วันนี้ เราได้เชิญตัวแทนนักคิด ส่วนหนึ่งในสถาบัน (มาจากหลายวิชาชีพ) ซึ่งเคยได้รับการอบรมความคิดสร้างสรรค์มาแล้วจากอจ อนุวัฒน์ มาร่วมกันหาความคิดดีๆ เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยหลบหนี โดยแยกเป็น 2 ประเด็นจากข้อมูลเดิม (manage by fact) คือ หนีในช่วง 7 วันแรก ซึ่งเยอะมาก กับหนีในช่วงหลังๆ และพยายามให้คิดนอกกรอบ ไม่ติดกฏระเบียบ ไม่ซ้ำร่องความคิดในการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ พยายามมองปัญหาในมุมมองที่ต่างออกไป สมมติตัวเองเป็นเด็ก เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เป็นผู้ป่วย เป็นต้น
รวมทั้งได้เชิญนักศึกษาฝึกงานมาร่วมให้ความคิดเห็นด้วย เพื่อจะได้มุมมองใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ได้ความคิดดีๆ หลายอย่างเช่น มีอยู่คนหนึ่งบอกว่า "ถ้าเราทำให้เขามีความสุขในการอยู่ที่นี่ได้ เขาก็คงไม่หนีหรอกครับ " ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่ตามมา
อีกทั้งยังได้เชิญผู้ป่วยที่เคยหลบหนีมาร่วมให้ความคิดเห็นด้วย ถึงสาเหตุที่ทำให้หนี วิธีการป้องกันและให้ความเห็นกับแนวทางป้องกันการหลบหนีที่คุณเจ้าหน้าที่ทั้งหลายช่วยกันคิดมา (คือช่วงแรกที่ผู้ป่วยยังไม่มา เราก็ระดมสมองหาวิธีแก้ไปส่วนหนึ่งแล้ว พอเขาเข้ามา เราก็ถามความเห็นผู้ป่วยว่าคิดอย่างไร ) ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ทำให้เราตัดความคิดการแก้ปัญหาบางอย่างออกไปได้เลย เช่นแนวคิดที่ว่า จะให้ทำพิธีทางศาสนาและให้มีการสาบานว่าจะไม่หนี ผู้ป่วยบอกเลยว่า "คนติดยาอย่างพวกหนูน่ะ ไม่กล้วคำสาบานหรอกค่ะ"
สรุปแล้วเราก็ได้แนวทางการแก้ปัญหามาดังนี้
-
ช่วง 7 วันแรก
–7 วันแรกให้มีกิจกรรมที่ บันเทิงมากหน่อย–7 วันแรก ให้ตื่น 6.00 น. แทนที่จะเป็น 5.00 น–บอกผู้ป่วยว่า ถ้าอยู่ครบ 7 วันนะ จะลดเวลาบำบัดให้ 10 วัน–ออกทีมงาน พร้อมพี่เลี้ยงใน 7 วันแรก–การเตรียมผู้ป่วยคุมประพฤติประสานงานให้ญาติทราบเร็วที่สุด–ให้มีญาติมาด้วยยิ่งดี-ให้มีการต้อนรับที่ประทับใจ ก่อนสอบถามโน่น นี่–อยากได้คำถามที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ- มีสื่อ ฉายให้ผู้ป่วยใหม่ดู ผลของการหลบหนี–ทั้งผู้ป่วย–และญาติด้วย–ทำให้สถานที่ ดูสะดวก หรูหรา มีความบันเทิง น่าอยู่•มีคอมพิวเตอร์มาให้ใช้ ทั้งเล่นเกม ทั้งอินเตอร์เนท มีสิ่งของที่ช่วยสร้างความบันเทิง•มีห้องสมุดดีๆ•ได้ผลในบางคน
-
ช่วงหลัง
–ให้รางวัลถ้าอยู่ครบ ตามช่วงเวลาที่กำหนด
อยู่ครบ 7 วัน ลดเวลาให้ 7 วัน
ดีจังครับ ขอฟังเรื่องอื่นๆ ด้วยสิครับ
patient focus จริงๆ ค่ะ ขอชื่นชม