GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชมละคร "แดจึงกึม" ผ่านแว่น KM

การจัดการความรู้เป็น “เชื้อดี” อีกอย่างที่ผมติดงอมแงมเรื้อรัง เข้าไขกระดูก เข้าไปถึง DNA สายตาที่มองโลก มองปรากฏการณ์ผ่านละครแดจึงกึมจึงมิใช่การมองผ่าน แต่อาศัยการมองพิศเพ่งพินิจผ่านแว่นของการจัดการความรู้
ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดไข้เห่อแดจังกึมเข้าเต็มเปาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนประสบพบละครซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้เพราะ ผบทบ. ที่บ้านท่านชมตอนแรกแล้วติดใจ จึงมีบัญชาให้ทุกเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ 18.30 – 20.00 น. ล๊อครีโมทโทรทัศน์ไว้ที่ช่อง 3 เช่นเดียวกับผู้ชมในประเทศไทยหลายสิบล้านคนที่เฝ้าหน้าจออย่างจรดจ่อ ขนาดตอนโฆษณายังไม่อยากลุกเข้าห้องน้ำ ผมจึงต้องชมละครเรื่องนี้โดยปริยาย จากความเชี่ยวชาญในการสืบค้นหาขุมความรู้      แม่อีหนูจึงไหว้วานให้ค้นหน่อยว่าเรื่องย่อๆ เป็นอย่างไร ไม่เป็นไรขอรับ เพียงแค่เราทราบแหล่งที่จะหาข้อมูล (data source) เรื่องนี้ก็ง่ายนิดเดียวเพียงลัดนิ้วมือก็ไปยึดกุมข้อมูลความรู้ (knowledge capture) จากเว็บไซด์ไทยทีวีสีช่องสาม www.thaitv3.com เผยว่า....
"แดจังกึม" จอมนางแห่งวังหลวง เป็นละครเกาหลีที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของหญิงสาวผู้เป็นตำนานนามว่า "จังกึม" ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับเชื้อพระวงศ์ในพระ
ราชสำนักจนได้รับการยกย่องจากกษัตริย์ให้เป็น "แดจังกึม" (แด คือ ตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ) ในวัยเด็กเธอได้สูญเสียพ่อและแม่ไป แต่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วิธีปรุงอาหารในพระราชสำนัก ด้วยความที่เธอเป็นเด็กฉลาดทำให้จังกึมได้กลายเป็นกุ๊กมือหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์ แต่ดูเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งเมื่อเธอถูกใส่ความและถูกไล่ออกจากพระราชสำนัก อย่างไรก็ตาม จังกึมก็ไม่เคยย่อท้อเธอได้ศึกษาวิชาการปรุงยาจนชำนาญ จากนั้นจึงกลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง จนได้กลายเป็นหมอหญิงที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์เกาหลี ซี่รีย์ "แดจังกึม" ชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงกวาดเรตติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงระยะเวลาที่ออกอากาศในประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังไปสร้างเรตติ้งในอีกหลายประเทศอาทิ ใต้หวัน ญี่ปุ่น และ แถบตะวันตกทางช่อง Woch-ch ใน ชิคาโก จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมละครเป็นจำนวนมาก    สิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมเกาหลี คือการผสมผสานเอกลักษณ์ 2 สิ่งเข้ารวมกันคือการถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานรวมถึงการทำอาหารรวมทั้งยารักษาทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ที่คนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป ไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก ความเข้มข้นของ  เนื้อเรื่องที่ชวนติดตามนี้เองส่งผลให้ดารานำ "ลียองเอ" ผู้ถ่ายทอดบทบาท "แดจังกึม" ได้รับความนิยมโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในเกาหลีขณะนี้
กระแสแดจังกึมฟีเวอร์จึงลามเร็วและไปไกลกว่าไข้หวัดนก ในเกาหลีกวาดเรทติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงเวลาที่ละครออกอากาศฉายที่เกาหลี ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ปี 2003 ไปจนถึงวันที่ 23 มีนาคม ปี 2004 โดยละครเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฎการณ์ความฮิตที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับละครเรื่องไหนมาก่อน ด้วยการกวาด    เรทติ้งเฉลี่ยของทุกตอนที่ออกฉายสูงถึง 47% (ถ้ามีผู้ชมโทรทัศน์ 100 คน มี 47 คนชมละครนี้) และตอนที่มี    เรทติ้งสูงสุดสามารถทำได้ถึง 57.8 % ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานประเมินเรตติ้ง แต่จากการประเมินอย่าง รวบรัดโดยการขี่จักรยานตระเวณขณะละครเรื่องนี้ออกอากาศ บ้านซึ่งมองจากถนนเห็นสมาชิกกำลังชมโทรทัศน์ทุกหลังชมละครเรื่องนี้ ไหนๆ ก็จะสำรวจแล้วต้องอิงหลักสถิติโดยนับบ้านที่เห็นกำลังชมโทรทัศน์ให้ได้ 30 หลัง    ( n = 30) 30 หลังจากทั้งหมด 30 หลังคาเรือนชมแดจึงกึม แต่บ้านที่มองจากถนนไม่เห็นว่ากำลังชมโทรทัศน์    ไม่รวมอยู่ในการสำรวจครั้งนี้  เห็นไหมครับมีว่าแค่ขี่จักรยานสำรวจก็เป็นรายงาน (report) ได้ ดีกว่าเดาไปเอง
                ชักสนุกแล้วล่ะครับ
                การจัดการความรู้เป็น “เชื้อดี” อีกอย่างที่ผมติดงอมแงมเรื้อรัง เข้าไขกระดูก เข้าไปถึง DNA สายตาที่มองโลก มองปรากฏการณ์ผ่านละครแดจึงกึมจึงมิใช่การมองผ่าน แต่อาศัยการมองพิศเพ่งพินิจผ่านแว่นของการจัดการความรู้ ถ้าจะเปรียบละครเกาหลีเรื่องนี้เป็นผลไม้ แว่นของการจัดการความรู้ ส่อง” เห็นว่า       มีส่วนที่เป็นผิวเป็นเปลือกสีสันสวยงามชวนเข้าใกล้ลิ้มลอง ส่วนที่สองคือเนื้อหนานุ่มชุ่มคอบริโภคแล้วติดใจอยากบริโภคซ้ำ และส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดที่นำไปทำซ้ำขยายผลเพาะปลูกให้งอกงามเต็มแผ่นดินได้เพราะแก่นนั้นได้บรรจุรหัสการจัดการความรู้ที่เปรียบเสมือน DNA หรือรหัสพันธุกรรม สมควรต่อการคลี่และถอดรหัส
