ชื่นชมกับความสำเร็จก้าวหน้าของชาวโกทูโนส่วนใหญ่ แต่ระวังความสำเร็จจะทำร้ายตัวเอง ถ้าไม่ออกนอกเรื่องงานเสียบ้าง
การตื่นตัวที่จะทำงานให้สำเร็จเป็นอย่างดี และก็ต้องดีขึ้นอีกในครั้งต่อไป ต้องยืนอยู่แถวหน้า ปิ๊งไอเดียใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ถ้าคนที่สุขภาพไม่ค่อยดี จะรู้สึกว่า พลังงานในตัวสูญเสียไปอย่างมหาศาล รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน กลับบ้านไป ก็หงุดหงิด รำคาญไปหมด แม้แต่ภรรยาหรือสามี ก็รำคาญ บางทีรู้สึกเจ็บหน้าอกแปล๊บๆ แต่ก็ปลอบใจตัวเอง ว่าอาจจะเกิดจากท้องอืด แก๊สมาก แต่ถ้าความกดดันจากงานมีมากขึ้น เราก็จะเจ็บป่วย ความสำเร็จทำให้ชีวิตของเราเสียสมดุลย์ไป
ทราบไหมว่ามีปัจจัยอยู่ 4 ตัวที่จะช่วยได้
คือ:-1. การจัดให้มีเวลาว่างให้ตัวเองและครอบครัวในวันหยุด ไม่ใช่ให้งานมาจับจองเวลาไปหมด ซึ่งหมายรวมถึง การจะทำงานอื่นใดเพิ่มเติม เป็นอาชีพเสริมหรืองานอดิเรก เช่น วาดรูป ถ่ายรูป เปิดบ้านสังสรรค์กับเพื่อนฝูงคอเดียวกัน เป็นครั้งคราว อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หรือไปวัดเป็นต้น อะไรก็ได้ดีๆ ที่ทำแล้ว ผ่อนคลาย
2. มีความพึงพอใจในสถานภาพของตัวเอง ของครอบครัว ของงาน สิ่งแวดล้อม และสังคมของเรา ไม่มีการชิงดีชิงเด่นกับใคร แต่ละคน แต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน มีความพอใจกับตรงนี้ ไม่ต้องดิ้นรนจนเกินเหตุ เกินความสามารถไป เราต้องการกำลังใจและการสนับสนุนจากคนที่เรารักเขา และเขารักเรา มองโลกในแง่บวก
3. เราต้องทราบจุดประสงค์ ความมุ่งหมายในชีวิตที่แท้จริงของเราด้วย และต้องมองภาพนี้ให้ชัด มิฉะนั้น เราจะเบลอ ไม่รู้ว่า ทำอะไรไปเพื่ออะไร แต่ขณะเดียวกัน เราก็ยังมีอิสระที่จะปรับปรุงเปลี่ยนชีวิตของเราได้ ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะชีวิตและโอกาสที่มีมา
4. ควรเริ่มที่ ความพอดีก่อน กินอาหารพออิ่ม ออกกำลังกายพอเหมาะ จะรู้สึกว่า ถ้าเราควบคุมตัวเราและเวลาได้ ไม่มีความกดดันมากเกินไป ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆในทางที่ดี ก็จะเกิดขึ้นโดยง่าย
การผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมทางธรรมชาติ แม้แต่สัตว์ สุนัขหรือแมว ยังผ่อนคลายยืดแข้งยืดขา เมื่อเรารู้สึกผ่อนคลาย สมองเราจะกระแสคลื่นออกมา 4 ชนิด แต่ละชนิด มีจังหวะแตกต่างกันไป
1. คลื่นเบต้า จังหวะเมื่อเราตื่นอยู่เป็นปกติ
2. คลื่นเดลต้า จังหวะ เมื่อเราหลับและฝัน
3. คลื่นตีต้า จังหวะเมื่อเราต้องการแยกตัวออกจากความเป็นจริง สภาพกึ่งฝัน
