สืบเนื่องจากบันทึกของท่านอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ (คนไร้กรอบ) เรื่อง คนแบบ Newtonian vs Bohmian ทำให้นึกถึงการจัด profile ทางจิตวิทยา เพื่อจัดกลุ่มคนทำงานตามทัศนคติ-วิธีคิด แบบที่ใช้ในบริษัทมาตั้งแต่ปี 2545 ต่อมาก็ใช้ "สอบ" เพื่อให้กรรมการสัมภาษณ์สามารถ "อ่าน" ผู้ที่สมัครเข้าทำงานใหม่ได้ง่ายขึ้น ผลก็ค่อนข้างแม่นจนน่าแปลกใจครับ

วิธีการนี้เรียกว่า Extended DISC ครับ รู้มาว่ามีบริษัทข้ามชาติหลายแห่งใช้เหมือนกัน

เรื่องนี้เริ่มต้นจากนักจิตวิทยาสังคมชาวฟินแลนด์ชื่อ ดร. วิลเลียม มาร์สตัน เริ่มเขียนเกี่ยวกับ DISC ในปี 1924 โดยจัดกลุ่มคนออกเป็น 4 กลุ่มตามพฤติกรรมของวิธีคิด เรียกเป็นกลุ่ม Dominance, Influence, Submission (ต่อมาเปลี่ยนเป็น Steadiness) และ Compliance (ต่อมาเปลี่ยนเป็น Conscientiousness) การจัดกลุ่มแบบนี้ ใช้เพียงพารามิเตอร์สองมิติคือ ใช้การคิดหรือใช้ความรู้สึกเป็นแกนตั้ง และใช้สัญชาตญาณหรือข้อมูลเป็นแกนนอน

กลุ่มที่ Dominace (สีเขียว) มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • แข็ง-เร็ว/aggressive
  • ชอบแข่งขัน/competitive
  • ชอบเรียกร้อง/demanding
  • รีบร้อน/in a hurry
  • ชอบขัดจังหวะ/interrupts
  • ประชิดตัว/is direct
  • ชอบท้าทาย/challenges you
  • ริเริ่มแต่ไม่ทำให้จบ/starter; not a finisher
  • ไม่ประนีประนอม/black or white (no grey area)
  • ต้องการความแน่นอน/wants to be in control
  • ใช้อำนาจเกินขอบเขต/exceeds authority
  • เบื่อง่าย/gets bored easily
  • ไม่ค่อยรับฟังใคร/doesn't listen
  • พูดถึง เป้าหมาย ตัวเอง คุณค่า ผลลัพธ์ และการเปลี่ยนแปลง

กลุ่ม Influence (สีแดง) มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ช่างเจรจา/talkative
  • ชอบสังคม/social
  • ใจเร็ว/impulsive
  • ช่างคุย/communicative
  • ตื่นเต้นง่าย/very excited
  • ไม่โต้แย้งอยางหักหาญ/agrees with you
  • ไม่ค่อยยึดถือความเป็นส่วนตัว-ชอบใกล้ชิด/small "personal space"
  • ให้สัญญามากกว่าที่จะทำได้/promises more than can deliver
  • ขายตลอดเวลา/always selling
  • ละเลยรายละเอียด/avoids details
  • ไม่ชอบคนเจ้าระเบียบ/doesn't like boring and strict people
  • ไม่ชอบกฎเกณฑ์/forgets rules
  • ทำผิดเล็กๆตลอด/makes small mistakes
  • คนอื่นชอบ/good with people
  • พูดถึงคน สปิริตของทีม สิ่งดีๆ อนาคต และตัวเอง

กลุ่ม Steadiness (สีฟ้า) มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ละเอียดในงาน/thorough
  • หนักแน่นมั่นคง/steady
  • เป็นระบบ/systematic
  • สุภาพ/polite
  • ทันสมัย/modest
  • ระมัดระวัง/proceeds carefully
  • ชอบบรรยากาศที่นิ่ง/secure and stable environment
  • ฟังมากกว่าพูด/listens more than talks
  • ต้องการคำสั่งที่ชัดเจน/needs instructions
  • ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน/resists sudden change
  • มีหลักการ/has strong principles
  • อาจไม่ชอบทำงานกับคนอื่น/likes or dislikes people
  • ทำงานเป็นหมู่/team-oriented
  • เชื่อถือได้/reliable
  • พูดถึงข้อตกลง หลักการ อดีต และทีม

กลุ่ม Conscientiousness (สีส้ม) มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีความชัดเจน/exact
  • ชอบความสมบูรณ์แบบ/perfectionist
  • มีเหตุผล/logical
  • ชอบวิเคราะห์/analytical
  • กลัวผิด/afraid of being wrong
  • เชื่อกฏเกณฑ์/obeys the law
  • ออกกฏเกณฑ์/rules
  • มองหาคำสั่ง/looks for order
  • เงียบ/silent
  • ยึดติดกับความจริง/matter of fact
  • กระตุ้นลำบาก/doesn't inspire
  • ดูรายละเอียด/detail-oriented
  • ยึดกฏเกณฑ์/rule-oriented
  • ไม่เสี่ยง/avoids risks
  • สุภาพแบบมีเชิง/diplomatically polite
  • พูดถึงข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ รายละเอียด กฏเกณฑ์ คำสั่ง