                ผิวเปลือกที่สวยงามของละครแดจึงกึม ที่สะดุดตามผู้คนทุกประเทศคือนางเอกแก้มชมพูใส เธอคือ    ลียองเอ ข้อมูลจากอินเตอร์เนทระบุว่า เธออายุ 34 ปี ผมรีบแถมข้อมูลเพิ่มเติมให้ ผบ.ทบ.ที่บ้านว่า ลียองเอ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ไม่ดื่มชากาแพเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอนดึก ที่สำคัญขีดเส้นใต้สองเส้นคือเธอใช้น้ำเปล่าๆ ล้างหน้ามิได้ใช้โฟมยี่ห้อใด ก่อนนอนเธอจะฝานมันฝรั่งเป็นแว่นบางๆ แปะที่หน้า การจัดการความรู้ต้องมีเป้าหมายครับ คือผมต้องการย้ำ “สาร หรือ message” เห็นไหมไม่ต้องใช้โฟมล้างหน้าก็สวยได้ outcome ที่คาดว่าจะเกิดคือการลดรายจ่ายค่าโฟมล้างหน้าของครอบครัวเรา แต่งานนี้อาจต้องยอมเปลืองค่ามันฝรั่งบ้าง ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
                ละครนี้เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ไม่ขึ้นกับระดับการศึกษาใครๆก็ดูสนุก มีรักหวานชื่น มีคนที่รักเขาข้างเดียวอย่าง”แชกึมยอง”น่าสงสารจัง มีการชิงอำนาจไหวพริบ แต่หมัดเด็ดของการนำเสนอคือ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้หญิง เป็นเพศแม่ ที่ง่วนอยู่กับการทำกับข้าวหน้าครัวไฟ เหมือนสตรีไทยแฟนพันธุ์แท้หลายสิบล้านคน อย่างนี้ทางวงการนิเทศศาสตร์ท่านว่า มีบริบทคล้ายกัน หรือพูดให้ง่ายคือ คนดูรู้สึกว่าแดจึงกึมอยู่ใกล้แค่เอื้อม แค่เข้าครัวก็ใกล้แดจึงกึมแล้ว การจัดการความรู้จึงต้องอิงบริบทและสร้างความรู้สึกว่าเป็นเรื่องของชาวบ้านเขาไม่ใช่เรื่องของนักวิชาการ ยิ่งทำให้บริโภคง่านโดยไม่ต้องแปล ยิ่งดี
                มาถึงเนื้อที่หนานุ่ม ละครซีรี่ย์นี้มี 70 ตอน เริ่มตั้งแต่ก่อนนางเอกคลอด ช่วยวัยเยาว์ ช่วงเข้าวัง ช่วงแสวงหาความรู้ ช่วงถูกระเห็จออกนอกวัง และช่วงกลับเข้าวังในฐานะแพทย์  การนำเสนอแวะเวียนวนอยู่ที่ห้องเครื่องหรือห้องครัว จะออกนอกครัวออกนอกวังบ้างก็ตอนไปหาวัตถุดิบหรือหาความรู้เพิ่มเติม หรือตอนสำคัญคือการตอบโจทย์พระพันปีหลวงที่ทรงบัญชาให้ประกอบอาหารตอบโจทย์ของพระองค์ท่าน
                ในแต่ละตอนจะนำเสนอกระบวนการ สุ-จิ-ปุ-ลิ คือ  “จังกึม” และผู้มีพระคุณคือ “ฮันซัมกุง” สามัญชนผู้ก้าวมาเป็นนางกำนัลอาวุโส หรือแม้แต่อีกฝ่ายคือ “แชซัมกุง” จากตระกูลขุนนางใหญ่ ต่าง ฟัง-คิด-ถาม-เขียน แม้ว่าฝ่ายตระกูลแชที่อิงแนบห้อยโหนอำนาจ จึงฟังน้อย คิดน้อย ถามน้อย เขียนน้อย แต่ก็มีการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ คือ plan - do - check - act ไม่ผิดแผกจากวงจร PDCA ซึ่งศาสตราจารย์ Edward Demming แห่งสหรัฐท่านนำมาสอนเป็นทฤษฎี แต่มางอกงามเต็มที่ในญี่ปุ่น ผมเพิ่งอ๋อ เพราะวัฒนธรรมตะวันออกหรือการเป็นเหลนโหลนแดจึงกึมนี่เองที่ทำให้คนเกาหลี คนญี่ปุ่น ทำ PDCA จนเป็นนิสัย หายใจเข้าออกเป็น PDCA
