การจัดการความรู้เป็น “เชื้อดี” อีกอย่างที่ผมติดงอมแงมเรื้อรัง เข้าไขกระดูก เข้าไปถึง DNA สายตาที่มองโลก มองปรากฏการณ์ผ่านละครแดจึงกึมจึงมิใช่การมองผ่าน แต่อาศัยการมองพิศเพ่งพินิจผ่านแว่นของการจัดการความรู้

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดไข้เห่อแดจังกึมเข้าเต็มเปาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนประสบพบละครซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้เพราะ ผบทบ. ที่บ้านท่านชมตอนแรกแล้วติดใจ จึงมีบัญชาให้ทุกเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ 18.30 – 20.00 น. ล๊อครีโมทโทรทัศน์ไว้ที่ช่อง 3 เช่นเดียวกับผู้ชมในประเทศไทยหลายสิบล้านคนที่เฝ้าหน้าจออย่างจรดจ่อ ขนาดตอนโฆษณายังไม่อยากลุกเข้าห้องน้ำ ผมจึงต้องชมละครเรื่องนี้โดยปริยาย จากความเชี่ยวชาญในการสืบค้นหาขุมความรู้      แม่อีหนูจึงไหว้วานให้ค้นหน่อยว่าเรื่องย่อๆ เป็นอย่างไร ไม่เป็นไรขอรับ เพียงแค่เราทราบแหล่งที่จะหาข้อมูล (data source) เรื่องนี้ก็ง่ายนิดเดียวเพียงลัดนิ้วมือก็ไปยึดกุมข้อมูลความรู้ (knowledge capture) จากเว็บไซด์ไทยทีวีสีช่องสาม www.thaitv3.com เผยว่า….
แดจังกึม” จอมนางแห่งวังหลวง เป็นละครเกาหลีที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของหญิงสาวผู้เป็นตำนานนามว่า จังกึม” ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับเชื้อพระวงศ์ในพระ

ราชสำนักจนได้รับการยกย่องจากกษัตริย์ให้เป็น “แดจังกึม” (แด คือ ตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ) ในวัยเด็กเธอได้สูญเสียพ่อและแม่ไป แต่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วิธีปรุงอาหารในพระราชสำนัก ด้วยความที่เธอเป็นเด็กฉลาดทำให้จังกึมได้กลายเป็นกุ๊กมือหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์ แต่ดูเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งเมื่อเธอถูกใส่ความและถูกไล่ออกจากพระราชสำนัก อย่างไรก็ตาม จังกึมก็ไม่เคยย่อท้อเธอได้ศึกษาวิชาการปรุงยาจนชำนาญ จากนั้นจึงกลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง จนได้กลายเป็นหมอหญิงที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์เกาหลี ซี่รีย์ “แดจังกึม” ชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงกวาดเรตติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงระยะเวลาที่ออกอากาศในประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังไปสร้างเรตติ้งในอีกหลายประเทศอาทิ ใต้หวัน ญี่ปุ่น และ แถบตะวันตกทางช่อง Woch-ch ใน ชิคาโก จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมละครเป็นจำนวนมาก    สิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมเกาหลี คือการผสมผสานเอกลักษณ์ 2 