4. คลื่นแอลฟ่า จังหวะเมื่อเราอยู่ในความผ่อนคลายอย่าลึกซึ้ง ทั้งกายและใจ สมองสงบขณะยังตื่นอยู่การผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง และระหว่างนั่งสมาธิ ทำให้กิดคลื่นแอลฟ่า และตีต้า
ในภาพ เป็นการ 1.ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์กับครอบครัว ในช่วงนั้นรู้สึกผ่อนคลายมากๆและสนุก เหมือนย้อนเวลาไปเป็นเด็ก
2.ไปเที่ยวน้ำพุร้อนที่เชียงใหม่ ไปอาบน้ำแร่ ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ การไปเที่ยวกับครอบครัว เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก
3.อยู่บ้าน ร้องคาราโอเกะกันเอง ก็ไม่เลว ทำอาหารง่ายๆทานกันด้วยก็ได้
4.จะไปร่วมก๊วนชาววัดที่กำลังหาที่เปิดสาขาสถานที่ปฏิบัติธรรมใหม่ก็ได้ๆบุญดีมาก ในภาพคือ สีคิ้ว ปากช่อง สวยไม่แพ้สวิสเซอร์แลนด์
5.จะฝึกปรือฝีมือถ่ายรูปก็ได้ แต่ต้องรอแสงเงาหน่อย ภาพนี้ ถ่ายโดยช่างภาพมืออาชีพจริงๆ ชาวต่างประเทศ สวยมาก
6.จัดปาร์ตี้เด็กๆ ผู้ใหญ่ก็ต้องมาอยู่แล้ว เฮฮา สนุกดี ซึ่งต้องเตรียมห้องให้เด็กนอนด้วย ในภาพผู้ใหญ่อยากมาคุยกัน แต่ เอาหัวข้อ ฉลองวันเกิดอายุ 1 ขวบให้ลูกมาเป็นเหตุผล
การพักผ่อน มีความสำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพ การได้พักผ่อนหลังเลิกงานตอนเย็น หรือในช่วงสุดสัปดาห์หลังจากทำงานมาตลอดอาทิตย์ จะทำให้เราสามารถ ทำงานได้มากขึ้น เมื่อเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เพราะเราได้พักผ่อน และชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มพลังใหม่ ที่พร้อมจะแล่นต่อไปได้อีกครั้ง มนุษย์ทุกคน จำเป็นต้องมี ความสมดุลย์ ระหว่างานกับความผ่อนคลาย

เคยได้ยินว่ามีเครื่องมือช่วยลดความเครียดนะครับ ลืมเสียแล้ว
ค่ะ เรียกว่า BIO-FEEDBACK เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาอยู่2-3 ปี และมีการทำวิจัยด้วยนะคะ ตามมหาวิทยาลัยประเทศเราและญี่ปุ่น
เครื่องมือที่ใช้มากคือ Galvanic Skin Response เป็นเครื่องมือปรับกระแสไฟฟ้าที่ผิวหนัง ถ้าอยู่ในสภาพผ่อนคลายผิวหนังจะแห้ง ถ้าตื่นเต้น ผิวหนังจะชื้น
เวลาอยู่บ้าน จะชอบที่สุด แต่ถ้าดีที่สุดต้องไปวัดไหมคะ ฝึกนั่งสมาธิ จะทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น
การผ่อนคลายที่ดีที่สุด คือการนั่งสมาธิ การควบคุมการหายใจ เป็นหัวใจหลักของการผ่อนคลายค่ะ
ดิฉัน ไม่ได้ไปวัดบ่อย แต่นั่งสมาธิที่บ้าน มีมุมสงบหลายมุมให้เลือก และสมาชิกครอบครัวก็น้อย ไม่ค่อยมีอะไรวุ่นวายเลย ง่ายหน่อย ดูมุมโปรดของดิฉันซีคะ
http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/66581