                ตอนกษัตริย์จุงจงเสด็จออกล่าสัตว์ ห้องเครื่องต้องเตรียมน้ำแกงไว้รอแต่บังเอิญแม่ครัวอาวุโสล้มเจ็บเพราะพิษอาหารทะเล “จังกึม” กับ “แชกึมยอง” เพื่อนนางกำนัลจากตระกูลแชซึ่งหลงรักพระเอกข้างเดียว ต้องแสดงบทบาทจำเป็น เธอทั้งสอง plan ว่าต้องทำน้ำแกงให้เสร็จทันกษัตริย์จุงจงกลับจากล่าสัตว์ น้ำแกงต้องอร่อยรสชาติไม่เพี้ยนทั้งๆ ที่เครื่องปรุงไม่ครบ เวลาที่จะเคี่ยวน้ำแกงก็ไม่พอ  และ plan วางแผนหาวัตถุดิบ ซึ่งจังกึมจดจำที่แม่เล่าได้ว่าน้ำแร่บางแหล่งทำน้ำแกงอร่อย  do คือ แชกึมยองเตรียมอาหาร จังกึมฉวยถังไปหาน้ำแร่ check คือ เมื่อไปถึงแหล่งธรรมชาติ สิ่งแรกที่จังกึมทำคือชิมรสชาติว่าเหมือนที่แม่เคยบอกไหม แล้วเธอเกิดจินตนาการอย่างสร้างสรร (imaginary creativity) เมื่อเธอนำน้ำแร่กลับมาปรุงน้ำแกงก็ชิมอีกว่ารสชาตินำแกงอร่อยไม่เพี้ยน act คือ การทดลองเมื่อได้ผลดีรู้แล้วบอกต่อ นางกำนัลในครัวและนางกำนัลอาวุโสจึงทราบว่าน้ำแร่ช่วยเพิ่มรสชาติน้ำแกงได้
                หรือตอนซีอิ้วในวังที่หมักมีรสชาติเปลี่ยนเน่าเสียต้องหาสาเหตุ “ซัมกุงสูงสุด” จึงบัญชาให้แบ่งทีมสอบสวนออกเป็นสองทีม โดยมี “แชซัมกุง” และ “ฮันซัมกุง” เป็นหัวหน้าทีมสอบสวนรุดออกจากวังไปสืบเสาะ โดยการตัดปัจจัยที่พิสูจน์แล้วว่าไม่น่าจะเป็นต้นเหตุออก คือ plan แล้ว do คือไปพิสูจน์เกลือ ไปดูกระบวนการทำโอ่ง ตรวจสอบคุณภาพถั่ว แล้ว check ว่าแน่ใจหรือไม่เรื่องข้อสรุปนั้นๆ ซึ่งบังเอิญ ไปที่หมู่บ้านหนึ่งเกลือก็คุณภาพเลว ถั่วก็คุณภาพเลว แต่มีสามที่ในหมู่บ้านที่หมักซีอิ้วรสชาติดี พอไป check พบว่าที่ทั้งสามอยู่ใต้ร่มไม้ที่มีเกสรร่วงหล่นเหมือนกันทั้งสามที่ เดิมทีในวังก็มีร่มไม้แต่กรมวังสั่งตัดเพราะใบไม้ร่วงรก แต่นั้นมาซีอิ้วในวังก็รสชาติเปลี่ยนไป act ก็คือการย้ายโอ่งหมักซีอิ้วในวังให้อยู่ใต้ร่มไม้ที่มีเกสรหอมหวลเช่นเดิม act แล้วซีอิ้วอร่อยเช่นเดิม
                การปรุงอาหารต้องใส่ความเอาใจใส่ คือ เอาใจเข้าใส่ในงาน ตรงนี้คือเพชรแห่งการค้นพบของจังกึม เพราะ เธอเคยพลาดตรงที่มุ่งความสำเร็จโดยมองข้ามเรื่องพื้นฐานคือการทำงานด้วยใจรัก จังกึมพลาดถึงสองครั้ง ครั้งแรกคอขาดบาดตาย คือ มัวเสียเวลารอเนื้อส่วนที่ดีที่สุดจากร้านขายเนื้อแต่พอเวลาเหลือไม่พอจึงใช้วิธีลัดเติมน้ำนมอูฐ ซึ่งผิดกติกาของพระพันปีหลวงท่านให้ทำอาหารอย่างชาวบ้านซึ่งไม่มีปัญญาหาเนื้อดีๆ และน้ำนมอูฐ สิ่งที่ชาวบ้านใช้คือใช้ไฟอ่อนๆ เคียวน้ำแกงซึ่งต้องใช้เวลาเป็นวันผลจากการคิดผิดทำพลาดทำให้ “ฮันซัมกุง” บอกให้จังกึมออกนอกวังไปสักพักเพื่อหวนคิดทบทวนข้อผิดพลาด (reflection และ AAR-after action review) การไปปรนนิบัติ “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ซี่งป่วยใกล้ตายถวิลหาข้าวพื้นเมืองตากแห้งซึ่งพี่ชายเคยตากให้กินตอนยังเด็ก จังกึมหาข้าวที่ว่าได้แต่เกรงคนป่วยหนักจะไม่อยู่รอจึงนำข้าวมาคั่ว “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ชิมแล้วบอกว่าคล้ายแต่ไม่เหมือน ต่อมาคนสวนนำข้าวชนิดเดียวกันแต่ตากสามแดดมาให้กิน ครั้งนี้ “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ร้องไห้โฮบอกว่าใช้แล้ว จะขอนำข้าวนี้ไปฝากพี่ชายในปรโลกด้วย แล้วก็จากไปอย่างสงบ จังกึมจึงรำพึงว่า ความเอาใจใส่ต้องมาก่อนการเอาชนะ โดยเฉพาะเอาชนะเวลา