สิ่งเข้ารวมกันคือการถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานรวมถึงการทำอาหารรวมทั้งยารักษาทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ที่คนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป ไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก ความเข้มข้นของ  เนื้อเรื่องที่ชวนติดตามนี้เองส่งผลให้ดารานำ “ลียองเอ” ผู้ถ่ายทอดบทบาท “แดจังกึม” ได้รับความนิยมโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในเกาหลีขณะนี้
กระแสแดจังกึมฟีเวอร์จึงลามเร็วและไปไกลกว่าไข้หวัดนก ในเกาหลีกวาดเรทติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงเวลาที่ละครออกอากาศฉายที่เกาหลี ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ปี 2003 ไปจนถึงวันที่ 23 มีนาคม ปี 2004 โดยละครเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฎการณ์ความฮิตที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับละครเรื่องไหนมาก่อน ด้วยการกวาด    เรทติ้งเฉลี่ยของทุกตอนที่ออกฉายสูงถึง 47% (ถ้ามีผู้ชมโทรทัศน์ 100 คน มี 47 คนชมละครนี้) และตอนที่มี    เรทติ้งสูงสุดสามารถทำได้ถึง 57.8 % ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานประเมินเรตติ้ง แต่จากการประเมินอย่าง รวบรัดโดยการขี่จักรยานตระเวณขณะละครเรื่องนี้ออกอากาศ บ้านซึ่งมองจากถนนเห็นสมาชิกกำลังชมโทรทัศน์ทุกหลังชมละครเรื่องนี้ ไหนๆ ก็จะสำรวจแล้วต้องอิงหลักสถิติโดยนับบ้านที่เห็นกำลังชมโทรทัศน์ให้ได้ 30 หลัง    ( n = 30) 30 หลังจากทั้งหมด 30 หลังคาเรือนชมแดจึงกึม แต่บ้านที่มองจากถนนไม่เห็นว่ากำลังชมโทรทัศน์    ไม่รวมอยู่ในการสำรวจครั้งนี้  เห็นไหมครับมีว่าแค่ขี่จักรยานสำรวจก็เป็นรายงาน (report) ได้ ดีกว่าเดาไปเอง
                ชักสนุกแล้วล่ะครับ
                การจัดการความรู้เป็น “เชื้อดี” อีกอย่างที่ผมติดงอมแงมเรื้อรัง เข้าไขกระดูก เข้าไปถึง DNA สายตาที่มองโลก มองปรากฏการณ์ผ่านละครแดจึงกึมจึงมิใช่การมองผ่าน แต่อาศัยการมองพิศเพ่งพินิจผ่านแว่นของการจัดการความรู้ ถ้าจะเปรียบละครเกาหลีเรื่องนี้เป็นผลไม้ แว่นของการจัดการความรู้ ส่อง” เห็นว่า       มีส่วนที่เป็นผิวเป็นเปลือกสีสันสวยงามชวนเข้าใกล้ลิ้มลอง ส่วนที่สองคือเนื้อหนานุ่มชุ่มคอบริโภคแล้วติดใจอยากบริโภคซ้ำ และส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดที่นำไปทำซ้ำขยายผลเพาะปลูกให้งอกงามเต็มแผ่นดินได้เพราะแก่นนั้นได้บรรจุรหัสการจัดการความรู้ที่เปรียบเสมือน DNA หรือรหัสพันธุกรรม สมควรต่อการคลี่และถอดรหัส
