แต่ก่อนที่ครูอ้อยจะบอกตัวเอง เช่นนี้ได้ ครูอ้อยต้องถามตัวครูอ้อยเองก่อนว่า ครูอ้อยได้สร้างเหตุและปัจจัยให้ถึงพร้อมกับสิ่งที่ครูอ้อยปรารถนาแล้วหรือยัง เช่น ถ้าอยากร่ำรวยมีเงินทอง ตัวครูอ้อยเอง.....มีความขยันหมั่นเพียรในการทำงานและประหยัดอดออมเพียงพอแล้วหรือยัง
เวลามีความทุกข์มากๆ สิ่งของอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด....
ใครพูดอะไรก็ขวางใจ ขวางความรู้สึก ครูอ้อยเคยมีความรู้สึกแบบนี้บ่อยๆ
อยากจะเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางเหล่านั้น แต่นั่น..มันไม่ใช่หนทางที่ถูกที่ครูอ้อยจะเลือก
ครูอ้อยคิด..พิจารณาว่า ...ต้องมีวิธีการดับทุกข์ดับโศก..ที่มีอยู่
วิธีการดับทุกข์ดับโศก...อีกวิธีการหนึ่งก็คือ...
บอกตัวเองว่า " สิ่งไหนเป็นของเราก็เป็นของเรา สิ่งไหนไม่ใช่ก็ไม่ใช่ จงอย่าฝืน "
แต่ก่อนที่ครูอ้อยจะบอกตัวเอง เช่นนี้ได้ ครูอ้อยต้องถามตัวครูอ้อยเองก่อนว่า ครูอ้อยได้สร้างเหตุและปัจจัยให้ถึงพร้อมกับสิ่งที่ครูอ้อยปรารถนาแล้วหรือยัง เช่น ถ้าอยากร่ำรวยมีเงินทอง ตัวครูอ้อยเอง.....มีความขยันหมั่นเพียรในการทำงานและประหยัดอดออมเพียงพอแล้วหรือยัง
ในทางกลับกัน....หากครูอ้อยได้ทำทุกอย่างแล้ว....อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่บังเกิดผลตามที่เราต้องการก็ควรทำใจ.....ยอมรับความเป็นจริง
ตัวอย่างเช่น หากจำเป็นจะต้องแยกทางกับคนรักหรืออกหักเพราะรักเขาข้างเดียว แม้ว่า....ตัวเราจะพยายามปรับปรุงตัวเท่าไรก็ดูเหมือนว่า....สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ให้ทำใจยอมรับว่า .....คน ๆ นี้ไม่เหมาะที่จะเป็นคู่กับเรา หากฝืนดันทุรังต่อไป.....อาจจะไม่เป็นผลดีกับเราในระยะยาวก็ได้ เช่น ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวันเสียสุขภาพจิต ชีวิตไม่มีความสุข
คิดเสียแบบนี้ ก็จะทำให้เรา..หมดทุกข์...การคิดแบบนี้....เป็นวิธีการหนึ่งที่ดับทุกข์ดับโศกของเรา...
สวัสดีค่ะคุณจ๊อด Mr_Jod
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ นายฤทธิ์
ยินดีที่รู้จักค่ะ