ส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดที่นำไปทำซ้ำขยายผล จากละครนี้คือกระบวนการสรรหา “ซัมกุงสูงสุด” ที่ได้มาด้วยฝีมือมีการแข่งขันหลายรอบตามโจทย์ที่พระพันปีหลวงตั้งซึ่งเน้นความเป็นชาวบ้าน อาหารชาวบ้านที่มีคุณประโยชน์ด้านสุขภาพและรสชาติดี คือ นอกจากตั้งโจทย์และยังตั้งเป้า มุ่งไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายพิสูจน์ที่รสชาติและการอรรถาธิบายคุณประโยชน์ เพื่อขยายผลสู่ทวยประชาราษฎร์ ผู้ชมก็ได้ความรู้ไปด้วยบวกกับการอยากลองชิมอาหารเกาหลีทำให้ร้านอาหารเกาหลีในไทยและในเอเซียมีลูกค้าหนาตา การแข่งขันช่วงชิงตำแหน่ง ”ซัมกุงสูงสุด” เป็นไปอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายตระกูลแชมีอำนาจมีตำราจึงละเลยการแสวงหาความรู้ใหม่ ฝ่าย      “ ฮันซัมกุง” มีจังกึมอยู่เคียงข้างสู้ด้วยปัญญา วิริยะ และฝีมือ จะสู้เส้นสายได้หรือไม่ต้องตามชมตอนต่อ
การจดบันทึกคือส่วนที่เป็นแก่นสำคัญ ราชสำนักโชชอนเมื่อหกร้อยปีก่อน (ราวอยุธยาตอนต้น) มีการบันทึกเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งแต่บันทึกตำราอาหารของแม่นางเอกที่ซุกซ่อนไว้ในห้องเครื่อง ตำราประจำตำแหน่งซัมกุงสูงสุดที่ระบุสรรพคุณทางยาและกลเม็ดเคล็ดลับการปรุงอาหารในวังซึ่งถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุ ส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดคือระบบที่เกื้อกูลให้มีการจัดการความรู้
“แดจังกึม” สตรีสามัญก้าวสู่ตำแหน่งใหญ่ยิ่งด้วยปัญญาและฝีมือ จึงผู้ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก จินตนาการของเธอถึงรสชาติอาหารหลากหลายแม้ในยากลิ้มไม่รู้รส นั้นสำคัญกว่าความรู้ดิบๆ ที่อ่านเอาจากตำรา ความรู้ของสตรีนางนี้เป็นความรู้ที่ผ่านสมองผ่านหัวใจออกมาทางรสมือ เป็นความรู้ที่แท้ที่อยู่บนฐานข้อมูลผ่านการลองชิมลองผิดลองถูก
output ของละครแดจังกึม คือ เรตติ้งคนชมล้นหลาม อัตราค่าโฆษราของรายการก็สูงลิ่วตาม outcome คือ กระแสตื่นอาหารเกาหลีและการท่องเที่ยวเกาหลีก็บูมมาก ใครก็รู้จักผักดองกิมจิ impact น่าจะได้แก่ คามใส่ใจในการบริโภคอาหารที่มีสรรพคุณ การประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ล้างมือก่อนปรุง ฯลฯ
ดูหนังดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว เมื่อถอดระหัสจอมนางแห่งการจัดการความรู้ได้แล้ว เราน่าจะลองตรวจสอบขุมความรุ้ แก่นความรู้ที่แต่ละท่านสั่งสมมาตลอดชีวิต นำเสนอผ่านเปลือกผิวที่น่าลิ้มลอง มีเนื้อที่ตรงความต้องการจุใจ รวมทั้งออกแบบระบบให้เกื้อกูลปัญญา
คงไม่ต้องรอถึงชาติหน้าแดจังกึมกลับชาติมาเกิดไปคนไทยนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 9022
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