เป็นเรื่องน่าแปลกที่เขาแบ่งคนทั้งโลกออกเป็นสี่กลุ่มเท่านั้น แต่แม้ว่ามีแค่สี่กลุ่ม ก็สามารถอธิบายบางอย่างได้น่าสนใจครับ 

คนแบบ D (ซึ่งออกแนวค่อนข้างจะเผด็จการทางความคิด อยากได้ผลเร็วๆ ไม่ค่อยฟังคนอื่น) จะไม่ค่อยถูกกับคนแบบ S (ยึดระบบ มีความละเอียดรอบคอบ ช้า ไม่ค่อยคิดอะไรเอง)

คนแบบ I (เช่นพนักงานขาย หรือคนใจง่าย ใครขออะไร ก็ยอมหมด) จะไม่ค่อยถูกกับคนแบบ C (เช่นวิศวกร ซึ่งชอบ hard evidences ชอบความเป็นเหตุเป็นผล-ความสมบูรณ์แบบ)

คน Newtonian เป็นแบบ C ส่วนคน Bohmian เป็นแบบ I ครับ รับรองว่าปรองดองกันซะไม่มี ทั้งสองฝ่ายเป็นคนคนละขั้ว

ถ้าเรามองหาพนักงานขาย ก็ควรจะเป็นคนแบบ I เพราะว่ามักจะมีมนุษยสัมพันธ์ดี เนื่องจากวิธีคิดของคนแบบนี้ เริ่มจากปฏิสัมพันธ์ (Intuition+Feeling บล๊อคสีแดงในรูปบนสุด)

ถ้าเราอ่านคนไม่ออกแล้วได้คน "ผิดแบบ"  มา ก็อาจจะเกิดอาการแบบนี้ครับ (ผม exaggerate ตามสไตล์การเขียน เพื่อความมัน):

  • แบบ D: พี่ช่วยตัดสินใจเร็วๆ หน่อยครับ ผมมีอีกนัดนึงต่อจากนี้ (พี่ไม่ค่อยสำคัญกับผมเท่าไหร่)
  • แบบ S: หนูไม่แน่ใจค่ะ ต้องถามหัวหน้าก่อน (หนูตัดสินใจเองไม่ได้เลยค่ะ)
  • แบบ C: จะซื้ออันนี้ทำไมครับ ไม่สมเหตุผลเลย (โง่หรือเปล่าครับ)

ถ้าจะรับเจ้าหน้าที่การเงิน หรือเจ้าหน้าที่จัดซื้อ ก็ควรจะเป็นคนแบบ S เพราะว่าเราคงนอนไม่หลับหากว่าเมื่อเขาเข้ามาทำงานแล้ว ไม่ได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา

แม้แต่คนแบบ D ซึ่งดูเผินๆ ว่าไม่ค่อยน่าคบ ;-) แต่ลักษณะที่ aggressive หรือ result-oriented แบบนี้ ก็ยังมีที่ที่เหมาะสม เช่นเป็นผู้ควบคุมติดตามความคืบหน้าของโครงการ

เรื่องที่สำคัญที่สุด คือการประเมินแบบนี้เป็นเครื่องมือในการช่วยสังเกตและวิเคราะห์ฐานความคิด (ซึ่งส่งผลถึงพฤติกรรม) แต่ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องมือตัดสินความประพฤติ-พฤติกรรม และไม่ได้ตัดสินบุคลิกภาพ; Profile ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม มีทั้งข้อดีและข้อด้อยของตัวเอง และไำม่มีั Profile แบบไหนที่ด้อยกว่าแบบอื่น; งานจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เราเลือกคนที่เหมาะกับงานนั้นหรือไม่ ดังนั้นหากเข้าใจคน ก็จะช่วยให้มีโอกาสสำเร็จได้ง่ายขึ้น

วิธีการดูว่าคนเป็นแบบไหน ก็ใช้วิธีทำแบบทดสอบที่กำหนดเวลาครับ คือบังคับให้ตอบด้วยความรู้สึกแรกเท่านั้น (ใช้เวลาบังคับ)

ที่กล่าวมานี้ เป็นเพียง DISC ที่จริงยังมี Extended DISC อีกซึ่งแทนที่จะแบ่ง 4 กลุ่ม ก็แบ่งเป็น 40 กลุ่ม เห็นเป็นพฤติกรรมหลัก พฤติกรรมรอง และพฤติกรรมรองลงไป สามารถนำไปประยุกต์กับการจัดทีม/จัดคนลงทีมได้ แต่รู้สึกว่าบันทึกจะยาวไปแล้วครับ ขออนุญาตพักเอาไว้แค่นี้