ระบบอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลกระทบอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการหมิ่นประมาทแสดงข้อความหรือภาพที่ไม่เหมาะสม แต่ครั้งนี้เป็นสิ่งที่รับไม่ได้กับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผิดทั้งกฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม ผลกระทบจากเทคโนโลยีอีกมุมหนึ่ง

ระบบอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างมากมาย  แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลกระทบอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการหมิ่นประมาทแสดงข้อความหรือภาพที่ไม่เหมาะสม  แต่ครั้งนี้เป็นสิ่งที่รับไม่ได้กับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผิดทั้งกฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม ผลกระทบจากเทคโนโลยีอีกมุมหนึ่ง

 ผลกระทบเรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างการทำผิดกฎหมาย กับเสรีภาพในการแสดงออก

รายละเอียดติดตามด้านล่างนี้   แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันด้วยความระมัดระวัง  เนื่องจากเป็นประเด็นใหญ่และละเอียดอ่อน

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.2550 กระทรวงไอซีทีได้สั่งการให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ กสท เอกชนผู้ให้บริการเกตเวย์ต่างประเทศรายอื่นๆ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี ในประเทศไทยทั้งหมดปิดกั้นเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมโดยไม่มีกำหนดหลังจากปรากฏคลิปวิดีโอในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างร้ายแรง และนิ่งเฉยที่จะถอนคลิปดังกล่าว หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีได้ประสานงานไปแล้ว

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า กระทรวงไอซีทีอาศัยอำนาจตามประกาศคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ฉบับที่ 15 ที่ให้อำนาจกระทรวงไอซีทีปิดกั้นเว็บไซต์ยูทิปว์ดอทคอมไปจนกว่าจะมีการถอนคลิปวีดีโอในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพครั้งนี้ ขณะเดียวกันยังจะประสานงานไปยังกระทรวงการต่าง ประเทศให้เจรจากับผู้ดูแลเว็บไซต์ยูทิวป์อีกครั้ง และประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อหาวิธีการเอาผิดกับผู้สร้างและเผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าว แม้จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

นายสิทธิชัย กล่าวอีกว่า แม้กระทรวงไอซีทีจะได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ให้บริการเกตเวย์ต่างประเทศและไอเอสพีปิดกั้นเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมแล้ว แต่ยอมรับว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าชมเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมผ่านทางอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศและผ่านเครือข่ายเช่าแบบลีสไลน์ต่อตรงได้ ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องเร่งเจรจากับผู้ดูแลเว็บไซต์ให้ลบภาพออก เพราะเป็นเรื่องที่คนไทยรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใดที่มีดาวน์โหลด หรือ เก็บภาพคลิปวีดีโอดังกล่าว ไว้ ห้ามเผยแพร่ต่อและให้ลบทิ้งทันที เพราะผิดกฎหมายเช่นกัน

ด้าน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสืบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2550 ที่เริ่มปรากฎคลิปวีดีโอหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอม ดีเอสไอได้ทำการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน พร้อมประสานงานไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมและหน่วยงานในต่างประเทศให้ถอนคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ยังไม่มีการตอบรับใดๆ ดังนั้น ดีเอสไอ กระทรวงไอซีทีและหน่วยงานต่างๆ จะ ต้องช่วยกันจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

สำหรับการติดตามผู้โพสต์คลิปวีดีโอนี้ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ ดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานพบว่า มีประโยชน์ต่อการดำเนินการมาก โดยมีบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัยจำนวน 2 คน แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดต่างๆ แม้กระทั่งว่า อาศัยอยู่ในประเทศ หรือ ต่างประเทศได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการติดตามผู้โพสต์คลิปวีดีโอนี้ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนให้ผู้ที่ดาวน์โหลด หรือ เก็บภาพคลิปวีดีโอดังกล่าว ไว้ ห้ามเผยแพร่ต่อ และครอบครองไว้เพราะมีความผิด

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การปิดกั้นเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมของทางการไทยครั้งนี้ คำนึงถึงการจาบจ้วงต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นสำคัญและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก โดยตัวคลิปมีความยาว 44 วินาที มีผู้เข้าชมคลิปประมาณ 16,000 ครั้ง (นับถึงกลางดึกวันที่ 3 เม.ย.2550) ก่อนทางการไทยจะสั่งปิดกั้น ส่วนเหตุผลที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมไม่ยอมถอดคลิปวีดีโอตามที่ทางการไทยร้องขอนั้น เพราะใช้มาตรฐานเดียวกันกับคลิปวีดีโอล้อเลียนบุคคลสำคัญคนอื่นๆ ของโลกเช่น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ไทยรัฐ
 ปีที่ 58 ฉบับที่ 17972 วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน 2550
 http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=42688
ไอซีที สั่งบล็อกเว็บยูทิวป์ไม่มีกำหนด เหตุคลิปหมิ่นฯ โผล่ [6 เม.ย. 50 - 06:28]