วันนี้หว้าได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวต่อสือมวลชน     จ.พิษณุโลก  มีการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน จ.พิษณุโลก  ซึ่งในจังหวัดพิษณุโลกได้จัดเวทีทั้งหมด 9 อำเภอ และเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม

                       ระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่เข้ามารับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสภาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและตำแหน่ง           อนุกรรมาธิการวิสามัญฯ  สองตำแหน่งนอกเหนือจากภาระงานสอน  ยอมรับว่าเหนื่อยเหลือเกิน   เหมือนเราหายออกไปจากกลุ่มเพื่อนอาจารย์  แถมอยู่ในช่วงสอบปลายภาคอีกด้วย

                       ทุกวันที่ต้องออกพื้นที่ต่างอำเภอต้องขับรถไปเองตลอด    แล้วทั้งวันต้องทำงานไม่ได้หยุดเลย     กลับมานอนหลับสนิทเป็นตายทีเดียว  วันไหนที่ไม่ไปก็ต้องมาทำงานที่คณะ


                      วันนี้ได้รับคำชมว่านักศึกษาทีมของหว้าขยันมาก  น่ารัก  ซึ่งสิ่งเหล่านี้คนเป็นครูก็อดภูมิใจไม่ได้     เพราะความจริงเขาเจอคนอื่นมาใช้นอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมาย   หว้าเองนั่งกลมกลืนกับเด็ก   เจ้าถิ่นบางคนก็เดินเข้ามาบ่นมาว่าพวกเรา  ตอนแรกเด็กก็ไม่พอใจที่โดนสั่ง  แต่พอมองหน้าเรา   เราก็บอกทำไปเถอะ  ผู้ใหญ่จะได้เอ็นดู   ในวันต่อมาหลายคนก็เต็มใจที่จะทำ   โดยไม่ต้องบอกกล่าว...สิ่งเหล่านี้ไม่มีในตำราเรียนค่ะ  หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าไปทำให้ทำไม  ไม่ใช่หน้าที่  แต่เราคิดว่าเรามาออกพื้นที่ และก็จะต้องมาอีก ไม่อยากมีปัญหากับคนที่นั่น

                       พอมองย้อนไปก็อดภูมิใจเหมือนกันว่า เราทำได้หรือนี่  ความจริงนี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ    รู้สึกเหนื่อยแต่วันนี้ได้รับเช็คเงินประจำตำแหน่ง  อิอิ..หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทีเดียว

                        ลองมาติดตามดูกรอบระยะเวลาเบื้องต้นในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญกันดีกว่าค่ะ   ท่านที่ไม่เคยสนใจการเมืองก็ลองอ่านดูได้ค่ะ   อย่างน้อยเราจะได้เห็นภาพคร่าวๆกัน

 การดำเนินงาน

1. สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน (รธน. ม. 29)( วันที่ 8 ม.ค. 50 - วันที่ 6 ก.ค. 50 )

2. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดหลักการกว้างๆโดยเริ่มรับฟังความคิดเห็นขอสสร. และประชาชนควบคู่กันไปและรับฟังความคิดเห็นตลอดเวล 180 วัน  (15 วัน)  (วันที่25 ม.ค.- วันที่ 8 ก.พ. 50)

3. คณะอนุกรรมาธิการกำหนดหลักการย่อย(15 วัน) ( วันที่9 - 23 ก.พ. 50 )

4. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรายละเอียดของหลักการที่คณะอนุกรรมาธิการเสนอ(15 วัน)  (24ก.พ.-10 มี.ค. 50 )

    - รับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( 1  มี.ค. 50 )

5. ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในรูปของกฏหมาย ( 10 วัน)  (11มี.ค. -  20 มี.ค.50)

    -   รับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ  ( 15 มี.ค. 50 )

6. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา (30 วัน)       ( 21  มี.ค.- 19 เม.ย 50)

     -   รับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (29 มี.ค. 50)

7.  คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญและคำชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญฯพ.ศ. 2540 และพิมพ์เผยแพร่ (7 วัน) ( 20 เม.ย. -  26  เม.ย. 50 )

                                      

8.  คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรและประชาชน  รวมทั้งสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญเสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม         ( 30 วัน)       (รธน. ม.28)       (27 เม.ย.- 26 พ.ค. 50 )

9. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาความเห็นจากฝ่ายต่างๆและคำแปรญัตติของสมาชิกสภารัฐธรรมนูญพร้อมจัดทำรายงานการพิจารณาเพื่อเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณา( 15 วัน)  (27 พ.ค.-  10 มิ.ย. 50 )

10. สภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบและในมาตราที่สมาชิกขอแปรญัตติไว้หรือที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอ  รวมทั้งตรวจร่างรัฐธรรมนูญ(25 วัน)  (11 มิ.ย. - 5 ก.ค. 50)

11. เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วให้จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ( ระยะเวลาการจัดพิมพ์ 30 วัน)  (6 ก.ค. - 4 ส.ค. 50) ทราบมาว่าต้องพิมพ์ถึง 19 ล้านฉบับ

12. เริ่มเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ 5 ส.ค. (ทำเป็นประกาศประธาน สสร.) และจัดให้มีการออกเสียงประชามติ  ภายใน 30  วันแต่ไม่เร็วกว่า 15 วันนับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ (รธน. ม.29)  (5 ส.ค. - 3 ก.ย. 50)

     -  วันที่ 26 ส.ค. 50 หรือ 2 ก.ย. 50  จัดให้มีการออกเสียงประชามติ  ดำเนินการโดยกกต.

13. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใต 45 วันนับแต่วันที่จัดร่างธรรมนูญแล้วเสร็จ (รธน. ม.30 ) (5 ก.ค. - 18 ส.ค. 50)

         

              ซึ่งหน้าที่ต่อไปของหว้าคือการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว  และการออกเสียงประชามติ  ลองติดตามข่าวกันดูนะคะ   การเมืองก็เป็นเรื่องใกล้ตัวของพวกเราค่ะ