ได้มีโอกาสฟังธรรมจากท่านชยสาโร เป็นพระฝรั่งที่มีเมตตาสูง เทศน์เก่งมาก

เมื่อช่วงสายๆของวันนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานบล็อกนิดหน่อย ก็เลยทำอย่างที่เคยคือโทรไปหาน้องผึ้งแห่งสคส. พอโทรติดเราก็รีบถามก่อนว่ากำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า น้องผึ้งเสียงงัวเงียตอบว่าเพิ่งตื่น เราตกใจถามว่าน้องผึ้งไม่สบายหรือจึงไม่ได้ไปทำงาน น้องตอบว่า "พี่จ๋า วันนี้วันจักรี หยุดค่ะ" เลยต้องรีบขอโทษที่โทรมากวนวันหยุด ไม่ได้ตระหนักจริงๆว่าวันอะไรเป็นวันอะไร

การเป็นนักวิชาการอิสระทำให้ส่วนใหญ่อยู่บ้าน หากมีนัดประชุมหรืองานวิชาการที่ต้องเข้ากรุงเทพจะเหมือนคนย้ำคิดย้ำทำ เตรียมตัวล่วงหน้า กลัวลืมวัน และกลัวลืมสิ่งที่จะต้องเอาไปด้วย

ใครอย่านึกว่าอยู่บ้านคือการพักผ่อน อยู่สบายๆไปวันๆ เพื่อนๆบอกว่าอิจฉาเรามากที่แสนสบายเป็นคุณนายดอกเตอร์ แต่ที่จริงแม้ไม่ต้องเหนื่อยกับการทำงานบ้านเพราะมีคนทำให้ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สงบ ร่มเย็น ก็พยามอยู่แบบใช้ความรู้และมีสติในการใช้ชีวิต ฝึกการเจริญสติเมื่อนึกได้ ครั้งละสิบนาที สิบห้านาทีก็ยังดี ขัดเกลาตนเอง และนึกถึงคำของท่านพุทธทาสว่าให้การทำงาน(ทุกอย่าง)คือการปฏิบัติธรรม (อย่างน้อยตามดูอารมณ์ ตามรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเจออะไรที่ไม่ได้อย่างใจ)

เวลาพบนักวิชาการหลายๆคนในกรุงเทพ มักเจอกับคำพูดว่า เรียนมาตั้งเยอะ สาขาวิชาที่เรียนมาก็มีคนเข้าใจน้อยมากมีคนจบตรงๆมาไม่กี่คน น่าจะมาช่วยกันช่วยประเทศชาติบ้านเมือง คำพูดพวกนี้บางทีก็ทำให้ไม่ค่อยสบายใจเหมือนกัน ที่จริงก็ช่วยในโครงการต่างๆตามสมควรแก่อัตตภาพของตนเองอยู่แล้ว อยู่ไกลตั้งอยุธยานอกเมือง การเดินทางใช้ทั้งเวลาและเงิน ไม่ต้องพูดถึงการกลับไปทำงานประจำ เบื่อกับระบบวิธีการทำงานในกระแสทุนนิยมทีเจอมาเกือบยี่สิบปีและหากกลับเข้าไปใหม่คนข้างกายคงตัดออกจากกองมรดก อันที่จริงเมื่อเลือกได้ ใครจะไม่เลือกความสุขสงบ(ที่มีเงินใช้) รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีชีวิตอย่างปัจจุบัน

วันหนึ่งกุศลส่งให้ได้มีโอกาสฟังธรรมจากท่านชยสาโร เป็นพระฝรั่งที่มีเมตตาสูง เทศน์เก่งมากเมื่อท่านมาที่วัดมเหยงค์ แล้วท่านเปิดโอกาสให้ญาติโยมถามปัญหาได้ เลยได้เรียนถามท่านว่าคำพูดที่ทำให้ไม่ค่อยสบายใจดังกล่าวซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราเขวไปเหมือนกันว่าน่าจะทำงานวิชาการตามความชำนาญของตนให้มากขึ้น รู้สึกสับสนในบางครั้ง ควรจะคิดอย่างไร หรือสร้างสมดุลในชีวิตอย่างไร

ท่านกล่าวว่า "อาตมาไม่เชื่อว่าโยมเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก ถึงโยมไม่ได้ไปทำงาน(ในทางโลก)นั้น ก็จะต้องมีคนที่มีความรู้ความสามารถสูงมาทำ แต่การปฏิบัติธรรมมีคนไม่มากที่ตระหนักว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเกิดมาเป็นมนุษย์" ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่าคนที่มีปัญญาและปฏิบัติธรรมยังจะเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นๆได้อีกด้วย การสร้างประโยชน์ให้สังคมทำได้หลายวิธี เริ่มต้นที่การขัดเกลาตนเอง ควรศึกษาธรรมะให้ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ

คำตอบของท่านทำให้ทางเดินความคิดของเราหลุดพ้นจากข้อสงสัยในทันที

หมายเหตุ: การสื่อสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการทำให้คนกลุ่มต่างๆในสังคมสามารถใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ที่สุด ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง สื่อมวลชน และประชาชนที่มีความรู้ ความต้องการที่หลากหลายแตกต่างไปตามบริบท กล่าวได้ว่าในอดีตผู้เขียนเป็นคนทำงานด้านนี้โดยตรงและได้ปริญญาเอกในสาขาวิชาการนี้เป็นคนแรกของประเทศไทย และใช้ทุนส่วนตัวเรียนเพราะอยากรู้ ธรรมะจึงจัดสรรให้ได้เรียน