                ผิวเปลือกที่สวยงามของละครแดจึงกึม ที่สะดุดตามผู้คนทุกประเทศคือนางเอกแก้มชมพูใส เธอคือ    ลียองเอ ข้อมูลจากอินเตอร์เนทระบุว่า เธออายุ 34 ปี ผมรีบแถมข้อมูลเพิ่มเติมให้ ผบ.ทบ.ที่บ้านว่า ลียองเอ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ไม่ดื่มชากาแพเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอนดึก ที่สำคัญขีดเส้นใต้สองเส้นคือเธอใช้น้ำเปล่าๆ ล้างหน้ามิได้ใช้โฟมยี่ห้อใด ก่อนนอนเธอจะฝานมันฝรั่งเป็นแว่นบางๆ แปะที่หน้า การจัดการความรู้ต้องมีเป้าหมายครับ คือผมต้องการย้ำ “สาร หรือ message” เห็นไหมไม่ต้องใช้โฟมล้างหน้าก็สวยได้ outcome ที่คาดว่าจะเกิดคือการลดรายจ่ายค่าโฟมล้างหน้าของครอบครัวเรา แต่งานนี้อาจต้องยอมเปลืองค่ามันฝรั่งบ้าง ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
                ละครนี้เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ไม่ขึ้นกับระดับการศึกษาใครๆก็ดูสนุก มีรักหวานชื่น มีคนที่รักเขาข้างเดียวอย่าง”แชกึมยอง”น่าสงสารจัง มีการชิงอำนาจไหวพริบ แต่หมัดเด็ดของการนำเสนอคือ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้หญิง เป็นเพศแม่ ที่ง่วนอยู่กับการทำกับข้าวหน้าครัวไฟ เหมือนสตรีไทยแฟนพันธุ์แท้หลายสิบล้านคน อย่างนี้ทางวงการนิเทศศาสตร์ท่านว่า มีบริบทคล้ายกัน หรือพูดให้ง่ายคือ คนดูรู้สึกว่าแดจึงกึมอยู่ใกล้แค่เอื้อม แค่เข้าครัวก็ใกล้แดจึงกึมแล้ว การจัดการความรู้จึงต้องอิงบริบทและสร้างความรู้สึกว่าเป็นเรื่องของชาวบ้านเขาไม่ใช่เรื่องของนักวิชาการ ยิ่งทำให้บริโภคง่านโดยไม่ต้องแปล ยิ่งดี
                มาถึงเนื้อที่หนานุ่ม ละครซีรี่ย์นี้มี 70 ตอน เริ่มตั้งแต่ก่อนนางเอกคลอด ช่วยวัยเยาว์ ช่วงเข้าวัง ช่วงแสวงหาความรู้ ช่วงถูกระเห็จออกนอกวัง และช่วงกลับเข้าวังในฐานะแพทย์  การนำเสนอแวะเวียนวนอยู่ที่ห้องเครื่องหรือห้องครัว จะออกนอกครัวออกนอกวังบ้างก็ตอนไปหาวัตถุดิบหรือหาความรู้เพิ่มเติม หรือตอนสำคัญคือการตอบโจทย์พระพันปีหลวงที่ทรงบัญชาให้ประกอบอาหารตอบโจทย์ของพระองค์ท่าน

                ในแต่ละตอนจะนำเสนอกระบวนการ สุ-จิ-ปุ-ลิ คือ  “จังกึม” และผู้มีพระคุณคือ “ฮันซัมกุง” สามัญชนผู้ก้าวมาเป็นนางกำนัลอาวุโส หรือแม้แต่อีกฝ่ายคือ “แชซัมกุง” จากตระกูลขุนนางใหญ่ ต่าง ฟัง-คิด-ถาม-เขียน แม้ว่าฝ่ายตระกูลแชที่อิงแนบห้อยโหนอำนาจ จึงฟังน้อย คิดน้อย ถามน้อย เขียนน้อย แต่ก็มีการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ คือ plan - do - check - act ไม่ผิดแผกจากวงจร PDCA ซึ่งศาสตราจารย์ Edward Demming แห่งสหรัฐท่านนำมาสอนเป็นทฤษฎี แต่มางอกงามเต็มที่ในญี่ปุ่น ผมเพิ่งอ๋อ เพราะวัฒนธรรมตะวันออกหรือการเป็นเหลนโหลนแดจึงกึมนี่เองที่ทำให้คนเกาหลี คนญี่ปุ่น ทำ PDCA จนเป็นนิสัย หายใจเข้าออกเป็น PDCA
