ผมเคยนั่งดูแม่ครัวทำกับข้าว  เขาเอาพริกไทย, กะปิ, ขมิ้น, หอม, กะเทียม, ฯลฯ ใส่ลงไปในครก  แล้วตำจนแหลกละเอียด เอาใส่ในหม้อ ใส่เนื้อปลา  ใส่น้ำปลา  น้ำตาล  เอาขึ้นตั้งบนไฟ  จนสุก  พร้อมที่จะกินได้

น้ำแกงหม้อนั้นเป็นน้ำแกง"สังเคราะห์"  ครับ

ถ้าก่อนทำ  เขาเอาตำรามากาง  แล้วใส่เครื่องแกงไปตามที่ตำราบันทึกไว้  แกงหม้อนั้นก็เกิดจากความสามารถ "จำ"สังเคราะห์   เป็นการ"จำ" ครับ หาใช่"ความคิดสังเคราะห์"ตามความหมายนี้ไม่ !

แต่ถ้าเขา กางตำราเหมือนกัน  แต่ "เขาตัดนั่น  เพิ่มนี่ สัดส่วนก็เปลี่ยนไปจากตำรา จนทำให้ได้แกงหม้อใหม่ที่แตกต่างออกไปจากตำรา" แล้วละก้อ  เรียกว่า "คิด"สังเคราะห์ครับ  เป็น"ความคิดสังเคราะห์"ตามความหมายนี้

ถ้านายดำเอาเครื่องยนต์รถยนต์มารื้อแยกออกเป็นชิ้น (วิเคราะห์)  และได้จดหมายเลขไว้ที่ช้นส่วนนั้นแต่ละชิ้น  จากนั้นก็เอาชิ้นส่วนประกอบเข้าตามเดิมถูกต้องตามหมายเลขชิ้นส่วนที่บันทึกไว้  เป็นเครื่องยนต์เครื่องเดิม  ดังนี้ก็เรียกว่า "จำ" สังเคราะห์ เหมือนกัน

แต่ถ้าเขาตัดชิ้นนั้นออก  เพิ่มชิ้นนี้เข้าไป  ทำตรงนั้นให้แฟบลง  ต่อตรงนั้ให้ยาวขึ้น ฯลฯ โดยอาศัยหลักการทางฟิสิกส์และเคมีของวัสดุเหล่านั้น  แล้วรวมกันเข้าใหม่  เป็นเครื่องยนต์เครื่องใหม่  ที่แปลกไปจากเดิม  แต่กินน้ำมันน้อยกว่าเดิม  วิ่งเร็วกว่าเดิม  เสียงเบาลงกว่าเดิม ดังนี้  ก็เรียกว่า "คิด"สังเคราะห์ ตามความหมายนี้ครับ

นักเคมีก็"คิดสังเคราะห์"ทางเคมี

นักฟิสิกส์ก็"คิด"สังเคราะห์ทางฟิสิกส์

นักสถาปัตยกรรมก็"คิด"สังเคราะห์ทางสถาปัตย์  ได้บ้านแปลกใหม่

นักคณิตศาสตร์ก็"คิด"สังเคราะห์สูตรทางคณิตศาสตร์

นักปรัชญญาก็"คิด"สังเคราะห์ลัทธิต่างๆทางความคิด

นักบริหารก็"คิด"สังเคราะห์วิธีใหม่ๆที่จะให้คนอื่นทำงานให้ตน

นักเกษตรก็"คิด"สังเคราะห์วิธีทำเกษตร

นักรบก็"คิด"สังเคราะห์วิธีรบ

ฯลฯ

"การคิดสังเคราะห์" จึงเป็นความสามารถที่มีคุณค่าอย่างน่ามหัศจรรย์ยิ่ง !

แต่ --- เอ ---??  --  ฟังดูคุ้นๆหู -- คล้ายๆกับ ---  อ้อ - "ความคิดสร้างสรรค์" ??? !!

นี่ก็เป็น"ความสามารถ" ที่ "หลักสูตร" ระดับประถม และมัธยม  ของกระทรวงศึกษาธิการ "กำหนด"ให้ "ครู" พัฒนา "ลูกหลาน"ของเราเช่นกันนะครับ