ตอนจบของการแก้ไขปัญหา คอร์รับชั่น

ข้อความจากตอนที่แล้ว....Please Back To Basic     §         เมื่อเรามีระบบการประเมินผลที่เข้มแข็ง  จริงจัง  ต่อเนื่อง เราไม่จำเป็นต้องสร้างหน่วยงานที่ซับซ้อนขึ้นมาถ่วงดุล   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">§         ทำความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเองให้ดี    กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน พยายามหาความเชื่อมโยงบทบาทและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้เหมาะสม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">§         สติเป็นการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ  รับรู้สภาวะกาย  รับรู้สภาวะใจ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">ใจผู้เป็นนายสั่งบ่าว     …..มีกายเป็นบ่าวยอมรับปฏิบัติตามใจที่สั่งมา….</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">มีใครคือ ใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">มีใครคือ กาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">มีอะไรเป็น สติ   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">มีอะไรเป็น สัมปชัญญะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">มีอะไรเป็นปัญญา</p> รัฐบาลควรเป็นอะไร     ข้าราชการควรเป็นอะไร    หน่วยงานประเมินผลควรเป็นอะไร    เราน่าจะเดินทางไปหาคำตอบในประเด็นข้างต้นได้ไม่ยาก   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">ตราบใดที่สติไม่เข้มแข็ง  ไม่รับรู้สภาวะใจ  ไม่รับรู้สภาวะกาย ไม่รับรู้ในอารมณ์ในปัจจุบัน ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีความจริงจัง   คงจะยากนักที่จะหาหนทางเริ่มต้นเข้าใจในสัจจะและการหลุดพ้นจากกิเลส    (วงจรอุปบาทว์แห่งการคอร์รัปชั่น  วงจรแห่งความชั่วทั้งปวง )  พยายามสร้างสติ (สติปัฎฐาน 4)ให้เกิดขึ้น  สติเป็นทางสายเอกที่องค์พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศไว้แล้วว่าเป็นหนทางเดียวของการเดินทางไปสู่การหลุดพ้นจากกองกิเลส    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">การนำแนวทางการสร้างสติปัฎฐาน 4 นำไปประยุกต์ใช้ในการปราบคอร์รับชั่นจึงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด และลดความขัดแย้งใดๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">§         สร้างค่านิยมหลักแห่งชาติให้เกิดขึ้น  ค่านิยมหลักเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการบริหาร องค์การ  กรณีที่บริหารได้สำเร็จเราจะได้สิ่งที่ไม่คาดฝันได้หลายอย่าง  แก้ปัญหาสังคมได้หลายข้อโดยไม่ต้องอาศัยกฎหมายมาบังคับใช้      </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">§         ปรับปรุงจริยธรรมทางสังคมให้รู้จักการ ให้      การให้  เป็นหนทางหนึ่งไปสู่การ  ปล่อยวาง   ใครสามารถปล่อยวางได้ ก็จะสบายกาย  สบายใจ    ความสุขของประชาชน อยู่ตรงไหน? ผู้ปกครองรู้แล้วหรือยังว่าอยู่ตรงไหน?  ไม่ใครจักรู้ได้ดอก?     แต่ที่แน่ๆ เมื่อรู้จักการให้แล้วย่อมเป็นสุข   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">§         นำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ อาทิ พุทธสุภาษิต ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน( แม้…ทำไมจึงคล้องจองกับเศรษฐกิจพอเพียงอะไรอย่างนี้  )  นำสุภาษิตคำสอนของศาสนามาเป็นคติประจำใจของทุกคน   ทำให้โด่ดเด่นเสมอกัน  ไม่ว่าจะเป็น พุทธ  คริสต์  อิสลาม  ซิก  หรือ อื่น ๆ   เป็นวิธีการหนึ่งของการกล่อมเกลา   ผสานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน   ( ศาสนาจัดได้ว่าเป็นเสาหลักค้ำจุนโลกไว้  เสาแต่ละต้นถ้าหากตั้งอยู่โดดๆ ไม่มีการเชื่อมโยงกัน ก็จะไม่เพียงพอกับการใช้งานในการปลูกบ้าน  ให้คนได้อยู่ ได้อาศัยกันดอก ) บ้านแม้นว่าจะมีเสาเอก แต่เสาเอกก็ยังต้องมีระดับที่เสมอกันกับต้นอื่นๆ เช่นกัน</p>