                ตอนกษัตริย์จุงจงเสด็จออกล่าสัตว์ ห้องเครื่องต้องเตรียมน้ำแกงไว้รอแต่บังเอิญแม่ครัวอาวุโสล้มเจ็บเพราะพิษอาหารทะเล “จังกึม” กับ “แชกึมยอง” เพื่อนนางกำนัลจากตระกูลแชซึ่งหลงรักพระเอกข้างเดียว ต้องแสดงบทบาทจำเป็น เธอทั้งสอง plan ว่าต้องทำน้ำแกงให้เสร็จทันกษัตริย์จุงจงกลับจากล่าสัตว์ น้ำแกงต้องอร่อยรสชาติไม่เพี้ยนทั้งๆ ที่เครื่องปรุงไม่ครบ เวลาที่จะเคี่ยวน้ำแกงก็ไม่พอ  และ plan วางแผนหาวัตถุดิบ ซึ่งจังกึมจดจำที่แม่เล่าได้ว่าน้ำแร่บางแหล่งทำน้ำแกงอร่อย  do คือ แชกึมยองเตรียมอาหาร จังกึมฉวยถังไปหาน้ำแร่ check คือ เมื่อไปถึงแหล่งธรรมชาติ สิ่งแรกที่จังกึมทำคือชิมรสชาติว่าเหมือนที่แม่เคยบอกไหม แล้วเธอเกิดจินตนาการอย่างสร้างสรร (imaginary creativity) เมื่อเธอนำน้ำแร่กลับมาปรุงน้ำแกงก็ชิมอีกว่ารสชาตินำแกงอร่อยไม่เพี้ยน act คือ การทดลองเมื่อได้ผลดีรู้แล้วบอกต่อ นางกำนัลในครัวและนางกำนัลอาวุโสจึงทราบว่าน้ำแร่ช่วยเพิ่มรสชาติน้ำแกงได้

                หรือตอนซีอิ้วในวังที่หมักมีรสชาติเปลี่ยนเน่าเสียต้องหาสาเหตุ “ซัมกุงสูงสุด” จึงบัญชาให้แบ่งทีมสอบสวนออกเป็นสองทีม โดยมี “แชซัมกุง” และ “ฮันซัมกุง” เป็นหัวหน้าทีมสอบสวนรุดออกจากวังไปสืบเสาะ โดยการตัดปัจจัยที่พิสูจน์แล้วว่าไม่น่าจะเป็นต้นเหตุออก คือ plan แล้ว do คือไปพิสูจน์เกลือ ไปดูกระบวนการทำโอ่ง ตรวจสอบคุณภาพถั่ว แล้ว check ว่าแน่ใจหรือไม่เรื่องข้อสรุปนั้นๆ ซึ่งบังเอิญ ไปที่หมู่บ้านหนึ่งเกลือก็คุณภาพเลว ถั่วก็คุณภาพเลว แต่มีสามที่ในหมู่บ้านที่หมักซีอิ้วรสชาติดี พอไป check พบว่าที่ทั้งสามอยู่ใต้ร่มไม้ที่มีเกสรร่วงหล่นเหมือนกันทั้งสามที่ เดิมทีในวังก็มีร่มไม้แต่กรมวังสั่งตัดเพราะใบไม้ร่วงรก แต่นั้นมาซีอิ้วในวังก็รสชาติเปลี่ยนไป act ก็คือการย้ายโอ่งหมักซีอิ้วในวังให้อยู่ใต้ร่มไม้ที่มีเกสรหอมหวลเช่นเดิม act แล้วซีอิ้วอร่อยเช่นเดิม
                การปรุงอาหารต้องใส่ความเอาใจใส่ คือ เอาใจเข้าใส่ในงาน ตรงนี้คือเพชรแห่งการค้นพบของจังกึม เพราะ เธอเคยพลาดตรงที่มุ่งความสำเร็จโดยมองข้ามเรื่องพื้นฐานคือการทำงานด้วยใจรัก จังกึมพลาดถึงสองครั้ง ครั้งแรกคอขาดบาดตาย คือ มัวเสียเวลารอเนื้อส่วนที่ดีที่สุดจากร้านขายเนื้อแต่พอเวลาเหลือไม่พอจึงใช้วิธีลัดเติมน้ำนมอูฐ ซึ่งผิดกติกาของพระพันปีหลวงท่านให้ทำอาหารอย่างชาวบ้านซึ่งไม่มีปัญญาหาเนื้อดีๆ และน้ำนมอูฐ สิ่งที่ชาวบ้านใช้คือใช้ไฟอ่อนๆ เคียวน้ำแกงซึ่งต้องใช้เวลาเป็นวันผลจากการคิดผิดทำพลาดทำให้ “ฮันซัมกุง” บอกให้จังกึมออกนอกวังไปสักพักเพื่อหวนคิดทบทวนข้อผิดพลาด (reflection และ AAR-after action review) การไปปรนนิบัติ “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ซี่งป่วยใกล้ตายถวิลหาข้าวพื้นเมืองตากแห้งซึ่งพี่ชายเคยตากให้กินตอนยังเด็ก จังกึมหาข้าวที่ว่าได้แต่เกรงคนป่วยหนักจะไม่อยู่รอจึงนำข้าวมาคั่ว “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ชิมแล้วบอกว่าคล้ายแต่ไม่เหมือน ต่อมาคนสวนนำข้าวชนิดเดียวกันแต่ตากสามแดดมาให้กิน ครั้งนี้ “ซัมกุงพี่เลี้ยง” ร้องไห้โฮบอกว่าใช้แล้ว จะขอนำข้าวนี้ไปฝากพี่ชายในปรโลกด้วย แล้วก็จากไปอย่างสงบ จังกึมจึงรำพึงว่า ความเอาใจใส่ต้องมาก่อนการเอาชนะ โดยเฉพาะเอาชนะเวลา