ดีที่มีละครสนุกๆ มาฉายที่ชอง 3

ที่บ้านติดละครเรื่องนี้กันหมดทุกคนเหมือนกันค่ะ (จริงๆ ก็มีอยู่แค่ 3 คน) เวลาดูละครเรื่องนี้ทีไรก็นึกถึง การจัดการความรู้ ว่ามันเหมือนกันอยู่หลายประเด็น แต่คุณแม่ซึ่งติดด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ท่านได้เรียนรู้เคล็ดดับการทำอาหารหลายอย่าง แถมชอบลองทำให้ลูก และ คุณพ่อได้ลอง อย่างเช่น การเอาขี้กุ้งออกจากหลังโดยไม่ต้องผ่า ...ถามว่าทำอย่างไร ก็ไม่บอก (เพราะตอนนั้นพลาดไม่ได้ดู) ท่านก็บอกว่าไม่บอก วันหนึ่งแอบเข้าครัวไป เห็นกำลังเอาไม้จิ้มฟันดึงขี้กุ้ง น้ำ ก็ได้เรียนรู้จากคุณแม่อีกที

และที่สังเกตเห็นคุณแม่เวลาทำอาหารจะลดน้ำปลาลง แต่จะใช้ซีอิ้วขาวแทน

ช่วงหลังๆ ซอจังกึม เรียนวิชาแพทย์กับ "จังด็อก" แม่ก็ทำท่าอยากจะรู้ว่า ไอ้เจ้าสมุนไพรที่แพทย์พูดถึงนั้น บ้านเราเขาเรียกว่าอะไร น้ำก็จนปัญญาจะจำได้ (ดูท่าแล้วคุณแม่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบดารา) อนาคตอาจจะรักษาโรคให้ลูกแทนหมอ นี่ดีน่ะที่แม่กลัวเข็ม ไม่อย่างนั้นอาจถูกฟังเข็มเข้าไม่รู้ตัว

 

แดจึงกึมเป็คนที่เร็มมากนะ

ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆเลยล่ะจะบอกให้สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลย

   เป็นละครที่ดีมากๆ เสาร์-อาทิตย์ไหนถ้าไม่ได้ดูละก็หงุดหงิกมากๆถึงมากที่สุด

   อีกไม่นานคงใกล้จะจบแล้วสินะ  บอกตรงว่ายังไม่อยากให้จบเลยให้ตายสิ

                                                     ทีมงานเด็กดื้อ

เหลืออีกตอนเดียวก็จบแล้ว น่าจะเขียนถึงแดจังกึมแบบมองให้เห็นความเชื่อมโยง system thinking นะครับมีคนรออ่าน

ชอบมากๆ ซื้อแผ่นมาดูแล้ว อยากเป็นจังกึม

ชอบ  ลียองเอมากค่ะ  อยากเจอตัวจริงเมื่อไรจะมาเมืองไทย
ขอบพระคุณมากค่ะ  คุณหมอ  ชอบเหมือนกันค่ะ  แดจังกึม