ขอแสดงความยินดีกับชาวโกทูโน คนเราถ้าทำงานมากเกินไปไม่มีการผ่อนคลายจะทำให้เคลียร์ ไม่มีความสุข ควรจะหาเวลาผ่อนคลายบ้างจะได้รู้สึกดีขึ้น แล้วการเลี้ยงลูกเป็นการผ่อนคลายหรือเปล่าค่ะ หรือเป็นการยุ่งเหยิงมากเกินไปค่ะ
การเลี้ยงลูก ไม่เครียด แต่เหนื่อยแบบมีความสุข จนไม่เหนื่อย เพื่อลูกยอมเหนื่อย
Your child can be a child only once! อ่านแล้วคุณจะไม่ท้อ ไม่เหนื่อยค่ะ
สุขใจถ้าไม่ยึดติดนะครับ
จริงๆคนเราก็ยึดติดกันทุกคน แต่ต้องพยายามบอกย้ำเตือนกับตัวเองตลอดเวลาว่า อย่าให้มากนัก สิ่งใดที่เราเอาใจเข้าไปผูกพัน จะไม่ให้โทษเลยคงไม่มี อันไหนให้โทษนัก ก็พยายามทำใจ ตัดๆมันไปบ้าง นานๆเข้า ก็ตัดได้เอง ไม่มากก็น้อย
อย่างเรื่องการออกแบบ คุณใช้เวลาสร้างงานออกมา คุณก็รักผลงาน ใครมาวิจารณ์แบบอื่น คุณอาจไม่ชอบนัก ถ้าไปยึดติดในงานนักก็จะหงุดหงิดค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อคิดดีๆ ที่เสริมสร้างพลังใจ พลังชีวิตให้กันและกัน อืม... เคยพยายามเรียบเรียงความคิดตัวเองว่า จะจัดระเบียบอะไรให้ชีวิตบ้าง เช่น
แต่รู้สึกว่าข้อสุดท้ายนี่ ตัวเองยังทำไม่ได้ซักที ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตก็ว่าได้
เข้ามาดูรูปบ่อยๆ ในไฟล์อัลบั้มค่ะ เคยเซฟรูปสวนข้างบ้านที่มีทางเดินน่ะค่ะ ชอบมากๆ กะว่าจะปลูกต้นไม้สูงๆ ข้างบ้านแบบนี้เหมือนกัน แต่คงต้องใช้เวลา
http://gotoknow.org/blog/goodliving/88935
แต่เวลานั่งสมาธิ ชอบหลับค่ะ เลยไม่มีสมาธิเท่าที่ควร จิตพักผ่อนมากกว่า
ขอบคุณครับ ได้อ่านทำให้เตือนใจว่าควรระวังเรื่องการเสียสมดุลย์ ผมไม่ค่อยได้พักเป็นเรื่องเป็นราว แต่ใช้การเจริญสติ สมาธิ ทุกวันๆละประมาณ ๒๐ นาที ได้พักใจนิดหน่อย เวลาส่วนใหญ่ต้องทำงานและเรียนหนังสือ การใช้เวลาการงานมากเกินไปกลัวเสียสมดุลย์เหมือนกันครับ แต่คิดว่าการเจริญสติ สมาธิคงช่วยได้บ้าง
ตอบคุณกฤษณา เรื่องนั่งสมาธิ<p>การทำสมาธิมีหลายวิธี แต่ละวิธีมุ่งกระแสจิตนิ่งและมุ่งไปที่จุดๆเดียว แต่ต้องมีปัจจัย4ประการค่ะ</p><ol>
</ol><p> ขณะทำสมาธิ ร่างกายจะเผาผลาญน้อยลง หัวใจเต้นช้าลง ความดันลดลง ควรนั่งสมาธิวันละ ครึ่งช.ม.จิตใจจะไม่ฟุ้งซ่าน แจ่มใสขึ้นค่ะ เป็นการผ่อนคลายที่ดีมาก</p>
ผมก็ตั้งเป้าหมายให้ชีวิตอยู่ แต่จะทราบได้อย่างไรว่า เข้าใกล้เป้าหมายหรือยัง บางทีไม่มั่นใจฮะ
พี่ sasinanda ครับ
ค่ะ ตราบใดที่เรารู้สึกผ่อนคลายและไม่เครียด ก็ได้อยู่แล้วค่ะ ถ้าเราปลดพันธะได้ระดับหนึ่ง เราก็ใจสบายค่ะ
อ่านบันทึกของคุณหมอบ่อย สนุกค่ะมีวิธีเขียนให้คนยิ้มคลายเครียดด้วยนะ
ผมก็ชอบออกนอกเรื่องานครับ จะมีใครว่าผมอู้งานมั้ยหนอ ก็มันหายเครียดและสนุกสนานได้ความรู้ ใน G2K นี่เองครับ