ส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดที่นำไปทำซ้ำขยายผล จากละครนี้คือกระบวนการสรรหา “ซัมกุงสูงสุด” ที่ได้มาด้วยฝีมือมีการแข่งขันหลายรอบตามโจทย์ที่พระพันปีหลวงตั้งซึ่งเน้นความเป็นชาวบ้าน อาหารชาวบ้านที่มีคุณประโยชน์ด้านสุขภาพและรสชาติดี คือ นอกจากตั้งโจทย์และยังตั้งเป้า มุ่งไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายพิสูจน์ที่รสชาติและการอรรถาธิบายคุณประโยชน์ เพื่อขยายผลสู่ทวยประชาราษฎร์ ผู้ชมก็ได้ความรู้ไปด้วยบวกกับการอยากลองชิมอาหารเกาหลีทำให้ร้านอาหารเกาหลีในไทยและในเอเซียมีลูกค้าหนาตา การแข่งขันช่วงชิงตำแหน่ง ”ซัมกุงสูงสุด” เป็นไปอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายตระกูลแชมีอำนาจมีตำราจึงละเลยการแสวงหาความรู้ใหม่ ฝ่าย      “ ฮันซัมกุง” มีจังกึมอยู่เคียงข้างสู้ด้วยปัญญา วิริยะ และฝีมือ จะสู้เส้นสายได้หรือไม่ต้องตามชมตอนต่อ
การจดบันทึกคือส่วนที่เป็นแก่นสำคัญ ราชสำนักโชชอนเมื่อหกร้อยปีก่อน (ราวอยุธยาตอนต้น) มีการบันทึกเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งแต่บันทึกตำราอาหารของแม่นางเอกที่ซุกซ่อนไว้ในห้องเครื่อง ตำราประจำตำแหน่งซัมกุงสูงสุดที่ระบุสรรพคุณทางยาและกลเม็ดเคล็ดลับการปรุงอาหารในวังซึ่งถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุ ส่วนที่เป็นแก่นเป็นเมล็ดคือระบบที่เกื้อกูลให้มีการจัดการความรู้

“แดจังกึม” สตรีสามัญก้าวสู่ตำแหน่งใหญ่ยิ่งด้วยปัญญาและฝีมือ จึงผู้ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก จินตนาการของเธอถึงรสชาติอาหารหลากหลายแม้ในยากลิ้มไม่รู้รส นั้นสำคัญกว่าความรู้ดิบๆ ที่อ่านเอาจากตำรา ความรู้ของสตรีนางนี้เป็นความรู้ที่ผ่านสมองผ่านหัวใจออกมาทางรสมือ เป็นความรู้ที่แท้ที่อยู่บนฐานข้อมูลผ่านการลองชิมลองผิดลองถูก
output ของละครแดจังกึม คือ เรตติ้งคนชมล้นหลาม อัตราค่าโฆษราของรายการก็สูงลิ่วตาม outcome คือ กระแสตื่นอาหารเกาหลีและการท่องเที่ยวเกาหลีก็บูมมาก ใครก็รู้จักผักดองกิมจิ impact น่าจะได้แก่ คามใส่ใจในการบริโภคอาหารที่มีสรรพคุณ การประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ล้างมือก่อนปรุง ฯลฯ
ดูหนังดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว เมื่อถอดระหัสจอมนางแห่งการจัดการความรู้ได้แล้ว เราน่าจะลองตรวจสอบขุมความรุ้ แก่นความรู้ที่แต่ละท่านสั่งสมมาตลอดชีวิต นำเสนอผ่านเปลือกผิวที่น่าลิ้มลอง มีเนื้อที่ตรงความต้องการจุใจ รวมทั้งออกแบบระบบให้เกื้อกูลปัญญา
คงไม่ต้องรอถึงชาติหน้าแดจังกึมกลับชาติมาเกิดไปคนไทยนะครับ