้แต่ละแห่งกำหนดบทบาท ศักยภาพ และทิศทางตามความเชี่ยวชาญของสถาบัน เพื่อนำไปสู่ World Class Universityพร้อมทั้งพัฒนาให้สถาบันอุดมศึกษาช่วยเหลือตนเองได้ โดยไม่หวังพึ่งงบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว ควรมีแผนพัฒนากำลังคนระดับหัวกะทิของประเทศ เพื่อให้คนเหล่านี้สร้างองค์ความรู้ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ"

ดิฉันเห็นด้วยเรื่องการทำงานวิจัยคู่การสอน เรื่องความหลากหลาย เรื่องการกำหนดบทบาทของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน แต่การนำไปสู่ world-class นั้นจำเป็นต่ออุดมศึกษาไทยในขณะนี้หรือ?

ดิฉันว่ามหาวิทยาลัยไทย ควรเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบสนองความต้องการของประเทศไทย และความต้องการของชุมชนในประเทศก่อน โดยขณะนี้อาจไม่จำเป็นต้องไปตะเกียกตะกายเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ซึ่งต้องมีการลงทุนมาก (ขอย้ำว่ามาก) จากภาครัฐ ถ้าจะสนับสนุนให้เป็น world-class ต้องไม่ตั้งเป้า world-class นี้ให้กับทุกมหาวิทยาลัย แต่ไปลงทุนกับบางมหาวิทยาลัยที่ดูแล้วมีแนวโน้มจะเป็นระดับโลกกับเขาได้

ปัจจุบันนี้ แค่การลงทุนการศึกษาพื้นฐานยังไม่พร้อมเลย ดิฉันยังเห็นเด็ก ม.1 จับฉลากเข้าเรียนล้นหลามในบางที่ เห็นคนแย่งกันสอบเข้าโรงเรียนดังบางโรงเรียน ขนาดต้องไปสอบที่ exhibition hall  ถ้าเป็นแบบนี้แล้วมหาวิทยาลัยจะต้องพยายามแค่ไหนในการเป็น world-class แล้วเจ้า world-class university นี้มันเป็นอย่างไร เพราะถ้าเป้าหมายไม่ชัด คนปฏิบัติก็จะหลงทางกันหมด

ท่านคิดว่า world-class university นี้ มีลักษณะอย่างไร


หมายเหตุ

คำสัมภาษณ์ข้างต้นนำมาจากหนังสือพิมพ์มติชนตามที่อยู่นี้ ซึ่งดิฉันนำมาไม่ครบตอนเขียนบันทึกในช่วงแรก เพราะเห็นคำว่า world-class university แล้วต้องการทราบความเห็นจากผู้สนใจว่าเป็นอย่างไร แต่เลขาฯ กกอ.ได้ให้คำสัมภาษณ์ไว้ด้วยว่า...

"ทั้งนี้ ในการวางแผนต้องคำนึงด้วยว่า ปรัชญาในการพัฒนาประเทศไทยคืออะไร รัฐบาลแต่ละยุคสมัยจะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณากรอบ รูปแบบ เนื้อหา และกระบวนการของอุดมศึกษาว่าจะเป็นอย่างไร มีตัวชี้วัดอะไรที่จะตอบสนอง และชี้นำสังคมโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า"

"ที่สำคัญคือทำอย่างไร อุดมศึกษาจึงจะช่วยให้คนไทยพ้นจากความยากจน และมีความยั่งยืนได้ จึงควรเอาชีวิต และสังคมเป็นตัวตั้ง ไม่ควรเอาสถาบันอุดมศึกษาเป็นตัวตั้งในการจัดทำกรอบแผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2"

จากคำสัมภาษณ์ที่ดิฉันตกหล่นดังกล่าว  จะเห็นได้ว่าท่านเลขาฯ กกอ. ได้คำนึงถึงดัชนีชี้วัด และมีมุมมองให้กำหนดความต้องการของสังคมเป็นตัวตั้ง และให้สถาบันอุดมศึกษาตอบสนองความต้องการ แทนที่จะเอาสถาบันเป็นตัวตั้ง ซึ่งคำสัมภาษณ์นี้อาจแสดงถึงแนวความคิดการเป็น world-class university ด้วยก็เป็นได้

ดิฉันต้องขออภัยต่อผู้อ่านทุกท่านที่ไม่รอบคอบ เพราะอาจนำประเด็นมาไม่ครบถ้วน และลืมคิดว่าการเขียนบันทึกจากสรุปข่าวจากหนังสือพิมพ์อาจมีข้อผิดพลาดและไม่ครบถ้วน เนื่องจากไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมด   แต่วัตถุประสงค์ของดิฉันยังคงเหมือนเดิมคือ ลปรร กับผู้ที่สนใจทุกท่านค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะ อ.หมอ P มาโนช ที่ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ดิฉันกลับไปทบทวนอ่านสรุปข่าวจากหนังสือพิมพ์อีกครั้ง....

แก้ไขเมื่อ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๐ เวลา ๐๖.๐๓ น.